สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 โรงไฟฟ้าฐาน และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6289 Posts

Posted - 15 Jan 2019 :  11:44:42  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


โรงไฟฟ้าฐาน และโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
อาจารย์เจตน์ ตันติวณิชชานนท์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ประเทศไทยมีการใช้พลังงานขั้นสุดท้ายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 มีปริมาณ 21,692 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 7.8 คิดเป็นมูลค่ากว่า 318,622 ล้านบาท การใช้พลังงานยังคงเพิ่มขึ้นตามการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยที่น้ำมันสำเร็จรูปยังคงเป็นพลังงานที่ใช้มากที่สุด รองลงมาประกอบด้วยไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน ถ่านหิน พลังงานหมุนเวียนดั้งเดิม และก๊าซธรรมชาติ
         จะเห็นได้ว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ตามขนาดเศรษฐกิจและจำนวนประชาชน จึงมีความจำเป็นต้องพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า เพื่อสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานอย่างยั่งยืน แต่การผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันของประเทศไทยเรานั้นต้องพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมากถึง 66 % และมีการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เกิดความไม่มั่นคงด้านพลังงาน ดังนั้น การสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศถือเป็นภารกิจสำคัญที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต่อไปเราจะไปทำความรู้จักกับโรงไฟฟ้าฐานและโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าที่สำคัญในอนาคต
         โรงไฟฟ้าฐาน
         ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าหลายประเภทเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าตามความต้องการพื้นฐาน (Base Load Plant) เป็นโรงไฟฟ้าที่ต้องเดินเครื่องอยู่ตลอดเวลา จึงต้องเลือกใช้เชื้อเพลิงราคาถูกเป็นลำดับแรก ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน (Thermal) ใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เช่น โรงไฟฟ้าแม่เมาะ หรือโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม (Combined Cycle) ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง เช่น โรงไฟฟ้าวังน้อย โรงไฟฟ้าพระนครใต้ โรงไฟฟ้าจะนะ เป็นต้น
         ข้อดีของโรงไฟฟ้าฐานที่ใช้เชื้อเพลิงจากถ่านหิน คือ สามารถจ่ายไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง ระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงทั้งปริมาณและคุณภาพ ทำให้ราคาค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศไทยไม่สูง ต้นทุนในการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงถ่านหินต่ำกว่าเชื้อเพลิงอื่น เช่น ก๊าซธรรมชาติ น้ำมัน และพลังงานหมุนเวียน โดยมีปริมาณสำรองมาก สามารถใช้ได้ไม่ต่ำกว่า 200 ปี ที่สำคัญในปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีถ่านหินสะอาด ทำให้สามารถกำจัดมลพิษจากการใช้ถ่านหินได้มากกว่า 99 % ส่วนข้อจำกัด คือ ต้องใช้ระบบควบคุมมลภาวะทางอากาศที่มีราคาแพง เนื่องจากการเผาไหม้ถ่านหินเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน และเราต้องนำเข้าถ่านหินคุณภาพดีจากต่างประเทศรวมทั้งต้องมีระบบการจัดการขนส่งที่ดี
         จะเห็นได้ว่า โรงไฟฟ้าฐานจะใช้เชื้อเพลิงที่สามารถจัดหาได้อย่างสม่ำเสมอและมีราคาต่ำ ถ่านหินจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญ เพราะเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มีปริมาณสำรองมากที่สุดในโลก อีกทั้งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทำให้โรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น นอกจากนั้นก๊าซธรรมชาติเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของโรงไฟฟ้าฐาน แต่ในปัจจุบันปริมาณก๊าซธรรมชาติก็มีจำนวนลดลงมาก ทำให้ไฟฟ้าที่ได้จากโรงไฟฟ้าถ่านหินนั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่น ๆ
         ถึงแม้ว่าภาครัฐบาลจะสนับสนุนพลังงานทดแทน แต่ประเทศไทยของพวกเราก็ยังจำเป็นต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าฐานหรือโรงไฟฟ้าหลัก เพราะโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนยังไม่มีเสถียรภาพในการผลิตไฟฟ้าได้ดีเท่ากับโรงไฟฟ้าฐาน อีกทั้งพลังงานทดแทนยังมีต้นทุนสูง และหากจะทำให้การผลิตไฟฟ้ามีเสถียรภาพจะต้องลงทุนระบบกักเก็บแบตเตอรี่ ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นตามมา ดังนั้นโรงไฟฟ้าฐานจึงเปรียบเสมือนฐานพลังงานที่มั่นคงของประเทศไทยในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและรอยยิ้มของพวกเราชาวไทย
         โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ
         การขยายตัวทางเศรษฐกิจ สังคม และการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาการจัดการขยะชุมชน เนื่องจากมีปริมาณขยะเพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าภาครัฐบาลจะพยายามบริหารจัดการขยะ ทั้งการจัดเก็บ เคลื่อนย้าย รวมถึงการทำลาย แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับปริมาณขยะ ซึ่งจากข้อมูลในปี พ.ศ. 2558 ของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน พบว่ามีปริมาณขยะต่อวันถึง 49,680 ตัน หรือ 17.8 ล้านตันต่อปี ดังนั้นหากเราไม่มีการนำขยะไปใช้ประโยชน์ในสัดส่วนที่มากขึ้น ก็จะทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีวิธีกำจัดขยะให้เหมาะสม
         ในอดีตการฝังกลบเป็นวิธีที่นิยมในการกำจัดขยะ แต่ปัจจุบันพื้นที่สำหรับฝังกลบหายากขึ้น และก่อให้เกิดมลภาวะตามมา เช่น มีน้ำเสียและกลิ่นเหม็นจากกองขยะ ส่งผลรบกวนความเป็นอยู่ของชาวบ้าน จากปัญหาดังกล่าว ทำให้การกำจัดขยะโดยการเผาเป็นวิธีที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด และเกิดประโยชน์จากขยะมากที่สุด จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถนำมาใช้ได้จริง
         ปัจจุบันมีการคิดค้นการกำจัดขยะที่สามารถเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน และใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าได้โดยอาศัยเทคโนโลยีเตาเผาขยะที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ก๊าซพิษ เขม่า กลิ่น ซึ่งก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้จะได้รับการกำจัดเขม่าและอนุภาคตามที่กฎหมายกำหนด ก่อนปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศ ส่วนขี้เถ้าที่เหลือจากการเผาไหม้จะถูกนำไปฝังกลบ หรือใช้เป็นวัสดุปูพื้นสำหรับการสร้างถนน สำหรับขี้เถ้าที่มีส่วนประกอบของโลหะจะถูกนำกลับมาใช้ใหม่ได้
         สำหรับข้อดีของการผลิตไฟฟ้าจากขยะ คือเป็นแหล่งพลังงานราคาถูก ช่วยลดปัญหาการกำจัดขยะ รวมถึงลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1.37 ล้านตันต่อปี ส่วนข้อจำกัดคือค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและบำรุงรักษาซึ่งใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะให้เหมาะสมก่อนนำไปแปรรูปเป็นพลังงาน
         จะเห็นได้ว่าโรงไฟฟ้าพลังงานขยะมีเป้าหมายหลัก คือช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะ สามารถแก้ปัญหาการกำจัดขยะอย่างถูกวิธี และมีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน อันได้แก่
         1) ต้องมีการบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามหลักวิชาการ ตั้งแต่การรับขยะเข้าสู่โรงงานที่เป็นอาคารระบบปิด เพื่อป้องกันกลิ่นฟุ้งกระจาย การชะล้างขยะ และน้ำเสียออกนอกบริเวณโรงงาน ตามมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษ
         2) ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน โดยรับขยะชุมชนในพื้นที่มาดำเนินการผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้สามารถจัดการกับปัญหาเรื่องควัน ฝุ่นละออง และกลิ่นได้เป็นอย่างดี
         ดังนั้น หากต้องการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะที่มีประสิทธิภาพ และลดค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ พวกเราต้องมีระเบียบวินัย โดยการช่วยกันคัดแยกขยะ เพื่อความง่ายต่อการนำไปใช้ประโยชน์ และเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งขยะที่เป็นเชื้อเพลิงจะสามารถติดไฟได้ เช่น เศษผ้า เศษกระดาษ หญ้า ใบไม้ กิ่งไม้แห้ง พลาสติก จะสามารถนำไปผลิตไฟฟ้าได้อีกทางหนึ่ง อันจะเป็นการแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองให้แก่ท้องถิ่นและประชาชนอย่างยั่งยืน ด้วยการบริหารจัดการที่ไม่สร้างผลกระทบตามมาในอนาคต

แหล่งอ้างอิง
กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน. (2561). สถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ไตรมาสที่ 1/ 2561 (Energy Situation Q1 2018).สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จากhttp://www.dede.go.th/more_news.php?cid=63
กองบรรณาธิการ TCIJ. (2560). เผยนักลงทุนไทย-จีนจับมือผุดโรงไฟฟ้าขยะ 85 แห่งทั่วประเทศ ระบุ 'ประชาชน-อปท.' หนุน. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จากhttps://www.tcijthai.com/news/2017/21/current/6764
คม.ชัด. ลึก. (2560). ไทยจำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าฐานเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จาก http://www.komchadluek.net/news/economic/264220
ธวัชชัย จักรไพศาล. (2560). ไฟฟ้า: มีพอใช้กันอีกนานเท่าใด. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จากhttp://www1a.biotec.or.th/brt/dmdocuments/Sheech_of_king.pdf?phpMyAdmin=dc109ce0f4374de03bd82620757db7f3
ยุทธพง ตันเจริญ. (2558). แผนพัฒนากําลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2558-2579. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จาก http://www.appp.or.th/imgadmins/document/09111646.pdf
สํานักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน. (2561). ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับไฟฟ้า และ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จาก http://www.touchtechdesign.com/eppo/
อภิรดา มีเดช. (2559). โรงไฟฟ้าขยะ: แก้ปัญหาเดิมด้วยการเพิ่มปัญหาใหม่. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จาก https://waymagazine.org/waste-energy-problems/
ECO ENERGY GROUP. (2561). โรงไฟฟ้าพลังงานขยะ. สืบค้นเมื่อ 26 มิถุนายน 61. จาก http://www.eegc-corp.com/project1
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.04 seconds. Snitz Forums 2000