สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 เทคโนโลยีดิจิทัล หนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ...
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6354 Posts

Posted - 24 Dec 2018 :  13:00:40  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


เทคโนโลยีดิจิทัล หนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต
พิทักษ์ สูตรอนันต์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         จากข้อจำกัดของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่อยู่บนพื้นฐานการเกษตร เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมดั้งเดิมของประเทศไทย ทำให้เกิดการก่อตั้งคณะทำงานที่ประกอบด้วยตัวแทนของกระทรวงเศรษฐกิจร่วมกับหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันวิเคราะห์แนวโน้มโลก เช่น เทคโนโลยีใหม่ การรวมเป็นเมือง และสังคมผู้สูงอายุ เป็นต้น พร้อมกับได้สัมภาษณ์ผู้ลงทุนกว่า 70 ราย จากประเทศที่เป็นเจ้าเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ยุโรป และอเมริกา เป็นต้น ทำให้เกิดข้อเสนอที่ได้รับความเห็นชอบในหลักการจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558 ในเรื่อง “10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย: กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต” ที่ประกอบไปด้วย การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร อุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน ยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์เพื่ออุตสาหกรรม และดิจิทัล ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัลนี้จะครอบคุมธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce) ศูนย์รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลผู้บริโภค (Analytics and data center) อุตสาหกรรมสื่อสร้างสรรค์และแอนิเมชั่น (Creative media and animation) การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ (Internet of things-enabled smart city) การจัดเก็บข้อมูลและประมวลผลออนไลน์ (Cloud computing) และการป้องกันอันตรายในโลกออนไลน์ (Cyber security) เป็นต้น
         เหตุผลที่ทำให้ดิจิทัลเป็นส่วนหนึ่งของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อันเนื่องมาจากดิจิทัลเป็นนวัตกรรมที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของโดยทั่วไปของคนในสังคม หรือที่เรียกได้ว่าเป็น นวัตกรรมเปลี่ยนโลก บทบาทหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นไปตามหลัก 3S คือ ความเร็ว (Speed) ขนาด (Scale) และความกว้าง (Scope) จากความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันทำให้เกิดกระบวนการเรียนรู้อย่างฉับพลัน โดยข้อมูลที่ได้จากการสื่อสารระหว่างกันเป็นปริมาณมากมายมหาศาลหรือบิ๊กดาต้า ซึ่งคาดการณ์จากทฤษฎี Information explosion ที่ชี้ให้เห็นว่าข้อมูลจะมีการเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ในทุก 2 ปี ส่งผลต่อการแข่งขันในตลาดซึ่งในอดีตเป็นการแข่งขันกันที่ต้นทุน จากปริมาณข้อมูลอันมหาศาลรวมถึงความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม ทำให้บริษัทขนาดเล็กมีโอกาสในการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงแทนที่บริษัทขนาดใหญ่ดังเช่นในอดีต ตัวอย่างเช่น Facebook Airbnb และ Uber ที่เริ่มต้นผู้ก่อตั้งเพียงไม่กี่คนแต่เรียนรู้ที่จะใช้โอกาสในการเชื่อมโยงพฤติกรรมของผู้คนและสร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนส่วนมาก เช่น Facebook ที่อาศัยรูปแบบของการสร้างสื่อสังคมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย หรือ Airbnb ที่ตอบโจทย์นักเดินทางในแง่ของข้อมูลการแบ่งปันที่พัก และ Uber ที่ช่วยแก้ปัญหาการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะของคนในเมืองใหญ่ จนสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัทและสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ และการเข้าสู่ยุคที่มีการนำเอาเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางเพิ่ม มากขึ้น นอกจากมีการนำไปใช้ในการสร้างโปรแกรมสั่งงานและควบคุมกระบวนการผลิตของหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมการผลิตขนาดใหญ่แล้ว ก็ยังมีการนำไปใช้เพื่อทดแทนคนในภาคบริการ โดยเฉพาะในธุรกิจที่ไม่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ และมีลักษณะงานที่เป็นการทำงานประจำ เช่น งานด้านธุรการ งานประชาสัมพันธ์ คอลเซนเตอร์ งานบัญชี หรือแม้กระทั่งงานด้านการขาย ดังนั้นจึงเป็นแนวโน้มที่ดิจิทัลจะเข้ามาสู่ชีวิตประจำวันของเราเพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต
         เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของเราตั้งแต่เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2527 ซึ่งเป็นยุคของอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะการทำงานจากเดิมที่เป็นแบบแมนนวล (Manual) มาเป็นการใช้คอมพิวเตอร์แทน เป็นยุคที่โลกได้เริ่มต้นรู้จักกับ World Wide Web หรือ www และการเชื่อมต่อแบบ TCP/IP ที่มีผลทำให้โลกของเรามีความใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้นผ่านการติดต่อกันด้วยอี-เมล (e-mail) ที่คนนิยมใช้กันมากก็คือ Hotmail และเริ่มต้นรู้จักธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ (e-commerce) และอี-ออกชั่น (e-auction) รวมไปยุครุ่งเรืองของเครื่องมือค้นหาอย่าง yahoo.com
         ในช่วงปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา มีการพัฒนาโทรศัพท์มือถือในรูปแบบสมาร์ทโฟน (Smartphone) และการถือกำเนิดขึ้นของโซเชียลมีเดียหรือสื่อสังคมออนไลน์ ได้แก่ hi5, myspace และ facebook ซึ่งเป็นยุคที่มนุษย์เข้าสู่การเปิดเข้าหาความสัมพันธ์แบบโลกเสมือนกันเพิ่มมากขึ้น และเริ่มมีการทำการตลาดด้วยบริการพิเศษผ่านโทรศัพท์มือถือ จากปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาลจากการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ และการพัฒนาของอุปกรณ์ที่เอื้อต่อการผลิตคอนเทนต์ในรูปแบบของภาพถ่ายดิจิทัล วิดีโอดิจิทัล
         ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 จึงก่อเกิดแพลตฟอร์มที่จะทำการรวบรวมและเผยแพร่คอนเทนต์เหล่านี้ ได้แก่ youtube, pinterest และ Instagram และการเกิดขึ้นของระบบสตรีมมิ่ง (Streaming content) ที่ทำให้เราสามารถเปิดดูคอนเทนต์เหล่านี้ได้อย่างทันท่วงทีและรวดเร็วโดยไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดมาจนครบก่อน ทำให้เกิดยุคการสร้างสรรค์คอนเทนต์ต่างๆ และทำให้เกิดเทคโนโลยีการจัดเก็บในรูปแบบฐานข้อมูล (Database) และพัฒนาเทคโนโลยีการทำเหมืองข้อมูล (Data mining) เพื่อนำมาประยุกต์กับข้อมูลปริมาณมหาศาลที่ถูกสร้างขึ้นในการเรียนรู้และสร้างรูปแบบการตลาดจากองค์ความรู้หรือพฤติกรรมของผู้บริโภคเพื่อทำการสร้างคอนเทนต์หรือผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น
         ช่วงปี พ.ศ. 2556 เป็นต้นมาเทคโนโลยีดิจิทัลสามารถสัมผัสทางกายภาพได้มากขึ้นผ่านการสร้างอุปกรณ์อัจฉริยะ (Smart devices) นอกเหนือจากโทรศัพท์สมาร์โฟน ได้แก่ แว่นตา หรือนาฬิกาอัจฉริยะ เป็นต้น เพื่อสร้างประสบการณ์การรับรู้ร่วมกับลูกค้าที่มากกว่าการสื่อสารทางเดียวในโลกเสมือน และล่าสุดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ได้มีการประยุกต์ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence หรือ AI) ให้มีความใกล้ชิดกับการดำรงชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นโดยอาศัยศักยภาพการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ที่เพิ่มสูงขึ้นผ่านการเรียนรู้ข้อมูลและประสบการณ์จากข้อมูลจำนวนมหาศาล ที่สามารถนำมาใช้ในการคาดการณ์หรือประเมินผลสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น ทำให้คอมพิวเตอร์รู้จักคิดและจดจำ ที่ส่งผลให้สามารถทำความเข้าใจรูปแบบของผู้บริโภค หรือใช้ในการสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถโต้ตอบเหมือนมนุษย์ได้
         จากการยอมรับและการให้ความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นของนวัตกรรมเปลี่ยนโลกอย่างเทคโนโลยีดิจิทัลจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทำให้เทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลนี้มาประยุกต์ให้ครอบคลุมการใช้งานที่หลากหลาย มีประโยชน์ และทันต่อกระแสการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นใหม่ในอนาคต ซึ่งเราเองก็ต้องพัฒนาตนเองให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยเช่นกัน เพื่อไม่ให้กลายเป็นคนตกยุค

