สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 น้ำตาลแล็กโทสในนม
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6354 Posts

Posted - 15 Jan 2019 :  15:24:02  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


น้ำตาลแล็กโทสในนม
นภัสวรรณ ปัญญา และพิทักษ์ สูตรอนันต์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         แล็กโทส (lactose) จัดเป็นสารชีวโมเลกุลจำพวกคาร์โบไฮเดรตประเภทน้ำตาลโมเลกุลคู่ (disaccharide) ที่สามารถพบได้น้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมหรือพบได้ในอาหาร เช่น ธัญพืช ไอศกรีม ช็อกโกแลต และเค้ก เป็นต้น ซึ่งสังเกตได้ว่าอาหารที่มีการพบแล็กโทสนั้นล้วนเป็นอาหารที่มีการนำนมมาใช้เป็นองค์ประกอบ และนอกจากนี้ยังมีน้ำตาลโมเลกุลคู่อื่นๆ ที่สามารถพบได้ในอาหารเช่นเดียวกันกับน้ำตาลแล็กโทสคือ น้ำตาลซูโครส (sucrose) และน้ำตาลมอลโทส (maltose) โดยโมเลกุลของน้ำตาลแล็กโทสจะมีน้ำตาลกลูโคส (glucose) และน้ำตาลกาแล็กโตส (galactose) เป็นองค์ประกอบ และถึงแม้ว่าแล็กโทสจะเป็นน้ำตาลแต่กลับให้ความหวานได้น้อยกว่าน้ำตาลชนิดอื่น โดยน้ำตาลแล็กโทส มีความหวานสัมพัทธ์ (relative sweetness) เท่ากับ 20 ในขณะที่ น้ำตาลซูโครส มีความหวานเท่ากับ 100 น้ำตาลกลูโคส มีความหวานเท่ากับ 70-80 และน้ำตาล ฟรักโทส (fructose) มีความหวานเท่ากับ 140 อีกทั้งยังมีอีกชื่อเรียกหนึ่งคือ น้ำตาลนม (milk sugar) ซึ่งเป็นชื่อที่ได้มาจากการพบแล็กโทสได้ในน้ำนม โดยมีปริมาณเฉลี่ยที่พบในน้ำนมอยู่ที่ 2.4 - 6.1 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อร่างกายได้รับประทานแล็กโทสเข้าไปจะมีเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่สามารถทำหน้าที่ในการย่อยสลายแล็กโทสได้คือ เอนไซม์แล็กเทส (lactase) ซึ่งการย่อยสลายแล็กโทสด้วยเอนไซม์แล็กเทสเป็นการย่อยเพื่อสลายน้ำตาลโมเลกุลคู่ให้กลายเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว โดยในที่นี้เมื่อเกิดการย่อยสลายขึ้นจะทำให้ได้น้ำตาลกลูโคส และน้ำตาลกาแล็กโทสอย่างละหนึ่งโมเลกุล ซึ่งเป็นโมเลกุลขนาดเล็กที่ร่างกายสามารถดูดซึมและนำไปใช้เป็นพลังงานที่สำคัญให้แก่ร่างกายได้ แต่ทั้งนี้เอนไซม์แล็กเทสนั้นเป็นเอนไซม์ที่พบในสัตว์หรือคนที่ยังไม่หย่านมหรืออีกแง่คือพบในคนที่ยังมีการรับประทานนมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงว่าเอนไซม์แล็กเทสนี้โดยส่วนใหญ่สามารถพบได้ในเด็ก แต่เมื่อเข้าสู่วัยที่โตขึ้นหรือวัยผู้ใหญ่ในบางรายที่มีการรับประทานนมที่น้อยลงทำให้ร่างกายมีการผลิตเอนไซม์แล็กเทสได้น้อยลงหรืออาจจะไม่มีการผลิตเลย แต่ก็มีบางรายที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมในการขาดเอนไซม์แล็กเทสตั้งแต่กำเนิดโดยส่วนใหญ่แล้วในกรณีนี้จะพบได้น้อยมาก
         โดยในกรณีของคนที่ร่างกายไม่มีเอนไซม์แล็กเทสนี้อยู่จะสังเกตอาการแพ้ได้จาก เมื่อมีการรับประทานนมที่มีแล็กโทสเข้าไปในร่างกายจะมีผลทำให้เกิดอาการปวดท้อง ท้องเสีย แน่นท้อง หรือบางรายอาจมีอาการอาเจียนร่วมด้วย เป็นต้น ซึ่งร่างกายจะแสดงอาการหลังจากได้รับประทานนมเข้าไปภายในระยะเวลา 30 นาที หรือจนถึง 2 ชั่วโมง อาการเหล่านี้เป็นสาเหตุอันเนื่องมาจากการที่ร่างกายไม่สามารถย่อยแล็กโทสได้จึงทำให้ไม่สามารถดูดซึมไปใช้งานได้ และเมื่อไม่มีการดูดซึมจึงมีการลำเลียงแล็กโทสจากในลำไส้เล็กไปยังลำไส้ใหญ่ โดยแล็กโทสนั้นสามารถทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่แล้วก่อให้เกิดการหมัก (fermentation) ซึ่งส่งผลให้เกิดแก๊สขึ้นเป็นจำนวนมาก