สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ไคตินและไคโตซาน กับการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6289 Posts

Posted - 15 Jan 2019 :  15:33:14  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


ไคตินและไคโตซาน กับการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
มยุรีย์ ปูนาศรี และพิทักษ์ สูตรอนันต์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         โครงสร้างของสิ่งมีชีวิตโดยส่วนใหญ่เกิดจากสารประกอบพอลิเมอร์ทางชีวภาพที่มีพื้นฐานมาจากโมเลกุลของหน่วยย่อยประเภทคาร์โบไฮเดรต ตัวอย่างเช่น เซลลูโลสและไคตินที่เป็นโครงสร้างของพืชและสัตว์จำพวกขามีปล้องตามลำดับ และจัดได้ว่าสารทั้งสองชนิดเป็นสารอินทรีย์ที่มีมากที่สุดเป็นอันดับ หนึ่ง และ สอง ตามลำดับ ในโลกใบนี้ ไคติน เป็นสารชีวโมเลกุลจำพวกคาร์โบไฮเดรตประเภทพอลิแซ็กคาไรด์ (Polysaccharide) หรือน้ำตาลโมเลกุลใหญ่ที่ประกอบด้วยโมเลกุลเล็กๆของกลูโคส ซึ่งก็คือ เอ็น-อะซิติล-ดี-กลูโคซามีน (N-acetyl-D-glucosamine) เรียงต่อกันเป็นสายยาวได้เป็นโครงสร้างที่ไม่ละลายน้ำ แต่สามารถละลายได้ในกรดอนินทรีย์ โดยจะพบเป็นองค์ประกอบในโครงสร้างของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด พบมากในสิ่งมีชีวิตที่มีกระดอง หรือมีเปลือกแข็งหุ้มลำตัว เช่น ปู กุ้ง หอย แมลง รวมไปถึงพวกผนังเซลล์ของสาหร่าย ยีสต์ และเห็ดราบางชนิด ก็พบว่ามีไคตินเป็นองค์ประกอบอยู่ด้วยเช่นกัน ไคตินเป็นพอลิเมอร์ที่สามารถพบได้มากเป็นอันสองของโลกในธรรมชาติรองจากเซลลูโลส โดยสามารถจำแนกได้เป็น 3 ชนิด ตามลักษณะของโครงสร้าง ซึ่งได้แก่
         1. อัลฟาไคติน (#945;-Chitin) โครงสร้างมีลักษณะเป็นเส้นใยที่มีการเรียงซ้อนกันหลายชั้นในทิศทางสวนกัน และจับกันแน่นมาก จึงทำให้เป็นโครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากที่สุด ซึ่งโครงสร้างลักษณะนี้พบได้ในเปลือกกุ้ง และกระดองปู
         2. เบต้าไคติน (#946;-Chitin) โครงสร้างมีลักษณะเป็นเส้นใยที่มีการเรียงซ้อนกันหลายชั้นในทิศทางเดียวกัน จึงจับกันไม่ค่อยแน่น ทำให้เป็นโครงสร้างที่มีความแข็งแรงน้อยและมีความไวต่อปฏิกิริยาเคมีมากกว่าแบบอัลฟา โดยตัวอย่างของไคตินชนิดนี้ก็เช่น ไคตินในแกนปลาหมึก
         3. แกมม่าไคติน (#947;-Chitin) จะเป็นลักษณะของโครงสร้างที่มีทั้งแบบอัลฟา และเบต้ารวมกัน คือ ลักษณะของโครงสร้างจะเป็นเส้นใยที่มีการเรียงซ้อนกันไปมาหลายชั้นที่จะมีทั้งในทิศทางสวนกันและทิศทางเดียวกันไม่แน่นอน จึงทำให้เป็นโครงสร้างที่มีความแข็งแรงน้อย โดยมีความแข็งแรงรองจากแบบอัลฟา โดยไคตินชนิดนี้จะพบได้ในเห็ด รา และพืชชั้นต่ำ
         ไคโตซาน (Chitosan) เป็นสารพอลิเมอร์ธรรมชาติที่สกัดได้จากไคตินโดยการดึงหมู่อะซิติล (Acetyl group) ของน้ำตาล เอ็น-อะซิติล-ดี-กลูโคซามีน ออก ซึ่งปฏิกิริยานี้เรียกว่า ดีอะซีทิลเลชัน (Deacetylation) ทำให้ได้เป็นกลูโคซามีน (Glucosamine) ที่ไม่เสถียร และมีความเป็นขั้วสูง จึงทำให้ไคโตซานมีคุณสมบัติพิเศษที่พร้อมจะทำปฏิกิริยาได้อย่างรวดเร็ว และสามารถละลายได้ในกรดอ่อน
         ไคตินและไคโตซานเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติ (Biopolymer) ที่มีการนำไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆมากมาย โดยเฉพาะในทางการแพทย์ก็ได้มีการพัฒนาและนำมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง เช่น การนำคุณสมบัติด้านการยับยั้งแบคทีเรียของไคโตซานและอนุพันธ์มาประยุกต์ใช้ในด้านทันตกรรม โดยการนำไปใช้ในการป้องกันฟันผุ และเป็นสารที่ใช้ในการเชื่อมหรืออุดฟัน หรือแม้กระทั่งในผู้ป่วยที่ต้องรับการรักษาโดยวิธีการฟอกเลือด คุณสมบัติในการเป็นสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อนของเลือด (Blood anticoagulant) ของไคโตซานซัลเฟต ก็ได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในขั้นตอนของการฟอกเลือดเพื่อป้องกันการแข็งตัวของเลือดในระหว่างการฟอกด้วยเช่นกัน
         นอกจากคุณสมบัติในการยับยั้งแบคทีเรีย และ การเป็นสารป้องกันการจับตัวเป็นก้อนของเลือด ที่ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการรักษาทางการแพทย์แล้ว คุณสมบัติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของไคตินและไคโตซาน คือความเป็นพอลิเมอร์จากธรรมชาติที่สามารถเข้ากันได้ดีกับเนื้อเยื่อและเซลล์ร่างกายของมนุษย์ ประกอบกับคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียดังที่กล่าวไปข้างต้น ก็ได้มีการนำไปประยุกต์ใช้ในการรักษาบาดแผล โดยใช้เป็นวัสดุปิดบาดแผลเพื่อกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ ซึ่งก็จะสามารถช่วยในการป้องกันการติดเชื้อของบาดแผลได้เป็นอย่างดี จึงทำให้แผลหายเร็วขึ้น รวมถึงการนำใช้ประโยชน์ในการทำไหมสำหรับเย็บแผลที่สามารถละลายได้หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ ไหมละลาย
         นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น อีกแง่หนึ่งของการใช้ประโยชน์ในทางแพทย์ คือ การนำไคโตซานมาใช้ลดไขมัน ด้วยคุณสมบัติของโมเลกุลของไคโตซานที่มีประจุบวกซึ่งจะสามารถจับกับไขมันที่มีประจุลบได้เป็นอย่างดี ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวจึงได้มีการนำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์ในการลดน้ำหนัก โดยไคโตซานจะทำหน้าที่ในการดักจับไขมันที่เรารับประทานเข้าไปเพื่อไม่ให้มีการย่อยและดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย และถูกขับถ่ายออกมาพร้อมกับตัวของมันเองในท้ายที่สุด
         จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าไคตินและไคโตซานนั้นเป็นคาร์โบไฮเดรตซึ่งเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติที่มีความสำคัญและมีประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างมากมายจนน่าทึ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามไคตินและไคโตซานก็ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่สามารถใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ได้แค่เพียงด้านเดียวเท่านั้น หากแต่มีความสำคัญและสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้เกือบแทบทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร เครื่องสำอาง รวมถึงทางด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจัดว่าเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติที่มีความสำคัญและมีประโยชน์เป็นอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของเรา

เอกสารอ้างอิง
Siamchemi. (ไม่ปรากฏ). ไคโตซาน/ไคติน. วันที่สืบค้นข้อมูล ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๑, เข้าถึงได้จาก http://www.siamchemi.com/ไคโตซาน/.
disthai. (ไม่ปรากฏ). ไคโตซาน ประโยชน์ดีๆ สรรพคุณเด่นๆ และข้อมูลงานวิจัย. วันที่สืบค้นข้อมูล ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๑, เข้าถึงได้จาก http://www.disthai.com/16488248/ไคโตซาน.
ปิยะบุตร วานิชพงษ์พันธุ์. (ไม่ปรากฏ). Chitin-Chitosan สารไคตินและไคโตซาน. วันที่สืบค้นข้อมูล ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑, เข้าถึงได้จาก http://www.thailabonline.com/chitin-chitosan.html.
วรรณี ศรีนุตตระกูล. (ไม่ปรากฏ). จากเปลือกกุ้งและกระดองปูสู่ไคโตซาน. วันที่สืบค้นข้อมูล ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๑, เข้าถึงได้จาก http://www0.tint.or.th/nkc/nkc53/content/nstkc53-062.html.
พรอนงค์ อร่ามวิทย์. (ไม่ปรากฏ). บทที่ 2 ชีววัสดุที่ใช้ในทางการแพทย์. ความมหัศจรรย์ของวัสดุ (Magic of materials). วันที่สืบค้นข้อมูล ๕ กันยายน ๒๕๖๑, เข้าถึงได้จาก https://www.researchgate.net/profile/Pornanong_Aramwit2/publication/322021695_Biomaterials_for_medical_applications/links/5a3e4b2e0f7e9ba8688fe23e/Biomaterials-for-medical-applications.pdf.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000