เอกสารอ้างอิง
กองบรรณาธิการ. 10 เรื่องน่ารู้ ว่าด้วย อุตสาหกรรมเป้าหมายของไทย. ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ. MTEC, เมษายน – มิถุนายน 2559, หน้า 23-32. วันที่ค้นข้อมูล 13 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก https://www2.mtec.or.th/th/e-magazine/admin/upload/299_23.pdf
แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร. พฤษภาคม 2559. 148 หน้า. วันที่ค้นข้อมูล 13 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก http://www. mdes.go.th /assets/portals/1/files/590613_4Digital_Economy_Plan-Book.pdf.
ศิริยศ จุฑานนท์. นวัตกรรมเปลี่ยนโลก. ฝ#63237;ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย#63246;แห#63242;งประเทศไทย. 2561. วันที่ค้นข้อมูล 13 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก https://www.set.or.th/th/news/capital_market_innovation _awards/files/2018/20180719_Innovation_Article.pdf.
สโรจ เลาหศิริ. 5 ยุคสมัยของดิจิทัล ประเทศไทยอยู่ไหน? ต่างประเทศอยู่ไหน? POSITIONING. 24 มกราคม 2560. วันที่ค้นข้อมูล 13 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก https://positioningmag.com/1114251.
เอริค ชมิดท์ และ จาเร็ด โคเฮ็น. ดิจิทัลเปลี่ยนโลก : The New Digital Age. สุทธวิชญ์ แสงดาษดา.กรุงเทพฯ : โพสต์บุ๊กส์, 2557
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000