สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 กิจกรรมทางกาย เพื่อชาติ เพื่อครอบครัว และเพื่อ...
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6289 Posts

Posted - 24 Dec 2018 :  13:04:53  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


กิจกรรมทางกาย เพื่อชาติ เพื่อครอบครัว และเพื่อตัวเอง
พิทักษ์ สูตรอนันต์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         เราเคยที่จะถามตัวเองกันบ้างมั้ยว่า กิจกรรมหลังจากที่เราตื่นนอนในแต่ละวันมีอะไรบ้าง ถ้าเป็นเด็ก นักเรียน นิสิต นักศึกษา ก็คงต้องตอบว่า ล้างหน้า อาบน้ำ แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ เตรียมตัวไปเรียน แต่ถ้าเป็นพ่อบ้านแม่บ้านที่ต้องคอยดูแลสมาชิกในครอบครัว ก็จะมีกิจกรรมการจัดเตรียมข้าวปลาอาหารเช้า สำหรับทุกคนในครอบครัว สำหรับคนในวัยทำงานโดยทั่วไปก็คงไม่แตกต่างกัน แต่กิจกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นเฉพาะในยามเช้าและเย็น แล้วกิจกรรมอื่นที่เกิดขึ้นในระหว่างวันเป็นอย่างไรบ้าง ต้องยอมรับว่า คนส่วนใหญ่ในสังคมพยายามที่จะผลักดันให้ลูกหลานเรียนให้สูงหรือจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเพื่อที่จะได้มีอาชีพการงานที่มั่นคง ซึ่งความคาดหวังกับอาชีพของเด็กจบใหม่ก็คงหนีไม่พ้นการได้อาชีพการงานที่มั่นคง มีสวัสดิการที่ดี และได้นั่งโต๊ะทำงานในสำนักงาน นั่งทำงานเอกสาร พิมพ์งาน และสื่อสารระหว่างกันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ แต่สิ่งเหล่านี้เป็นบ่อเกิดของความเคยชินในการดำรงชีวิต และทำให้เกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง (Sedentary Behavior) ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่ใช้พลังงานต่ำ ไม่มีการเคลื่อนไหวหรือเคลื่อนที่ของร่างกาย หรือถ้าหากมีก็มีน้อย และไม่มีความต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยมีความสัมพันธ์กับอัตราการตายจากโรคหัวใจหลอดเลือด โรคเบาหวาน และภาวะของเมตาบอลิกซินโดรม หรือโรคอ้วนลงพุง
         ซึ่งพฤติกรรมเนือยนิ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable Diseases) ซึ่งเป็นชื่อเรียกของกลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือ ติดต่อ ผ่านตัวนำโรค (พาหะ) หรือสารคัดหลั่ง หากแต่เกิดจากปัจจัยภายในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากไลฟ์สไตล์วิถีการใช้ชีวิต ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่าง เหล้า บุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย อาหารหวานมันเค็มจัด และมีความเครียด จากผลการศึกษาสถานการณ์การตาย และความชุกของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง 4 ชนิดที่พบบ่อยในประเทศไทย อันได้แก่ โรคเบาหวาน ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ในช่วงปี พ.ศ. 2553 – 2557 ในระบบกระทรวงสาธารณสุข (ไม่รวมกรุงเทพมหานคร) โดยข้อมูลสถานการณ์การตายและการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อในระยะ 5 ปี มีแนวโน้มที่เป็นปัญหาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ แนวโน้มการตายในกลุ่มอายุ 30 – 69 ปี เพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 28.10 ในผู้ชาย และร้อยละ 18.8 ในผู้หญิง ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นของอัตราการตายที่สูงกว่าค่าเป้าหมายที่องค์การอนามัยโลกกำหนด ส่วนสถานการณ์ความชุกของโรคไม่ติดต่อใน 4 โรค ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมาก ซึ่งจำเป็นต้องเร่งจัดการควบคุมป้องกันโรค ด้วยกลวิธีที่จำเพาะกับแต่ละกลุ่มประชากรมากขึ้น โดยเฉพาะการจัดการในกลุ่มประชากรชายวัยทำงาน เพื่อให้การควบคุมป้องกันโรคไม่ติดต่อเกิดประสิทธิผลเพิ่มขึ้น
         นอกจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง การมีพฤติกรรมการใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ทั้งการทำงาน การเล่นเกมส์ และการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ก็ส่งผลต่อเกิดเป็นกลุ่มอาการผิดปกติทางกายที่เรียกกันว่า คอมพิวเตอร์ซินโดรม (Computer Syndrome) ได้แก่ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ปวดหลัง ปวดไหล่ ปวดต้นคอ เจ็บแขน รวมทั้งอาการผิดปกติทางตา ซึ่งหากกล่าวถึงโรคที่เกี่ยวข้องกับตาโดยเฉพาะจะเรียกว่า โรคตาที่มากับคอมพิวเตอร์ (Computer Vision Syndrome หรือ CVS) ซึ่งโรคซีวีเอสพบได้ถึงประมาณร้อยละ 80 ของบุคคลที่ใช้คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปีขึ้นไป มีอาการแสบตา เคืองตา ตาแห้ง เมื่อยตา ตาสู้แสงไม่ได้ บางรายเป็นมากถึงขั้นรู้สึกตาพร่ามัว ปวดตา ปวดกระบอกตา อาการดังกล่าวอาจเป็นน้อยบ้าง มากบ้าง แตกต่างกันในระหว่างบุคคล บั่นทอนการทำงาน แต่ไม่ถึงกับทำให้ตามัวลงอย่างถาวร หรือเมื่อพักการใช้คอมพิวเตอร์สักครู่ อาการต่างๆ ก็หายไปได้เอง หรือบางท่านอาจต้องว่างเว้นการใช้งานไปเป็นวัน การแก้ไขและป้องกันโรคซีวีเอสทำได้โดยการฝึกกระพริบตา หรือมีการพักสายตา ขณะทำงานหน้าจอทุก 1 – 2 ชั่วโมง หรือบ่อยกว่านี้ และหากแสบตามาก อาจใช้น้ำตาเทียมช่วย และในกรณีของโรคอันเกิดจากพฤติกรรมการใช้เมาส์ที่อยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานานไม่มีการเปลี่ยนแปลงอิริยาบถหรือเหยียดคลายกล้ามเนื้อที่นิ้ว ก่อให้เกิด โรคนิ้วล็อค (Trigger Fingers) ซึ่งเป็นโรคปลอกหุ้มเส้นเอ็นเกิดการอักเสบอันเกิดจากการหนาตัวขึ้นของปลอกหุ้มเส้นเอ็น ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนผ่านปลอกหุ้มเส้นเอ็นลำบาก จนทำให้เกิดการเสียดสีกันระหว่างเส้นเอ็นกับปลอกหุ้ม ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบ และปวด สำหรับคนที่เป็นนิ้วล็อคในระยะเริ่มแรก จะมีอาการปวดบริเวณโคนข้อนิ้วมือ และเมื่อระยะเวลานานเข้าจะมีอาการปวดเพิ่มมากขึ้น ขยับนิ้วมือหรือกำมือไม่ได้ มีอาการเกร็งข้าง เหยียดออกไม่ได้ จนทำให้มีอาการบวม แดงร้อน ตามมา การใช้น้ำอุ่นหรือความร้อน หรือการบริหารยืดเหยียดนิ้วมือร่วมด้วย โดยการกำมือ แบมือ 10 ครั้ง ก็ช่วยทำให้การปวด การอักเสบของกล้ามเนื้อ และนิ้วมือลดน้อยลง ทำให้เลือดไหลเวียนได้สะดวกมากยิ่งขึ้น