และจากการหมักนี้ยังทำให้เกิดกรด เช่น กรดแล็กติก (lactic acid) ขึ้นด้วย จึงเป็นเหตุให้เกิดอาการแน่นท้องหรือท้องเดินขึ้น โดยอาการที่เกิดขึ้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ก็จะสามารถหายได้เอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วผู้ที่มีอาการแพ้แล็กโทสจะไม่ค่อยมีอาการแทรกซ้อนทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลตนเองร่วมด้วย อย่างไรก็ตามเพื่อให้แน่ใจว่าอาการท้องเดินต่างๆ นั้นเกิดจากการแพ้แล็กโทสจริงๆ ควรมีการสังเกตตัวเองทุกครั้งที่มีการรับประทานนมที่มีแล็กโทสเข้าไป
         วิธีการแก้ปัญหาของคนแพ้แล็กโทสหรือรับประทานนมที่มีแล็กโทสไม่ได้นั้นสามารถเริ่มแก้ไขได้จากการรับประทานนมหลังอาหารควรหลีกเลี่ยงการทานตอนท้องว่างเพราะจะทำให้เกิดการถ่ายท้องได้ง่ายขึ้น หรืออาจเปลี่ยนไปทานนมจากธัญพืช นมเปรี้ยว หรือโยเกิร์ตแทน ซึ่งปัญหานี้ถือได้ว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่เนื่องจากปัจจุบันมีการผลิตนมออกมาขายในท้องตลาดหลากหลายรูปแบบ เช่น นมพร่องมันเนย นมไขมันต่ำ นมยูเอชที และนมที่ไม่มีแล็กโทสก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่ทางผู้ผลิตได้ผลิตออกมาขายเพื่อให้รองรับต่อความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งนมที่ไม่มีแล็กโทสนี้สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อในท้องตลาดทั่วไป ทำให้คนที่แพ้แล็กโทสสามารถที่จะรับประทานนมได้ตามปกติ โดยการผลิตนมที่ไม่มีแล็กโทสสามารถทำได้โดยการย่อยแล็กโทสในน้ำนมให้หมดก่อนจนเหลือ ศูนย์ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในน้ำนมนั้นจะได้น้ำตาลกลูโคส และน้ำตาลกาแล็กโทสขึ้นมาแทนแล็กโทสที่ถูกสลายไป ซึ่งน้ำตาลสองชนิดนี้ให้ความหวานที่มากกว่าแล็กโทส ทำให้การผลิตนมที่ไม่มีแล็กโทสนั้นมีรสชาติที่หวานขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นความหวานที่ได้จากการสลายแล็กโทสโดยที่ไม่ได้มีการปรุงแต่งรสเพิ่ม
         อย่างไรก็ตามคนที่มีความผิดปกติในการผลิตเอนไซม์แล็กเทสทำให้ไม่สามารถรับประทานนมที่มีแล็กโทสได้จึงต้องหันมาทานนมที่ไม่มีแล็กโทสแทน ก็ไม่ได้ทำให้ขาดสารอาหารที่ควรจะได้รับจากน้ำนมแต่อย่างใด เนื่องจากกระบวนการผลิตของนมชนิดนี้เพียงแค่ไปย่อยสลายแล็กโทสในน้ำนมให้หมดไปแต่ยังคงสารอาหารอื่นๆในน้ำนมอยู่เช่นเดิม ในทางกลับกันการรับประทานนมที่ไม่มีแล็กโทสกลับสามารถช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารจำพวกน้ำตาลไปใช้ได้ง่ายขึ้นอีกด้วย ซึ่งถือเป็นผลดีสำหรับผู้ที่มีภาวะเอนไซม์แล็กเทสผิดปกติ

เอกสารอ้างอิง
ไทยรัฐออนไลน์. (๒๕๕๖). สถาบันโภชนาการคิดค้น นมสำหรับคนแพ้. วันที่สืบค้น ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑. เข้าถึงได้จาก https://www.thairath.co.th/content/377493.
พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ และ นิธิยา รัตนาปนนท์. Lactose / น้ำตาลแล็กโทส. วันที่สืบค้นข้อมูล ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๑. เข้าถึงได้จาก http://www.foodnetwork solution.com/wiki/word/1036/lactose-น้ำตาลแล็กโทส.
สุรเกียรติ อาชานานุภาพ. (๒๕๔๙). วันที่สืบค้น ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑. เข้าถึงได้จาก https://www.doctor.or.th/article/detail/1539.
อรุณี เจตศรีสุภาพ. (๒๕๕๙). วันที่สืบค้น ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑. เข้าถึงได้จาก http://ha amor.com/th/ภาวะขาดเอนไซม์แลคเตส/.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000