สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดีมีสุข
 การกินแบบ Ketogenic
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 19 Jun 2019 :  13:59:58  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


การกินแบบ Ketogenic
นงค์นุช แน่นอุดร


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ปัจจุบันนี้เทรนด์การลดน้ำหนักได้เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ซึ่งกระแสการกินแบบใหม่ที่ช่วยลดน้ำหนักที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้มีอีกวิธีหนึ่ง นั่นก็คือ คีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) หรือที่เรียกกันว่า คีโต ไดเอต (Keto Diet) เทรนด์นี้มาแรงเพราะมีคนบอกว่า ยิ่งกินไขมันมากเท่าไร น้ำหนักก็ยิ่งลด บทความนี้จะมาไขข้อข้องใจกันว่า การทานแบบ คีโต ไดเอตนี้มีวิธีการอย่างไร
         การทานอาหารแบบคีโตเจนิก ไดเอต (Ketogenic Diet) คือ การทานที่เน้นไขมัน 75% โปรตีน 20% ทานคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลเพียง 5% พอเราเปลี่ยนการทานโดยลดปริมาณการทานคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลลงอย่างมาก ร่างกายอันน่าทึ่งของเราจากเดิมที่เคยนำกลูโคสในเลือดที่มาจากอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต น้ำตาล มาใช้เป็นพลังงาน ร่างกายจำต้องหาแหล่งพลังงานอื่นมาแทนที่ นั่นคือมาจากไขมันนั่นเอง กระบวนการนี้ก่อให้เกิดสภาวะการเผาผลาญที่เรียกว่า คีโตสิส (Ketosis) ทำให้เกิดสารที่เรียกว่า คีโตน (Ketone) ในตับ โดยหลังจากเริ่มการกินแบบคีโตไปหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ร่างกายและสมองอาจรู้สึกอ่อนล้า เหนื่อยง่าย มีกลิ่นปาก แต่จะค่อยๆ ปรับจนสามารถนำไขมันและคีโตนมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแทนที่คาร์โบไฮเดรตนั่นเอง หรือเรียกง่ายๆ คือการเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นเครื่องจักรกลเผาผลาญไขมันให้เป็นพลังงานในตัวเองนั่นเอง
         หลักการทานแบบคีโตเจนิกนั้น มีสิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ การจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตให้ต่ำมากๆ โดยกินไขมันและน้ำมัน แต่ต้องเป็นไขมันที่มาจากธรรมชาติ ทั้งพืชและสัตว์ โดยพยายามกินไขมันให้หลากหลาย เช่น ไขมันจากเนื้อสัตว์ เนื้อติดมัน ไขมันจากพืช เนย ชีส น้ำมันหมู น้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะกอก อาหารจำพวกถั่ว เป็นต้น นอกจากนี้ สามารถเลือกกินเนื้อสัตว์และไข่ได้ แต่ในปริมาณที่เหมาะสม เน้นการกินผัก โดยเฉพาะจำพวกผักใบเขียว สามารถรับประทานอาหารที่ทำจากนม (แต่ควรเลี่ยงดื่มนม) โดยเน้นจำพวกที่ไม่พร่องมันเนย การกินถั่วและธัญพืชอย่างแมคคาเดเมีย หรืออัลมอนด์
         อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงในการทานแบบคีโตเจนิก คืออาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลสูง เช่น ข้าวและแป้งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด, ข้าวต้ม,โจ๊ก,พาสต้า, พิซซ่า, คุกกี้, ขนมปัง, เค้ก ฯลฯ นอกจากนี้ ควรเลี่ยงอาหารแปรรูปจำพวกไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้น เนื่องจากมักมีสารสังเคราะห์ ไปจนถึงแป้งที่มักเป็นส่วนประกอบหนึ่งของการผลิต ที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่เราจะลืมไม่ได้คือไขมันทรานส์ เพราะถึงแม้ว่าการกินแบบ Ketogenic จะเน้นให้กินแต่ไขมัน แต่ควรเป็นไขมันที่มาจากไขมันสัตว์ งดผลไม้และน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง โดยเฉพาะน้ำสับปะรด แตงโม กล้วย หรือมะม่วงสุก รวมถึงผลไม้อบแห้ง แช่อิ่ม และดองต่างๆก็ ควรกินในปริมาณที่พอเหมาะหรือน้อยมากๆ
         ข้อควรระวังของการทานแบบคีโตเจนิก คือ
         -อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ เพลีย นอนไม่หลับ ท้องผูกได้
         -เพิ่มความเสี่ยงการเกิดนิ่วที่ไต โดยเฉพาะในคนที่มีประวัติครอบครัว หรือมีสัดส่วนของแคลเซียมต่อ ครีเอตินีนในปัสสาวะสูง
         -ผู้ที่มีภาวะผิดปกติเรื่องตับ ตับอ่อน หรือประวัติโคเลสเตอรอลในเลือด หรือเป็นโรคเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูงควรระวังและปรึกษาแพทย์ หรือนักกำหนดอาหารก่อนทำ Ketogenic Diet
         -การจำกัดคาร์โบไฮเดรตมากๆอาจทำให้ขาดสารอาหารบางชนิด รวมทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ซึ่งอาจจะต้องกินเสริม
         -ในระยะยาวอาจจะมีปัญหา เนื่องจากการกินของคนไทยนั้น หนึ่งมักจะทานนอกบ้าน สองมักมีการสังสรรค์ และ สามเราเป็นประเทศที่เน้นกินข้าวเป็นหลัก
         -การจำกัดอาหารหรือใช้วิธีการลดน้ำหนักแบบเร่งรัด อาจทำให้น้ำหนักที่ลดลงนั้นไม่ยั่งยืน และอาจก่อให้เกิดปัญหาพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ ตามมาในระยะยาว
         ดังนั้นจากข้อมูลข้างต้น เราควรมีความมั่นใจเสียก่อนว่าร่างกายของเราสมบูรณ์แข็งแรงพร้อมกับการลดน้ำหนักแบบคีโตเจนิก และควรไปตรวจสุขภาพ ตลอดจนปรึกษาแพทย์ หรือขอคำแนะนำจากนักโภชนาการเสียก่อนเพื่อความปลอดภัย

อ้างอิง
Ketogenic http://multimedia.anamai.moph.go.th/help-knowledgs/ketogenic-diet/
คีโตเจนิคไดเอทคืออะไร? กินไขมันอย่างไรให้ผอมhttps://www.cosmenet.in.th/cosme-intrend/36780/คีโตเจนิคไดเอทคืออะไร-กินไขมันอย่างไรให้ผอม-
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To: