สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ปรอทอยู่รอบตัวเรา
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6460 Posts

Posted - 19 Jun 2019 :  13:03:03  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


ปรอทอยู่รอบตัวเรา
นภา ตั้งเตรียมจิตมั่น


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ท่านผู้ฟังส่วนใหญ่คงคุ้นกับวลีที่ว่า ไวยังกับปรอท ซึ่งหมายถึงปรอทวัดไข้ที่เมื่อได้รับความร้อน สารปรอทสีเงินในกระเปาะแก้วจะเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วขึ้นไปในหลอดแก้วเล็กๆ ที่มีสเกลแสดงอุณหภูมิ ปรอทเป็นโลหะตัวเดียวที่มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้อง ที่สภาวะปกติบนโลกที่เราอาศัยกันอยู่นี้ ปรอทจัดเป็นสารอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเป็นอย่างมาก และเป็นสารพิษที่ไม่สามารถสลายตัวได้เองตามธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันปรอทก็ถูกใช้ประโยชน์เป็นองค์ประกอบของสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันของมนุษย์ อย่างที่ท่านผู้ฟังอาจคาดไม่ถึง วันนี้จะมาเล่าสู่กันฟังคะว่า นอกจากปรอทในปรอทวัดไข้แล้ว เราสามารถพบปรอทได้ที่ไหนอีก เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงหรือมีความระมัดระวังในการเกี่ยวข้องกับปรอทมากยิ่งขึ้น ก่อนอื่นสำหรับปรอทวัดไข้ ในปัจจุบันนี้มีเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ที่ไม่ได้ใช้ปรอท ผลิตออกมาจำหน่ายเป็นทางเลือกเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ โดยวัสดุที่ใช้แทนปรอท เรียกว่า แกลลินสแตน (Galinstan) เป็นอัลลอยด์ของโลหะ 3 ชนิดผสมกันในอัตราส่วนดังนี้ คือ แกลเลียม 69 % อินเดียม 21% และ ดีบุก 10% ทำให้มีสถานะเป็นของเหลวที่อุณหภูมิห้องเหมือนปรอท นอกจากนี้ยังมีดิจิตัลเทอร์โมมิเตอร์แบบธรรมดาที่มีปลายสำหรับวัดเป็นสแตนเลส และแบบใช้แสงอินฟราเรด ที่มีลักษณะเหมือนปืน เวลาใช้คุณหมอจะยิงแสงไปที่หน้าผากคนไข้เพื่อวัดอุณหภูมิซึ่งจัดเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของเทอร์โมมิเตอร์สำหรับวัดไข้ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของดิจิตัลเทอร์โมมิเตอร์แบบธรรมดา ได้มีงานวิจัยทางการแพทย์ ระบุว่า เทอร์โมมิเตอร์ที่ใช้แกลลินสแตนวัดไข้ได้ถูกต้องกว่าดิจิตัลเทอร์โมมิเตอร์แบบธรรมดา
