สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 อาหารมื้อแรกของลูกน้อย
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 02 May 2019 :  13:32:30  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


อาหารมื้อแรกของลูกน้อย
วชรีกร อังคประสาทชัย


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” วันนี้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ขอเสนอเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการรับประทานอาหารตามวัย ในเรื่องของ “อาหารมื้อแรกของลูกน้อย” เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย โดยไม่ต้องให้อาหารอื่นใดเพิ่มเติม เพราะนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและมีสารที่สร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดแก่ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่ แต่เมื่อลูกน้อยเติบโตอายุ 6 เดือนขึ้นไป การให้นมแม่อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เนื่องจากเด็กเติบโตขึ้นต้องการสารอาหารต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ทำให้จำเป็นต้องได้รับสารอาหารเพิ่มควบคู่ไปกับนมแม่ ที่สำคัญโภชนาการที่ดีจะทำให้ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่มีการเจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและส่งเสริมพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน
         “อาหารมื้อแรก” มีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะการรับประทานอาหารตามวัยถือว่าเป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านการรับประทานอาหารของเด็ก และการรับประทานอาหารประเภทกึ่งแข็งกึ่งเหลวจะเป็นการฝึกพัฒนาการด้านการเคี้ยวและการกลืนของเด็ก รวมทั้งยังเป็นการเสริมสร้างลักษณะนิสัยในการรับประทานอาหารที่ดีให้แก่เด็กต่อไปในอนาคต นอกจากนี้ยังช่วยสอนให้เด็กรู้จักรสชาติอาหารรสชาติอื่นนอกจากนมแม่อีกด้วย
         เมื่อถึงเวลาที่ลูกน้อยพร้อมที่จะรับประทานอาหารแล้ว คุณพ่อแม่อาจจะมีความตื่นเต้นและกังวล หรืออาจจะเคยเจอปัญหา ได้แก่ ลูกไม่ยอมกลืน หรือปฏิเสธไม่ยอมกินอาหาร เรื่องแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องไม่รีบร้อนและต้องมีความใจเย็นอย่าบังคับ เพราะจะทำให้ลูกรู้สึกไม่ดีกับการรับประทานอาหาร ควรจะรอ แล้วค่อยลองป้อนใหม่เรื่อย ๆ โดยช่วงที่ลูกอายุ 6-7 เดือน ลูกน้อยควรได้รับอาหารวันละ 1 มื้อ โดยเริ่มฝึกจากการรับประทานข้าวบดละเอียดปริมาณ 3 ช้อนโต๊ะใส่กับน้ำต้มสุกเป็นเวลา 3-4 วัน เพื่อสังเกตอาการแพ้ก่อน ถ้าไม่มีอาการแพ้ ก็สามารถเริ่มให้ข้าวบดกับน้ำแกงจืด สลับกับไข่แดง ปลา ตับ ผักบด กล้วยบด และควรเติมน้ำมันพืช ½ ช้อนชาในอาหารที่ปรุงสุก เพื่อช่วยเพิ่มความเข้มข้นของพลังงาน สำหรับการให้อาหารในเดือนต่อไปก็ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณและมื้อของอาหารและปรับความหยาบของอาหารขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรปรับให้เหมาะสมกับความพร้อมของเด็กแต่ละคน และควรเรียนรู้ทำความเข้าใจอย่างถูกต้อง และมีความพร้อมในการเตรียมอาหารเสริมให้กับลูกน้อยอย่างถูกต้อง ถูกหลัก และดีที่สุด ดังนี้ค่ะ
         1. อย่าเริ่มเร็ว ควรเริ่มอาหารมื้อแรก เมื่อลูกอายุครบ 6 เดือน เพราะการให้อาหารมื้อแรกเร็วเกินไปอาจทำให้ลูกมีอาการท้องอืด เพราะระบบย่อยอาหารยังไม่พร้อมในการย่อยอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าวหรือกล้วย อีกทั้งการเริ่มอาหารเสริมเร็วทำให้ลูกน้อยอิ่มข้าว และดื่มนมซึ่งเป็นอาหารหลักที่เหมาะสมกับวัยได้น้อยลง
