สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 บรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคโดยตรงและย่อยสลายเองได้
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6448 Posts

Posted - 02 May 2019 :  13:09:10  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


บรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคโดยตรงและย่อยสลายเองได้
ดร.สามารถ สายอุต


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         บรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคได้โดยตรงและย่อยสลายเองได้นั้นได้รับความสนใจนักวิจัยจากทั่วโลก นอกจากนี้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคได้ยังมีบทบาทสำคัญในการลดปัญหาขยะจากบรรจุภัณฑ์ ซึ่งบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ด้วยวิธีทางชีวภาพนิยมผลิตจากแหล่งเป็นวัตถุดิบที่เป็นอาหารกลุ่มต่าง ๆ เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน โดยนำวัตถุดิบมาขึ้นรูปเป็นแผ่นบาง ๆ หรือแผ่นฟิล์มซึ่งจะอยู่ในรูปเปียกหรือแห้งก็ได้ แผ่นฟิล์มที่ย่อยสลายทางชีวภาพและบริโภคได้นี้สามารถนำไปห่อหุ้มหรือใช้เป็นบรรจุอาหารโดยเป็นตัวกั้นกลางระหว่างอาหารไม่ให้สัมผัสกับสภาวะภายนอกที่ไม่ต้องการ ในขณะที่สารเคลือบอาหารที่บริโภคได้นั้นใช้เป็นเคลือบ โดยใช้สำหรับจุ่ม พ่น หรือทาบนพื้นผิวของผลิตภัณฑ์อาหารนั้น การนำวัตถุดิบจากแหล่งต่าง ๆ มาผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ชนิดนี้ จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยบางประการ เช่น ความคงตัวทางชีวภาพของวัตถุดิบที่ใช้ การละลาย ความโปร่งใส การดูดน้ำหรือความชื้น การดูดซับน้ำมัน ความแข็งแรง ความยืดหยุ่น ลักษณะทางประสาทสัมผัส และการซึมผ่านไอน้ำหรือก๊าซ
         สำหรับการผลิตแผ่นฟิล์มบรรจุภัณฑ์มีกระบวนการที่สำคัญคือ การขึ้นรูปฟิล์ม ซึ่งเป็นการนำองค์ประกอบต่าง ๆ มาผสมรวมกันในรูปของสารละลาย ก่อนผ่านกระบวนการลดหรือกำจัดสารละลายออก เช่น การระเหยหรืออบแห้ง จนได้แผ่นฟิล์มที่มีสมบัติในการใช้งานเป็นบรรจุภัณฑ์ได้ องค์ประกอบที่จำเป็นในการขึ้นรูปแผ่นฟิล์ม คือ วัตถุดิบหลัก เช่น โปรตีน คาร์โบไฮเดรตและไขมัน องค์ประกอบที่สำคัญอีกอย่าง คือ สารพลาสติไซเซอร์ (plasticizer) ที่มีบทบาทสำคัญในการลดความแข็งและความเปราะของแผ่นฟิลม์และยังช่วยให้เกิดความยืดหยุ่น นอกจากนี้การขึ้นรูปแผ่นฟิล์มจำเป็นต้องใช้ตัวทำละลายที่จะต้องสามารถละลายองค์ประกอบทั้งหมดได้ วัตถุดิบหลักที่นิยมใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคโดยตรงและย่อยสลายเองได้ทางชีวภาพ ได้แก่ โปรตีนไขข่าว เจลาติน เวย์โปรตีน ไคโตซาน แป้งต่าง ๆ และไขมันจากพืชและสัตว์ วัตถุดิบเหล่านี้ล้วนเป็นอาหารของมนุษย์และจัดเป็นพอลิเมอร์ธรรมชาติที่มีองค์ประกอบย่อยเป็นหน่วยซ้ำ ๆ กันในสายพอลิเมอร์ สายพอลิเมอร์เหล่านี้มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโซ่โมเลกุลด้วยการเชื่อมขวางที่สานกันจนได้มาเป็นแผ่นฟิล์มนั้นเอง
