สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
 เล็บมือนาง…ไม้หอมในวรรณกรรมไทย…
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6354 Posts

Posted - 24 Dec 2018 :  12:14:04  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


เล็บมือนาง…ไม้หอมในวรรณกรรมไทย…
อาจารย์ธนัชพร นุตมากุล


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         เล็บมือนาง…เมื่อพูดถึงชื่อนี้ คงมีหลายคนที่นึกถึงอาหารประเภทยำจานโปรดที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเท้าไก่ หรือบางคนอาจนึกไปถึงกล้วยชนิดหนึ่ง ที่มีผลกลมทรงรีขนาดเล็ก ปลายผลเรียวแหลม เรียงตัวกันอยู่ในหวีคล้ายนิ้วมือ ซึ่งไม่ใช่ทั้งสองอย่างนี้ ไม่ใช่เล็บมือนางที่เรากำลังจะคุยกันในวันนี้ค่ะ เพราะเล็บมือนางที่เรานำมาฝากในวันนี้ เป็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่เป็นไม้เลื้อย ดอกมีสีสันสดใสและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งมีคุณค่าและมีประโยชน์มากกว่าแค่การปลูกเป็นไม้ประดับเพื่อความสวยงาม
         ต้นเล็บมือนาง มีชื่ออื่นที่อาจเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ บ้างเรียกว่า จะมั่ง จ๊ามั่ง มะจีมั่ง บ้างเรียก เล็บนาว หรือทางภาคใต้ จะเรียก นิ้วมือพระนารายณ์ เป็นต้น พืชชนิดนี้ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Combretum indicum (L.) DeFilipps อยู่ในวงศ์ COMBRETACEAE วงศ์เดียวกับสมอไทย สมอเทศ และสะแกนา เล็บมือนางเป็นไม้เถาเลื้อยเนื้อแข็ง อายุหลายปี ชอบเลื้อยพาดพันต้นไม้อื่น ต้นแก่มักมีกิ่งที่เปลี่ยนเป็นหนาม ใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม รูปไข่แกมขอบขนาน ดอกเมื่อเริ่มบานจะมีสีขาวและค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีชมพูและสีแดงเมื่อใกล้โรย ดอกออกเป็นช่อ ทยอยบานครั้งละ 3-6 ดอกต่อช่อ จึงเห็นดอกหลายสีในช่อเดียวกัน มีกลิ่นหอม โดยจะส่งกลิ่นหอมแรงในช่วงค่ำจนถึงช่วงเช้า ผลเป็นผลแห้ง รูปกระสวย เปลือกแข็งเป็นเส้นตามยาว 5 สัน
         เล็บมือนาง เชื่อว่ามีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่บริเวณเอเชียใต้จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงนับได้ว่าเป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยอีกชนิดหนึ่ง และปรากฏให้เห็นในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง เช่น ลิลิตพระลอ ซึ่งมีอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น หรือราว ๕๐๐ ปีมาแล้ว ในบทชมป่า ชมสวน ที่ว่า…
                           “เล็บมือนางนี้ดั่ง                  เล็บนางเรียมนา
                  ชมม่านนางหวังตาง                      ม่านน้อง
                  ชมพูสไบบาง                              นุชคลี่ ลงฤา
                  งามป่านี้ไม้ปล้อง                         แปลกปล้อง คอศรี”
         และในวรรณคดีเรื่อง ขุนช้างขุนแผน ซึ่งแต่งโดยกวีเอกของเมืองไทย อย่างท่านสุนทรภู่ ในบทที่ว่า
                           “เล็บมือนางกางกลีบกระทัดรัด         บานเย็นบานสะพรั่งฝั่งสระบัว
                  เหมือนมือเจ้าปรนนิบัติพัดวีผัว                  เหมือนเย็นเช้าเย้ายั่วอยู่กับน้อง”

         นอกจากความงดงามแล้ว เล็บมือนางยังมีประโยชน์ในด้านการนำมาใช้เป็นยารักษาโรคได้มากมายตามตำราแพทย์แผนโบราณของไทย เช่น ใบและลำต้น ใช้ขับพยาธิและตานซาง ใบ ใช้ตำพอกแผลสด ฆ่าเชื้อ หรือพอกฝี ราก เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน แก้อุจจาระเป็นฟองและอุจจาระขาว เหม็นคาวในเด็ก ผล กินแก้สะอึก ขับพยาธิไส้เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ส่วนเมล็ด มีการนำมาใช้เป็นยาถ่ายพยาธิอย่างแพร่หลาย ไม่เฉพาะเมืองไทยเท่านั้น แต่ยังนิยมใช้ในประเทศจีน ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย เป็นต้น ใช้ถ่ายพยาธิได้ ทั้งพยาธิไส้เดือน และพยาธิเส้นด้าย โดยมีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา พบว่า สารสำคัญที่อยู่ในน้ำมันเมล็ดเล็บมือนาง คือ Quisqualic acid มีฤทธิ์ฆ่าพยาธิไส้เดือนได้
#8195;
เอกสารอ้างอิง
1. มหาวิทยาลัยมหิดล. อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ. เล็บมือนาง [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/siri/index.php?page=search_detail&medicinal_id=375. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561.
2. อุทยานหลวงราชพฤกษ์. เล็บมือนาง. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.royalparkrajapruek.org/Plants/view?id=1210. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561.
3. เดชา ศิริภัทร. เล็บมือนาง : ไม้เถาดอกหอม กลีบงาม จากวรรณคดีไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.doctor.or.th/article/detail/2499. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561.
4. มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะเภสัชศาสตร์. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร. สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/quisqua.html. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2561.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000