         ในวัยเด็กคงไม่มีใครไม่เคยฉีดวัคซีน ปรอทที่พบในวัคซีนอยู่ในรูปสารประกอบชื่อว่า ไทเมอโรซอล (Thimerosal) หรือไทโอเมอซอล (Thiomersal) มีฤทธิ์ในการป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์จึงถูกใช้เป็นตัวรักษาสภาพของวัคซีนโดยเฉพาะแบบที่เป็นมัลติเปิลโดส (multiple dose) คือ วัคซีนแบบที่บรรจุอยู่ในขวดในปริมาณที่ฉีดได้ขวดละหลายครั้ง เมื่อมีการใช้เข็มฉีดยาแทงผ่านเซพตัมลงไปในขวดเพื่อดูดวัคซีนออกมา อาจมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนเข้าไปในวัคซีนได้ จึงมีการเติมไทเมอโรซอลลงไปเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนี้ในอดีตไทเมอโรซอล ได้ถูกใช้เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ในขบวนการผลิตวัคซีนสำหรับเด็ก 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีน DTaP เป็นวัคซีนรวมที่ป้องกันโรคบาดทะยัก โรคคอตีบ และ โรคไอกรนชนิดไร้เซลล์ และวัคซีน DTaP-Hib ที่เหมือนกับวัคซีนตัวแรกแต่รวมวัคซีนป้องกันเชื้อแบคทีเรียฮีโมฟิลุส อินฟลูเอนซา ชนิดบี เข้าไปด้วย หรือที่เรียกสั้นๆว่า วัคซีนฮิบ แต่ในปัจจุบันนี้จะพบไทเมอโรซอลในวัคซีนแก้ไข้ของเด็กที่บรรจุแบบมัลติเปิลโดสเท่านั้น ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยควรหลีกเลี่ยงการใช้วัคซีนแบบมัลติเปิลโดสกับเด็กเล็ก เพราะปรอทมีผลต่อการเจริญเติบโตของสมองเป็นอย่างมาก ปรอทในไทเมอโรซอลอาจทำให้เด็กมีอาการออทิสติกได้ ควรฉีดวัคซีนให้เด็กเล็กหรือหญิงตั้งครรภ์จากวัคซีนชนิดบรรจุโดสเดียว ฉีดครั้งเดียว ไม่มีการเก็บวัคซีนที่เหลือไว้จึงไม่มีการเติมไทเมอโรซอล วัคซีนบรรจุโดสเดียวนี้จะมีราคาสูงกว่าแบบมัลติเปิลโดสพอสมควร ดังนั้นโรงพยาบาลบางแห่งอาจซื้อวัคซีนแบบมัลติเปิลโดสมาใช้ โดยจะนัดหมายให้คนไข้มาพร้อมๆกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้บางท่านไม่ค่อยชอบการใช้วัคซีนแบบมัลติเปิลโดส เพราะไม่สะดวกและยังไม่มั่นใจเรื่องความสะอาด รวมถึงต้นทุนค่าวัคซีนที่ต่ำกว่าแต่อาจคิดค่าฉีดเท่ากัน และยังต้องเสี่ยงกับการได้รับสารปรอทเข้าสู่ร่างกายอีกด้วย
         อะมัลกัมเงินที่ใช้อุดฟันเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงที่ร่างกายจะได้รับปรอท เพราะมีปรอทเป็นองค์ประกอบถึง 50% มีโลหะเงิน 35% และ อีก 15% ที่เหลือเป็นโลหะผสมของดีบุก ทองแดง และสังกะสี แม้ทันตแพทย์จะบอกว่าปลอดภัย องค์การอาหารและยาของอเมริกาประกาศว่าอะมัลกัมเงินสามารถใช้อุดฟันได้อย่างปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่และเด็กอายุ 6 ขวบขึ้นไป แต่ทันตแพทย์ก็แนะนำว่าสำหรับผู้ที่แพ้ปรอทไม่ควรอุดฟันด้วยอะมัลกัม ปัจจุบันมีวัสดุอื่นที่ใช้แทนอะมัลกัมได้และมีสีเดียวกับฟัน คือ คอมโพสิทเรซิน และพอร์ซเลนซึ่งเป็นเซรามิกชนิดหนึ่ง แต่จะไม่แข็งแรง ทนต่อแรงบด อัด จากการเคี้ยวได้ไม่ดีเท่าอะมัลกัม และมีราคาสูงกว่า ทันตแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำว่าฟันที่จะรักษา มีหน้าที่บด เคี้ยวอาหาร รับแรงกระแทกมากหรือน้อย สามารถใช้วัสดุชนิดไหนได้ นอกจากนี้ยังมีอะมัลกัมเงินแบบที่มีปรอท 42.5% โลหะเงิน 34% และ อีก 23.5% ที่เหลือเป็นโลหะผสมของทองแดงและดีบุก โดยมีปริมาณทองแดงมากขึ้น แต่ปริมาณปรอทน้อยลง เป็นทางเลือกของวัสดุที่ใช้อุดฟันหรือบูรณะฟัน
         ลำดับถัดมาที่ค่อนข้างใกล้ตัวมาก คือ สารปรอทในหลอดฟลูออเรสเซนส์ที่ใช้กันทุกบ้าน หลอดแอลอีดี เป็นทางเลือกในปัจจุบัน เพราะไม่มีปรอท ประหยัดไฟ แต่ราคาจะค่อนข้างสูงกว่าหลอดฟลูออเรสเซนส์ ข้อระวังในการใช้ฟลูออเรสเซนส์ ถ้าหลอดแตก ไอปรอทจะออกมา ให้เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทสักระยะหนึ่ง ใส่ถุงมือเก็บเศษแก้ว เศษสารประกอบปรอทที่อยู่ในรูปของแข็งทิ้งในถุงที่ปิดสนิทแยกเป็นขยะอันตราย ให้แยกทิ้งหลอดฟลูออเรสเซนส์ที่เสียเป็นประเภทขยะอันตรายเช่นกัน ระวังอย่าทิ้งรวมกับขยะอื่นๆซึ่งเสี่ยงกับการที่จะทำให้หลอดแตกในถังขยะและปล่อยปรอทออกสู่งสิ่งแวดล้อมได้
         นอกจากนี้ปรอทจากกิจกรรมอื่นๆของมนุษย์สามารถเข้าสู่สิ่งแวดล้อมได้อีกหลายทาง เช่น จากการทำเหมืองทอง การเผาไหม้ของถ่านหิน การกลั่นน้ำมันปิโตรเลียม การแอบใส่ปรอทลงในครีมหน้าขาว หรือ ปรอทที่อนุญาตให้ใส่เป็นวัตถุกันเสียในเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พศ. ๒๕๕๘ เรื่อง กำหนดวัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. ๒๕๖๐ ลำดับที่ 14 ไทเมอโรซอล และลำดับที่ 15 เฟนิล เมอคิวริก อะซีเตท หรือเฟนิล เมอคิวริก เบนโซเอต ในปริมาณไม่เกิน 0.007% ในรูปปรอท เมื่อปรอทเหล่านี้ถูกปล่อยลงสู่น้ำเสีย จะไปรวมตัวกับสารอินทรีย์ เกิดเป็นสารประกอบ เมทิลเมอคิวรี ที่มีความเป็นพิษสูงต่อสิ่งมีชีวิตในน้ำ และเข้าไปสู่ห่วงโซ่อาหาร ทำให้สะสมอยู่ในปลาขนาดใหญ่ที่อยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหาร เช่น ปลาทูน่า ปลาฉลาม ปลาดาบ ปลาแมคเคอเรล ปลากระพง มาถึงตรงนี้ ท่านผู้ฟังคงพอได้ความรู้ว่าปรอทอยู่รอบตัวเราขนาดไหน อย่างไรบ้าง และจะได้ระวังไม่เพิ่มกิจกรรมที่ทำให้มีปรอทเข้าสู่สิ่งแวดล้อมมากขึ้น และหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะนำปรอทเข้าสู่ร่างกาย

แหล่งอ้างอิง:
Schreiber, S., Minute, M., Tornese, G., Giorgi, R., Duranti, M., Ronfani, L. and Barbi, E. 2013. Galinstan thermometer is more accurate than digital for the measurement of body temperature in children. Pediatr Emerg Care., 29(2), 197-199.
Janet, K.K., Boyd, E.H., David, A.G., Lisa, K.S., Paul, G.K. and Mark, R.G. 2013. Thimerosal exposure and the role of sulfation chemistry and thiol availability in autism. Int. J. Environ. Res. Public Health, 10, 3771-3800.
Ramalhoa, A., Antunes, P. V., 2005. Reciprocating wear test of dental composites: effect on the antagonist. Wear, 259, 1005–1011.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000