         สำหรับสารพลาสติไซเซอร์นั้นเป็นโมเลกุลขนาดเล็ก เคลื่อนที่ได้ง่าย และมักเติมผสมในสารละลายขึ้นรูปฟิล์มเพื่อเพิ่มการจัดเรียงโครงสร้างของสายพอลิเมอร์ในวัสดุบรรจุภัณฑ์ สารพลาสติไซเซอร์สามารถปรับสภาพองค์ประกอบต่าง ๆ ในแผ่นฟิล์มที่อยู่กันอย่างซับซ้อน ช่วยในการเปลี่ยนแปลงแผ่นฟิล์มในระดับโมเลกุล เพิ่มการขยายการกระจายตัว ความยืดหยุ่น ความเหนียว สมบัติเชิงกล และความแข็งแรงของบรรจุภัณฑ์ และยังช่วยลดแรงกระทำระหว่างโมเลกุลและเพิ่มปริมาตรจำเพาะช่วยในการการเคลื่อนไหวหรือแปลี่ยนแปลงโครงสร้างแผ่นฟิล์มให้ยืดหยุ่นได้มากขึ้น ดังนั้นสารพลาสติไซเซอร์มีหน้าที่สำคัญคือช่วยให้บรรจุภัณฑ์ยืดหยุ่นขึ้น สารพลาสติไซเซอร์ที่นิยมใช้ ได้แก่ กลีเซอรอล ซอร์บิทอล และไกลคอล ในบางบรรจุภัณฑ์มีความจำเป็นอย่างมากในการใช้พลาสติไซเซอร์ช่วยผลิตแผ่นฟิล์มที่ยืดหยุ่นและมีรูพรุนในเนื้อฟิล์มน้อย รวมทั้งลดรอยแตกในบรรจุภัณฑ์ด้วย อย่างไรก็ตามสารพลาสติไซเซอร์อาจลดความต้านทานแรงดึง (tensile strength) เพิ่มการซึมผ่านไอน้ำของฟิล์ม และเพิ่มการดูดซับน้ำของแผ่นฟิล์มบรรจุภัณฑ์ได้ ดังนั้นจึงต้องรู้สัดส่วนและปริมาณที่เหมาะสมเพื่อทำให้บรรจุภัณฑ์สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
         ณ ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคและย่อยสลายเองได้ดังที่กล่าวมานี้ไม่เพียงช่วยปกป้องและเก็บรักษาอาหารในบรรจุภัณฑ์ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถทำหน้าที่อื่น ๆ เพื่อช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้นได้อีกด้วย โดยการผลิตบรรจุภัณฑ์นี้มีการผสมรวมกับสารต่าง ๆ ที่ออกฤทธิ์เชิงหน้าที่หรือช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพของบรรจุภัณฑ์มีเพิ่มขึ้น เช่น สารดูดออกซิเจน สารดูดกลิ่น สารดูดความชื้น สารคายคาร์บอนไดออกไซด์ สารต้านอนุมูลอิสระและสารต้านจุลินทรีย์ ปกติผลิตภัณฑ์อาหารที่อยู่ภายในบรรจุภณฑ์มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ สารดังกล่าว ที่ผสมรวมกับบรรจุภัณฑ์จะทำหน้าที่ยับยั้งการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของอาหาร เช่น ป้องกันความชื้น ก๊าซออกซิเจนหรือคาร์บอนไดออกไซด์ นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงรูปลักษณ์ และเนื้อสัมผัสของอาหารได้ด้วย การเปลี่ยนเคมีทางอาหารที่สำคัญอย่างการเกิดออกซิเดชัน ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืน นำไปสู่การเสื่อมเสียในอาหารและไม่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค อนุมูลอิสระที่เกิดระหว่างการออกซิเดชันของอาหารระหว่างเก็บรักษาในบรรจุภัณฑ์เป็นตัวการสำคัญของโรคต่าง ๆ ในมนุษย์ การมีสารต้านอนุมูลอิสระในบรรจุภัณฑ์จึงช่วยป้องกันการเปลี่ยนเปลงดังกล่าว ดังนั้นบรรจุภัณฑ์ที่สามารถบริโภคและย่อยสลายเองได้จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่องเพื่อแก้ปัญหาความต้องการของมนุษย์และสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ

อ้างอิง
O'Sullivan, A. Shaw, N.B. Murphy, S.C. van de Vis, J.W. van Pelt-Heerschap, H. Kerry J.J.P. (2006). Extraction of collagen from fish skins and its use in the manufacture of biopolymer films. Aquat. Food Product Technol., 15, pp. 21–32
Falguera, V. Quintero, J.P. Jiménez, A. Muñoz, J.A. Ibarz A. (2011). Edible films and coatings: structures, active functions and trends in their use. Trends Food Sci. Technol., 22 (6), pp. 292–303.
Kokoszka, S. Debeaufort, F. Hambleton, A. Lenart, A. Voilley. A. (2010). Protein and glycerol contents affect physico-chemical properties of soy protein isolate-based edible films. Innovat. Food Sci. Emerg. Technol., 11, pp. 503–510.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.04 seconds. Snitz Forums 2000