สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 เรื่องประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6289 Posts

Posted - 15 Jan 2019 :  11:33:25  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


เรื่องประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง
ผู้ช่วยศาสตราจารย์สิริวรรณ วงษ์ทัต


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังรายการมนุษย์กับสังคม วันนี้จะขอนำเสนอประเพณีพื้นบ้านสำคัญของจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน คือจังหวัดสกลนคร ประเพณีนั้นคือ ประเพณีแห่ปราสาทน้ำผึ้งเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของชาวสกลนคร ที่เกิดจากความเชื่อ ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ผสานภูมิปัญญาของชาวบ้านที่สรรค์สร้างงานประติมากรรมออกมาได้อย่างสวยงาม ประเพณีแห่ปราสาทน้ำผึ้งจัดขึ้นในช่วงออกพรรษา ระหว่างวันขึ้น ๑๒ – ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ในตอนกลางคืนของวันขึ้น ๑๓ ค่ำ ก่อนวันแห่ขบวนปราสาทผึ้ง ชาวคุ้มวัดต่าง ๆ จะนำปราสาทผึ้งของตนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ประดับโคมไฟหลากสีมาตั้งประกวดแข่งขันกัน เพื่อให้ประชาชนได้ชมความสวยงามอย่างใกล้ชิด ในวันขึ้น ๑๔ ค่ำเป็นวันแห่ขบวนปราสาทผึ้งของคุ้มวัดต่าง ๆ แห่ไปตามถนนในเขตเทศบาลไปสู่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร ในอำเภอเมือง ในแต่ละขบวนแห่ด้วยเกวียนโดยใช้คนลากแทนวัว แต่ละปราสาทผึ้งมีนางฟ้าหรือเทพีนั่งอยู่ตอนหน้าของเกวียน ตรงกลางเป็นปราสาทผึ้ง ขบวนแห่มีพิณ กลอง ฆ้องประโคม ตามด้วยขบวนคนหนุ่มคนสาวและคนเฒ่าคนแก่ถือธูปเทียน ประนมมือ เมื่อแห่ครบ ๓ รอบ ก็ถวายปราสาทผึ้งแก่ทางวัด
         ความเป็นมาของประเพณีนี้มีกล่าวไว้ในตำนานว่า ในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาเป็นปีที่ ๗ บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ประทับที่บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ ทรงแสดงพระอภิธรรมปฏิกรณ์แก่พุทธมารดา เป็นการตอบแทนพระคุณจนพระพุทธมารดาบรรลุโสดาบัน ครั้นถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นวัน “มหาปวารณาออกพรรษา” พระพุทธองค์กำหนดเสด็จสู่เมืองมนุษย์ พระอินทร์จึงเนรมิตบันได ๓ ชนิด คือ บันไดทองคำ บันไดเงิน และบันไดแก้ว พระพุทธองค์เสด็จลงทางบันไดแก้วถึงประตูเมืองสังกัสสนคร ทรงประทับพระบาทเบื้องขวาลงก่อน นาค มนุษย์ และสัตว์นรกต่างชื่นชมปลื้มปีติในพระพุทธบารมี เลื่อมใสในบุญกุศล จนเกิดจินตนาการเห็นปราสาทสวยงามใคร่จะไปอยู่ จึงรู้ว่าการที่จะได้ไปอยู่ในปราสาทอันสวยงามนั้นต้องสร้างบุญกุศล ประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในหลักศีลธรรม ทำบุญตักบาตร สร้างปราสาทกองบุญในเมืองมนุษย์เสียก่อนจึงจะได้ไป จากนั้นเป็นต้นมาผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงพากันคิดสร้างสรรค์ปราสาทให้มีรูปร่างเหมือนวิมานบนสวรรค์ มีลวดลายวิจิตรงดงามตามยุคตามสมัยสืบต่อมา บางแห่งก็ถือว่าสร้างปราสาทสำหรับรับเสด็จพระพุทธเจ้าเมื่อเสด็จมายังโลกมนุษย์ไปสู่ที่ประทับ
         ส่วนสาเหตุที่มีการนำเอาขี้ผึ้งมาทำเป็นปราสาทนั้น สืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ในสมัยพุทธกาลเช่นเดียวกัน กล่าวว่า ในพรรษาที่ ๙ เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปจำพรรษาที่ดงไม้สาละใหญ่ ในป่ารักขิตวัน ใกล้บ้านปาลิไลย์ซึ่งไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่เลย ช้างปาลิไลย์และลิงเป็นผู้อุปัฏฐากตลอด ๓ เดือน ช้างจัดน้ำและผลไม้มาถวาย ส่วนลิงนำรวงผึ้งมาถวาย เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับแล้วเสวย ลิงเห็นก็ดีใจ ไปจับกิ่งไม้เขย่า บังเอิญกิ่งไม้นั้นหัก ลิงจึงตกลงมาถูกตอเสียบอกตาย และได้ไปเกิดเป็นเทพบุตรบนปราสาทวิมานในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนช้างอยู่ถวายการรับใช้พระพุทธองค์มาตลอด จนกระทั่งถึงวันมหาปวารณาออกพรรษา พระพุทธเจ้าตรัสลาช้างแล้วเสด็จเข้าสู่เมืองโกสัมพี ช้างคิดถึงพระพุทธเจ้ามากจนหัวใจแตกสลาย ไปเกิดเป็นเทพบุตรบนปราสาทวิมาน พระพุทธเจ้าทรงนึกถึงคุณความดีของช้างและลิง จึงนำเอารวงผึ้งมาทำเป็นดอกไม้ประดับในโครงปราสาท เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ช้างและลิง พุทธศาสนิกชนจึงได้ถือเป็นแนวทางจัดสร้างปราสาทผึ้ง เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและเป็นบุญกุศลสืบมา
         ปัจจุบันการทำปราสาทผึ้งและขบวนแห่เปลี่ยนแปลงไป รูปทรงของปราสาทผึ้งและการประดับก็วิจิตรพิสดาร มีการออกแบบลวดลายต่าง ๆ ไม่เหมือนในอดีต ขบวนแห่ที่เคยใช้เกวียนก็เปลี่ยนมาใช้รถยนต์แทน และเปลี่ยนสถานที่รวมขบวนจากบริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหารเป็นสนามมิ่งเมือง มีสิ่งใหม่ ๆ เพิ่มในขบวนแห่ปราสาทผึ้ง คือ การแสดงเกี่ยวกับประเพณีโบราณของชาวอีสาน เช่น รำมวยไทย ฟ้อนผู้ไท โส้ทั่งบั้ง บุญข้าวสาก บุญข้าวประดับดิน การตำข้าว การปรุงยาสมัยโบราณ การแข่งเรือ และการแสดงความเชื่อทางไสยศาสตร์ เช่น การไล่ผีปอบ การปลุกพระ เป็นต้น
         ประเพณีแห่ปราสาทผึ้งเป็นประเพณีที่ทำให้ผู้จัดทำและผู้ร่วมประเพณีเกิดความมั่นคงทางจิตใจ และเชื่อว่าจะเกิดเป็นบุญกุศลสูงสุดแก่ตน เพราะผึ้งเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ดังปรากฏในพุทธประวัติ อีกทั้งยังเป็นการอุทิศบุญกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับอันเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที

เอกสารอ้างอิง
ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง – ประเพณีไทยดอทคอม. ค้นเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑. ค้นจาก www.prapaneethai.com>ประเพณีท้องถิ่น>ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ>สกลนคร.
ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง.ค้นเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑. ค้นจาก https://esan108.com.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000