         2. เริ่มทีละน้อย คุณพ่อคุณแม่ควรป้อนอาหารให้ลูกทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งเด็กวัย 6 เดือน รับประทานอาหาร วันละ 1 มื้อ มื้อละ 1 ช้อนโต๊ะ แล้วตามด้วยนมแม่ สัปดาห์ถัดไปค่อย ๆ เพิ่มขึ้นทีละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือดูตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละคน โดยสังเกตจากการที่รับประทานอาหารได้ดี ไม่หันหน้าหนี หรือคายอาหารออกจากปาก
         3. เริ่มทีละอย่าง หลักการที่สำคัญในช่วงที่เริ่มอาหารมื้อแรกคือ การเริ่มอาหารทีละชนิด นานอย่างน้อย 4-5 วัน มีข้อดีก็คือ เพื่อช่วยให้สังเกตได้ว่า ลูกน้อยแพ้อาหารชนิดนั้นหรือไม่ จะได้หลีกเลี่ยงได้ถูก และลูกจะได้เรียนรู้รสชาติตามธรรมชาติของอาหารแต่ละชนิดด้วย
         4. เริ่มผักก่อนผลไม้ เพราะจะทำให้คุ้นชินกับรสชาติของผักที่มีรสอ่อนกว่า และหวานน้อยกว่าผลไม้ และเป็นการฝึกให้ลูกน้อยรับประทานผักได้ สำหรับผักที่ควรเริ่มให้รับประทานนั้น ควรเริ่มด้วยผักนิ่ม ๆ มีสีสันสวยงาม ไม่หวานจัด ไม่ขม และไม่มีกลิ่นฉุน ได้แก่ แครอท ฟักทอง และตำลึง เป็นต้น
         5. เริ่มไข่แดงก่อนไข่ขาว เพราะลูกน้อยอาจแพ้โปรตีนที่มีในไข่ขาวได้มากกว่าไข่แดง ถึงแม้ว่าจะผ่านการปรุงให้สุกแล้วก็ตาม อีกทั้งไข่ขาวยังย่อยยากกว่าไข่แดงอีกด้วย และเมื่อลูกอายุประมาณ 1 ปีขึ้นไป ค่อยให้เริ่มรับประทานไข่ทั้งฟอง
         6. อุ่นร้อนก่อนกิน อาหารที่ทำเสร็จ สดและใหม่ แล้วรับประทานจะไม่มีปัญหา แต่สำหรับอาหารแช่แข็งที่ทำไว้ ก่อนป้อนจะต้องอุ่นอาหารให้ร้อนทุกครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และอาหารที่อุ่นให้รับประทานแล้ว รับประทานไม่หมด ไม่ควรนำกลับมาให้ลูกน้อยรับประทานใหม่
         7. หลีกเลี่ยงการปรุงรส เพื่อไม่ให้ลูกติดรสชาดอาหาร รสชาดใดรสชาดหนึ่งเป็นพิเศษ
         8. ป้อนมื้อเช้าดีที่สุด เพราะหากมีอาการแพ้จะได้ไปโรงพยาบาลทันท่วงที แต่ถ้าหากว่าไม่มีอาการแพ้สามารถเปลี่ยนมาป้อนมื้อเย็นได้ เพราะจะทำให้ลูกน้อยอิ่มนานขึ้นและหลับยาวมากขึ้น
         แต่ถึงจะเริ่มอาหารเสริมแล้ว ก็อย่าลืมให้ลูกกินนมในปริมาณที่เพียงพอด้วย เพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารหลักที่สำคัญที่สุดของลูกน้อยวัยขวบปีแรกค่ะ แต่การเริ่มต้นมื้อแรกของลูกน้อย นอกจากจะได้รับสารอาหารเพิ่มเติม ที่ช่วยในการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ทางร่างกายของลูกน้อยแล้ว ยังเป็นการฝึกพัฒนาการในส่วนต่าง ๆ ของลูกอย่างเหมาะสมตามวัยด้วยค่ะ สุดท้ายนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะได้รับสาระดี ๆ และสนุกไปกับการเตรียมอาหารมื้อแรก และมื้อต่อ ๆ ไปของลูกน้อยกันนะคะ สำหรับวันนี้เวลาหมดลงแล้ว เชิญพบกับรายการสุขภาพดี ชีวีมีสุขได้ในคราวต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

แหล่งอ้างอิง
อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ, สุภาพรรณ ตันตราชีวธร และสมโชค คุณสนอง. (2552). คู่มืออาหารตามวัยสำหรับ
ทารกและเด็กเล็ก. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.). กรุงเทพฯ:
บริษัท บียอนด์ เอ็นเอทร์ไพรซ์ จำกัด.
Baby bright. (2560). 10 เรื่องควรรู้ก่อนเริ่มมื้อแรกของลูกรักวัย 6 เดือน. เข้าถึงได้จาก
https://www.thaibabyfoodblender.com/2017/07/24/10-เรื่อง-ก่อนเริ่มมื้อแรก.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000