สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 ต๋าแหลว เครื่องรางศักดิ์สิทธ์ของชาวล้านนา
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 09 Sep 2019 :  11:41:51  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


ต๋าแหลว เครื่องรางศักดิ์สิทธ์ของชาวล้านนา
อำพิกา สวัสดิ์วงศ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ประเทศไทยได้นำองค์ความรู้ดั้งเดิมซึ่งเป็นภูมิปัญญาประจำท้องถิ่นมาผสมผสานกับความเชื่อที่ได้รับถ่ายทอดมาจากอารยธรรมของต่างชาติ โดยนำมาประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับวิถีทางการดำรงชีวิต เพื่อสร้างความเจริญให้แก่สังคมที่อาศัยอยู่ได้อย่างกลมกลืน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการนำสัญลักษณ์จากธรรมชาติ เช่น ดวงดาว มาเป็นสื่อแสดงในเชิงรูปธรรมเพื่อให้สอดคล้องกับความเชื่อพื้นฐานดั้งเดิมที่ว่า ดวงดาวเป็นมงคล เป็นสิ่งที่ดีงาม เมื่อนำสัญลักษณ์ของดาว มาแทนสิ่งใดก็ตามสิ่งนั้นมักจะเป็นสิ่งที่ได้รับความเคารพเชิดชู โดยนำมาผสมสานกับความเชื่อทางไสยศาสตร์และพระพุทธศาสนา เข้าด้วยกันจนกลายเป็นวัตถุที่ทรงคุณค่าในเชิงวัฒนธรรมสืบต่อมา
         สำหรับ “ต๋าแหลว” หรือ ตาเหลว ตามถ้อยคำสำเนียงเรียกแบบคำเมืองของชาวไทยที่อยู่ในเขตภาคเหนือหรือชาวล้านนา หมายถึง ดวงตาของนกเหยี่ยว ส่วนใหญ่ใช้ในพิธีกรรมเกี่ยวกับการเกษตรโดยใช้ปักในไร่นาเพื่อป้องกันสิ่งชั่วร้ายที่จะมาทำลายข้าวและพืชผล พิธีสืบชะตาบ้าน-ชะตาเมือง พิธีกรรมเกี่ยวกับศพ ใช้เพื่อปัดรังควานป้องกันอาถรรพ์จากไสยศาสตร์และใช้ปักบนเครื่องเซ่นวิญญาณผู้ล่วงลับตามริมทาง ในภาคกลางจะเรียกสิ่งนี้ว่า “เฉลว” เป็นเครื่องจักสานชนิดหนึ่ง ทำด้วยตอกไม้ไผ่หักขัดกันเป็นมุม ๆ ตั้งแต่ 5 มุมขึ้นไปมีสัณฐานคล้ายรูปดาว สำหรับปักหม้อยา ปักเป็นเครื่องหมายที่สิ่งของซึ่งจะขาย ปักบอกเขต หรือปักบอกเขตด่านเสียค่าขนอน, ฉลิว หรือ ตาเหลว ก็ว่า ในที่นี้จะกล่าวถึงสารัตถะเกี่ยวกับต๋าแหลว ของชาวไทยในภาคเหนือหรือชาวล้านนาเป็นสำคัญ
         ต๋าแหลว หรือดวงตาของนกเหยี่ยว มีที่มาเป็นตำนานเล่าสืบต่อกันในลักษณะมุขปาฐะของท้องถิ่นเรื่องขุนตึง กล่าวโดยสังเขปคือ ขุนตึง เป็นโอรสขุนเติง กษัตริย์นครหิรัญหรือนครเงินยาง ใช้ตะขอซึ่งคล้ายกับตะขอสับช้างที่ได้จากพระเจ้าตาซึ่งเป็นพญานาค กวัดแกว่งเพื่อเนรมิตบ้านเมืองให้ตนเองครอบครอง เมืองนี้นอกจากมีผู้คนอาศัยอยู่มากมายแล้ว ก็ยังมีลิงเชื้อสายของมารดาขุนตึงเข้ามาพักพิงอาศัยอยู่ด้วย ด้วยเหตุที่ฝูงลิงเหล่านี้ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้าน ขุนตึงจึงต้องไปขอร้องพญาเหยี่ยวมาช่วยไล่ลิง แต่ลิงก็กลัวเหยี่ยวเฉพาะตอนที่พญาเหยี่ยวบินมาเท่านั้น ขุนตึงจึงต้องสั่งให้ชาวบ้านสานตอกไม้ไผ่เป็นรูปต๋าแหลว คือ ดวงตานกเหยี่ยว เมื่อพวกลิงเห็น “ต๋าแหลว” ก็คิดว่าเหยี่ยวมาและเกิดความกลัว ชาวบ้านจึงนิยมทำตาแหลวหรือเฉลว เอาไว้เพื่อป้องกันฝูงลิงในเบื้องต้น เมื่อกาลเวลาสืบมาด้วยความเชื่อและกุศโลบายของบรรพบุรุษ ชาวล้านนาจึงคิดสร้างต๋าแหลวไม้ไผ่ขึ้นมาเพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับสอดส่องดูแลสิ่งอาถรรพ์ เสนียดจัญไร มิให้เข้ามากรายใกล้จนสืบเนื่องกลายเป็นองค์ความรู้ประจำถิ่นดังกล่าว
