สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
 สมุนไพรใด…ใช้ได้ในเด็ก
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6289 Posts

Posted - 15 Jan 2019 :  12:03:54  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


สมุนไพรใด…ใช้ได้ในเด็ก
อาจารย์ ดร.ธนัชพร นุตมากุล


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         จากกระแสนิยมสมุนไพรและผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ทำให้เราเห็นทั้งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากสมุนไพร รวมทั้งยาสมุนไพรมากมายวางจำหน่ายอยู่ทั่วทุกหนแห่ง ไม่เพียงแค่ในร้านขายยา แต่ยังมีวางจำหน่ายในซุปเป้อร์มาเก็ต และร้านสะดวกซื้อทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นผลิตภัณฑ์และยาสมุนไพรที่ใช้ในผู้ใหญ่ แล้วถ้าอยากให้เด็ก ๆ ที่บ้านใช้สมุนไพรเหล่านี้ จะใช้ได้หรือไม่ และมีโรคหรืออาการใดที่สามารถใช้สมุนไพรบรรเทาอาการได้ในเด็ก เรามาหาคำตอบกันค่ะ
         เริ่มตัวแรกกับสมุนไพรที่รู้จักและคุ้นเคยเป็นอย่างดี คือ ยามหาหิงคุ์ ซึ่งหลายท่านอาจคิดว่าเป็นยาฝรั่ง เพราะมักเห็นใช้กับเด็กอ่อนในโรงพยาบาล แต่ความจริงแล้ว มหาหิงคุ์เป็นยางที่ได้จากลำต้นใต้ดินของต้นไม้ชนิดหนึ่ง ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่แถบเอเชียกลางไปถึงเอเชียใต้ น้ำยางนี้มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง สีน้ำตาลอมเหลืองและมีกลิ่นฉุน ผู้เฒ่าผู้แก่ในบ้านมักแนะนำให้เอาทิงเจอร์มหาหิงคุ์หยดใส่ผ้าผูกไว้ที่ข้อมือเด็ก หรือนำมาทาบาง ๆ บริเวณท้องเพื่อบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อ บางบ้านอาจแนะนำให้หยดทิงเจอร์มหาหิงคุ์ลงในน้ำ 1-2 หยด อย่างไรก็ตามวิธีนี้ไม่ขอแนะนำ เนื่องจากในทิงเจอร์มหาหิงคุ์นั้น มีแอลกอฮอล์มาก อาจทำให้เด็กได้รับแอลกอฮอล์โดยไม่จำเป็นได้
         นอกจากยามหาหิงคุ์แล้ว สมุนไพรที่นิยมใช้บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กเล็ก ยังมี ดอกกานพลูแห้ง สำหรับวิธีใช้ ทำได้ง่ายๆเพียงนำดอกกานพลูแห้ง 1-2 ดอก ทุบแช่ไว้ในน้ำเดือด 1 กระติก (ประมาณครึ่งลิตร) สำหรับชงนมใส่ขวดให้เด็กกิน ซึ่งสารสำคัญกลุ่มน้ำมันหอมระเหยในกานพลูจะช่วยบรรเทาอาการท้องอืดในเด็กได้
         อาการต่อไปที่มักพบได้บ่อยในเด็ก คือ ท้องผูก โดยมักมีอาการ คือ ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ติดต่อกันมากกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป ถ่ายลำบาก ต้องเบ่งนาน อุจจาระแข็ง เป็นก้อนเล็กก้อนน้อยเหมือนขี้แพะ ซึ่งอาจเกิดจากการดื่มน้ำน้อย หรือรับประทานอาหารประเภทกากใยน้อย จึงควรแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการให้เด็กรับประทานอาหารที่มีกากใยเพิ่มขึ้น เช่น ผักและผลไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กล้วยน้ำว้า โดยเลือกใช้กล้วยน้ำว้าที่สุกงอม ซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาระบาย บรรเทาอาการท้องผูก ตรงกันข้ามกับกล้วยห่ามหรือดิบซึ่งมีสรรพคุณใช้บรรเทาอาการท้องเสีย อย่าเผลอหยิบมาใช้ผิดกันนะคะ