         ประชาคมโลกรับรู้ความหมายของ กิจกรรมทางกาย (Physical Activity) ในความหมายการเคลื่อนไหวร่างกายในอิริยาบถต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งก่อให้เกิดการใช้และเผาผลาญพลังงานโดยกล้ามเนื้อไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเดินทาง โดยการเดินหรือขี่จักรยาน และกิจกรรมนันทนาการ ได้แก่ การออกกำลังกาย การท่องเที่ยว ซึ่งควรได้รับการส่งเสริมให้ประชาชนได้มีกิจกรรมทางกายในวิถีชีวิตเพิ่มมากขึ้นอันเนื่องมาจากความเคยชินจากการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมเนือยนิ่ง ทั้งการนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ การใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งประชาชนควรได้รับการส่งเสริมให้ลดพฤติกรรมเนือยนิ่งนี้ลง ทำให้เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2560 กระทรวงสาธารณสุขและภาคีเครือข่ายที่มีภารกิจหลักในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน จึงได้ร่วมกันทำแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2573) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน ใช้เป็นกรอบแนวทางการส่งเสริมกิจกรรมทางกายของประเทศ อันจะนำไปสู่การลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และพัฒนาสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแล้ว กระแสสังคมในปัจจุบัน คนไทยเริ่มหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น การออกแผนแม่บทส่งเสริมกิจกรรมทางกายก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยชี้แนะให้เห็นถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ได้แก่ การทำงานบ้าน การทำงานอาชีพที่ใช้แรงกาย การเดินทางด้วยจักรยานหรือเดินเท้า การเดินขึ้นบันได นอกเหนือไปจากการออกกำลังกาย เล่นกีฬา วิ่ง ปั่นจักรยาน และการท่องเที่ยว ก็จะทำให้สุขภาพของคนไทยในอนาคตมีคุณภาพที่ดีมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างมีคุณภาพ เพราะกิจกรรมทางกายไม่ใช่ทำเพื่อตัวเองเพียงอย่าเดียว แต่ทำเพื่อครอบครัว และเพื่อประเทศชาติ

เอกสารอ้างอิง
คณะกรรมการร่างแผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2573). พฤศจิกายน 2560. แผนแม่บทการส่งเสริมกิจกรรมทางกาย (พ.ศ. 2561 - พ.ศ. 2573). 115 หน้า.
สกาวรัตน์ คุณาวิศรุต. 10 พฤษภาคม 2557. โรคตาที่มากับคอมพิวเตอร์ (Computer Vision Syndrome/CVS). หาหมอ.คอม แหล่งรวมข้อมูลสุขภาพ โรงพยาบาล และแพทย์. วันที่ค้นข้อมูล 7 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก http://haamor.com/th/โรคที่มากับคอมพิวเตอร์/.
กลุ่มโรค NCDs โรคที่คุณสร้างเอง. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). วันที่ค้นข้อมูล 7 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จากhttp://www.thaihealth.or.th/microsite/categories/5/ ncds/2/173/176-กลุ่มโรค+NCDs.html
สุพัตรา ศรีวณิชชากร. 2560. สถานการณ์การป่วยและการตายด้วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และ โรคหัวใจและหลอดเลือด) ในประเทศไทย ในระยะ 5 ปี (2553-2557). วารสารควบคุมโรค, ปีที่ 43 ฉบับที่ 4: 379 – 390.
Darika. 4 มิถุนายน 2561. วิธีง่ายๆ แก้ นิ้วล็อค ใน 10 นาที. GOODLIFE update.com. วันที่ค้นข้อมูล 7 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก https://goodlifeupdate.com/healthy-body/68738.html.
สิรวุฒิ รวีไชยวัฒน์. 6 กันยายน 2561. ผ่าแผน "กิจกรรมทางกายชาติ" กู้วิกฤตไลฟ์สไตล์ "ตายก่อนแก่" ได้แค่ไหน. ผู้จัดการออนไลน์. วันที่ค้นข้อมูล 7 กันยายน 2561, เข้าถึงได้จาก https://mgronline.com/ qol/ detail/9610000089085.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000