         ในปัจจุบันการสานต๋าแหลวของชาวล้านนายังคงมีอยู่ทั่วไปตามบ้านเรือน ซึ่งผู้คนในชนบทยังดำรงรักษาความเชื่อเรื่องต๋าแหลวอยู่อย่างไม่เสื่อมคลาย ดังจะเห็นได้ในงานพิธีต่างๆไม่ว่างานมงคล งานอวมงคล การทำพิธีแฮกนา แม้แต่งานของวัดบางแห่งก็ต้องสานต๋าแหลวไว้ เช่น ที่วัดอัมพวัน(ป่าม่วง) ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พระสงฆ์พร้อมกับชาวบ้านได้ช่วยกันทำต๋าแหลวขนาดใหญ่เพื่อเตรียมไว้ใช้พันรอบองค์พระธาตุเจดีย์ทองมงคลคีรีสะหรี๋อัมพวัน ซึ่งเป็นงานประเพณีสรงน้ำพระธาตุประจำปีพุทธศักราช 2561 ทั้งนี้สำหรับงานพิธีกรรมที่เป็นงานพิธีใหญ่ๆ ชาวล้านนาจะสานต๋าแหลวขนาดใหญ่ถึง 7 ชั้นลักษณะรูปดาวเรียงรายอยู่แผ่นผืนต๋าแหลวเดียวกัน เพื่อให้มีอานุภาพป้องกันหนาแน่นยิ่งกว่าต๋าแหลวธรรมดาทั่วไป แม้แต่ในกลุ่มชาติพันธุ์ไทยใหญ่รวมทั้งชาวเขาหลายเผ่า เช่น อีก้อ มูเซอ ม้ง กะเหรี่ยง ก็ยังมีความเชื่อเกี่ยวกับต๋าแหลวอยู่โดยใช้เพื่อแสดงถึงเขตหวงห้ามในบริเวณที่มีเจ้าของ รวมถึงตามความเชื่อของชาวไทยใหญ่จะนำต๋าแหลวปักลงในนาข้าวเมื่อวันแรกของการทำนาเพื่อป้องกันผีกะหลุกมาขโมยข้าวกิน
         จะเห็นได้ว่า ต๋าแหลว หรือ ตาเหลว เป็นเครื่องมือที่เกิดจากภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นปรากฏการณ์ที่มีการประยุกต์ความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์หรือการนับถือผีแบบดั้งเดิมรวมถึงการนำรูปลักษณ์ของธรรมชาติมาผสมผสานกับพุทธศาสนา ทำให้เกิดการปริวรรตความคิดในเชิงนามธรรมมาสู่ความเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ เพื่อเป็นเครื่องมืออันหนึ่งในการจรรโลงสังคมให้เกิดวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามและเสริมสร้างกำลังใจในการดำเนินชีวิตได้อย่างกลมกลืน อีกทั้งความนิยมในการประดิษฐ์ต๋าแหลวเพื่อใช้ในกิจกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การนำไปพัฒนาเพื่อเป็นตราสัญลักษณ์ขององค์กรหรือเป็นลวดลายประกอบสินค้าและนำเสนอในพิพิธภัณฑ์หลายแห่ง แสดงให้เห็นอย่างมีนัยสำคัญว่าองค์ความรู้เกี่ยวกับวัตถุทางวัฒนธรรมนี้จะยังคงได้รับการอนุรักษ์สืบสานต่อไป

แหล่งอ้างอิง
ราชบัณฑิตยสภา, สำนักงาน. (2554). “เฉลว” ใน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. วันที่ค้นข้อมูล 29 มีนาคม 2562, เข้าถึงได้จาก http://www.royin.go.th/dictionary/index.php.
นิพนธ์ ทรายเพชร. (2555). มหัศจรรย์มนุษย์กับดวงดาว. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เชียงใหม่นิวส์. (2561, 21 เมษายน). “ต๋าแหลว”คืออะไร? สำคัญไฉนในถิ่นล้านนา. เข้าถึงได้จาก https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/699147.
กุลธิดา สืบหล้า. (2557, 8-14 สิงหาคม). ตาเหลวความเชื่อกลางท้องทุ่ง. ลานนาโพสต์. ฉบับที่ 990. เข้าถึงได้จาก http://www.lannapost.net/2014/08/blog-post_6.html.
บาราย. (2556, 17 พฤศจิกายน). เฉลว. ไทยรัฐ. เข้าถึงได้จาก https://www.thairath.co.th/content/383190.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.11 seconds. Snitz Forums 2000