สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 3 ปี 2 นาที 1 แท่ง
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 19 Jun 2019 :  13:39:00  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


3 ปี 2 นาที 1 แท่ง
อารียา สมรูป


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีค่ะ วันนี้รายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ในตอนที่มีชื่อว่า “3 ปี 2 นาที 1 แท่ง” หมายถึง การฝังยาคุมกำเนิด ซึ่งเป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพมากเหมาะกับผู้ที่ยังไม่พร้อมต่อการมีบุตรโดยเฉพาะวัยรุ่น เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและการตั้งครรภ์ซ้ำในวัยรุ่น หรือผู้ที่ต้องการเว้นระยะการมีบุตร 2-3 ปี
         ปัจจุบันยาฝังคุมกำเนิด 1 แท่ง ประกอบด้วย ฮอร์โมนโปรเจสตินที่บรรจุเอาไว้ในหลอดปราศจากเชื้อที่ทำมาจากซิลิโคน ขนาดยาว 4 เซนติเมตร เท่าไม้จิ้มฟันชนิดกลม หลังฝังยาคุมกำเนิดฮอร์โมนจะค่อย ๆ ซึมผ่านออกมาจากแท่งยาเข้าสู่ร่างกายไปยับยั้งการเจริญเติบโตของฟองไข่ ทำให้ไม่มีการตกไข่ ทำให้มูกบริเวณปากมดลูกเหนียวข้น ต้านทานการเคลื่อนผ่านของอสุจิเข้าไปในมดลูกเพื่อผสมกับไข่ ซึ่งการคุมกำเนิดชนิดฝังนี้ สามารถคุมกำเนิดได้เป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี
         วิธีการฝังยาคุมกำเนิดทำโดยแพทย์ ใช้อุปกรณ์เฉพาะสำหรับฝังคล้ายเข็มฉีดยาดันหลอดยาฝังเข้าไปใต้ผิวหนังบริเวณใต้ท้องแขนด้านที่ไม่ถนัดด้วยวิธีที่ปราศจากเชื้อ ใช้เวลาฝังเพียง 1-2 นาทีไม่ทันรู้ตัวก็เสร็จแล้ว ยาฝังคุมกำเนิดมีฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์ภายหลังฝังได้ภายใน 24 ชั่วโมง แต่เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ควรงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 2 สัปดาห์ ซึ่งแท่งยาฝังคุมกำเนิดไม่สามารถสลายตัวได้เอง ดังนั้น เมื่อครบอายุการใช้งานจึงต้องเอาออก
         อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้ไม่สามารถใช้ยาฝังคุมกำเนิด บุคคลเหล่านี้ ได้แก่ ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ มีประวัติโรคตับอักเสบ ดีซ่าน หรือปัจจุบันเป็นโรคตับ เลือดออกง่ายหยุดยาก
         ภายหลังฝังยาคุมกำเนิดแล้วอาจพบอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ คือ ความผิดปกติเกี่ยวกับประจำเดือน ไม่มีประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือมีประจำเดือนกระปริดกระปรอย ปวดศีรษะ ปวดท้องน้อย น้ำหนักเพิ่ม เป็นสิว มึนงง ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน อารมณ์ทางเพศลดลง เป็นต้น
         ดังนั้นการฝังยาคุมกำเนิดจึงเป็นป้องกันการตั้งครรภ์ได้ระยะยาวอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นผู้ที่ยังไม่ต้องการมีบุตรหรือต้องการเว้นระยะการมีบุตร 2-3 ปี เหมาะที่จะใช้วิธีการคุมกำเนิดด้วยยาฝัง ซึ่งในปัจจุบันนี้สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัยได้ร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติดำเนินโครงการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยให้บริการคุมกำเนิดแบบกึ่งถาวรคือ ฝังยาคุมกำเนิดแก่วัยรุ่นที่ต้องการคุมกำเนิด และวัยรุ่นหลังคลอดหรือแท้งบุตรที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ในทุกสิทธิรักษาสุขภาพ ฟรีโดย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย หากวัยรุ่นท่านใดสนใจก็สามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลภาครัฐ และเอกชนที่อยู่ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เพื่อลดปัญหาการตั้งครรภ์ที่ยังไม่พร้อมและการตั้งครรภ์ซ้ำอย่างรวดเร็ว แล้วพบกับสาระดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกับรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” ในคราวต่อไปนะคะ สวัสดีค่ะ

เอกสารอ้างอิง
กองอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2550). การคุมกำเนิดสำหรับวัยรุ่น.
กรุงเทพฯ: องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
ดิฐกานต์ บริบูรณ์หิรัญสาร. (2553). หลอดเดียว...ก็คุมอยู่. เข้าถึงได้จาก http://www.si.mahidol.ac
.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=329
เรณู ชูนิล, กิตติพงศ์ แซ่เจ็ง และบุญฤทธิ์ สุขรัตน์. (2558). การจัดบริการคุมกำเนิดของโรงพยาบาล
ในประเทศไทย พ.ศ. 2558. กรุงเทพฯ: สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์ กรมอนามัย.
Bhatia, P., Nangia, S., Aggarwal, S., & Tewari, C. (2011). Implanon: Subdermal single rod
contraceptive implant. The Journal of Obstetrics and Gynecology of India, 61(4), 422-425.
Roberts, A. O., Morhason-Bello, I. O., Okunlola, M. A., & Adekunle, A. O. (2015). Profile
of implanon acceptors and pattern of side effects. Journal of Reproduction and Contraception, 26(1), 46-52.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.11 seconds. Snitz Forums 2000