         หากที่บ้านมีเด็กที่โตขึ้นมาหน่อย ถึงวัยเข้าโรงเรียน ไม่ว่าจะวัยอนุบาลหรือประถม จะมีโรคยอดฮิตที่เชื่อว่าเป็นกันทุกครอบครัว นั่นก็คือ โรคเหา นั่นเองค่ะ โดยทั่วไปจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ แต่เด็กบางคนอาจมีอาการคันศีรษะได้ เนื่องจากการระคายเคืองจากน้ำลายของเหา เมื่อเป็นแล้วสามารถรักษาได้โดยใช้สมุนไพรใกล้ตัวอย่าง น้อยหน่า ซึ่งบางบ้านอาจใช้ใบ บางบ้านใช้เมล็ด ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง 2 อย่าง แต่มีวิธีการเตรียมแตกต่างกัน โดยหากใช้ใบ ให้นำใบน้อยหน่าประมาณ 3-4 ใบ ตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าขาวหรือเหล้าโรง คั้นเอาแต่น้ำมาทาให้ทั่วศีรษะ แล้วใช้ผ้าคลุมไว้ 10 นาที แล้วจึงใช้หวีสางตัวเหาที่ตายแล้วออก สำหรับใครที่ไม่ได้ปลูกน้อยหน่าไว้ที่บ้าน ก็แค่ไปซื้อผลน้อยหน่ามา แล้วจัดการรับประทานเนื้อผล และอย่าลืมเก็บเมล็ดไว้ เพื่อนำมาใช้ โดยบดหรือตำเมล็ดน้อยหน่ากับน้ำมะพร้าว ในอัตราส่วน 1:2 กรองเอาแต่น้ำมันไปทาให้ทั่วศีรษะ ใช้ผ้าโพกหมัดผมไว้ 1-2 ชั่วโมง จึงสระผมให้สะอาด แล้วใช้หวีสางตัวเหาที่ตายแล้วออก และควรทำซ้ำอีกครั้ง ภายใน 7-10 วัน หลังจากทำครั้งแรก วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่าย สะดวก แต่มีข้อควรระวังเล็กน้อย คือ ควรระวังไม่ให้น้ำยาเข้าตา เพราะจะทำให้เยื่อบุตาอักเสบได้
         สำหรับวันนี้ เราได้รู้จักสมุนไพรที่ใช้บรรเทาอาการที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่ มหาหิงคุ์และดอกกานพลูแห้ง สำหรับบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อในเด็กอ่อน กล้วยน้ำว้าสุกงอม สำหรับบรรเทาอาการท้องผูก และสุดท้าย คือ เมล็ดและใบน้อยหน่าสำหรับกำจัดเหากันแล้ว ครั้งต่อไปจะมีเรื่องน่ารู้ น่าสนใจอะไร อย่าลืมติดตามกันนะคะ

เอกสารอ้างอิง
1. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ. เรื่องน่ารู้...สมุนไพรสำหรับเด็ก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaihealth.or.th/Content/19441-เรื่องน่ารู้...สมุนไพรสำหรับเด็ก.html. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561.
2. มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะเภสัชศาสตร์. มหาหิงคุ์...ยาเก่าเอามาเล่าใหม่. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/247/มหาหิงคุ์แก้เด็กปวดท้อง/. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561.
3. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. คณะเภสัชศาสตร์. ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร. กานพลู. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.thaicrudedrug.com/main.php?action=viewpage&pid=18. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561.
4. มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี. เด็กท้องผูก. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: https://med.mahidol.ac.th/healthpromo/sites/default/files/public/download/b2.pdf. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561.
5. มหาวิทยาลัยมหิดล. คณะเภสัชศาสตร์. สำนักงานข้อมูลสมุนไพร. สมุนไพรที่ใช้ในงานสาธารณสุขมูลฐาน. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.medplant.mahidol.ac.th/pubhealth/annona.html. สืบค้นเมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000