สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 นกหัสดีลิงค์ พาหนะของผู้วายชนม์สู่สัมปรายภพ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 09 Sep 2019 :  12:03:20  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


นกหัสดีลิงค์ พาหนะของผู้วายชนม์สู่สัมปรายภพ
อำพิกา สวัสดิ์วงศ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ประเพณีการสร้างปราสาทนกหัสดีลิงค์เป็นประเพณีที่เกี่ยวกับพิธีศพซึ่งเป็นความเชื่อที่ยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทยสืบมาโดยมีปรากฏในภาคเหนือและภาคอีสาน สันนิษฐานว่าเป็นวัฒนธรรมที่รับสืบทอดมาจากเมืองเชียงรุ้งแห่งสิบสองปันนา ซึ่งถือว่าเป็นต้นตระกูลเผ่าพันธุ์ไทแต่ดั้งเดิม ประเพณีดังกล่าวเป็นการประกอบพิธีเพื่อให้สมเกียรติยศและฐานะของผู้วายชนม์ รวมถึงเป็นการแสดงถึงเอกลักษณ์ของภูมิวัฒนธรรมในท้องถิ่น โดยการสร้างเป็นปราสาทควบคู่กับจิตกาธานหรือเมรุเผาศพในลักษณะรูปสัตว์หิมพานต์แบบต่างๆ ของผู้มีบรรดาศักดิ์และครูบามหาเถระ เช่น นกหัสดีลิงค์ ช้างเอราวัณ หงส์ นกการเวก และพญานาค เป็นต้น
         อนึ่ง พิธีศพลักษณะนี้เป็นการถ่ายทอดวัฒนธรรมของกลุ่มแว่นแคว้นที่อยู่ใกล้เคียงกัน ทั้งล้านนา อันได้แก่ บริเวณภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย ประเทศลาว ประเทศเมียนมา รวมถึงแคว้นสิบสองปันนาในประเทศจีน ทั้งนี้ การสืบสานประเพณีเกี่ยวกับนกหัสดีลิงค์มีเรื่องราวที่เป็นองค์ความรู้เล่าสืบต่อกันมากล่าวโดยสังเขปได้ว่านกหัสดีลิงค์ถือเป็นสัญลักษณ์ของการไปสู่สรวงสวรรค์ของเจ้าฟ้าแสนหวี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นต้นราชสกุลของเจ้านายพื้นเมืองในจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อครั้งอดีตที่สืบเชื้อสายมาจากเมืองเชียงรุ้ง (เชียงรุ่ง)ในสิบสองปันนา
         ในส่วนของคำว่า “นกหัสดีลิงค์” ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ปีพุทธศักราช 2554 ได้ให้ความหมายไว้ว่า นกหัสดีลิงค์ หมายถึง นกในวรรณคดีมีจะงอยปากยาวคล้ายงวงช้าง นอกจากนี้คำอธิบายเกี่ยวกับ นกหัสดีลิงค์ จากคัมภีร์อรรถกถาธรรมบท ภาค2 กล่าวว่าเป็นนกขนาดใหญ่อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ มีลักษณะผสมของสัตว์สี่ชนิด ดังนี้ ลำตัวเป็นนก ใบหน้าเป็นสิงห์ จะงอยปากเป็นงวงช้างเขี้ยวหน้าเป็นงา มีหางเป็นหงส์ มีพละกำลังดั่งช้างเอราวัณ 3-5 เชือกรวมกัน
         สำหรับตำนานเกี่ยวกับนกหัสดีลิงค์นั้นกล่าวโดยสรุปได้ดังนี้ ในอดีตมีกษัตริย์เชียงรุ้งแสนหวีฟ้าหรือเมืองตักกะศิลาได้สวรรคตลง ขณะที่พระเทวีให้อัญเชิญพระศพขึ้นสู่พระจิตกาธาน(เชิงตะกอน)เพื่อถวายพระเพลิง ในเวลานั้นได้มีนกฮุ้งหรือนกหัสดีลิงค์บินผ่านมาและได้ใช้งวงตวัดพระศพเพื่อนำไปเป็นอาหาร จากนั้นนกดังกล่าวได้บินขึ้นสู่ท้องฟ้าไปพร้อมกับพระศพ พระเทวีผู้เป็นมเหสีจึงรับสั่งให้หาผู้กล้าหาญหลายคนติดตามฆ่านกเพื่อนำพระศพกลับมาประกอบพิธีถวายพระเพลิง ต่อมามีหญิงสาวชื่อ “แม่นางสีดา” เป็นบุตรีของมหาราชครู มีวิชายิงธนูเป็นเยี่ยมได้รับอาสาออกไปปราบนกหัสดีลิงค์ ในที่สุดก็สามารถสังหารนกหัสดีลิงค์ได้สำเร็จ พระเทวีจึงทรงโปรดฯ ให้ถวายพระเพลิงพระศพพร้อมกับนกใหญ่จนกลายเป็นธรรมเนียมสืบมาว่าครั้นเมื่อเจ้านายถึงแก่อนิจกรรมแล้ว ให้เชิญพระศพขึ้นตั้งบนเมรุรูปนกหัสดีลิงค์ประกอบหอแก้วแล้วชักลากไปบำเพ็ญกุศลจนครบ 3 วันจึงเผา ก่อนเผาต้องมีพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์จากนั้นจึงเผาทั้งศพคนและนก หากไม่ทำพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์ถือว่าจะเกิดอาเพศแก่บ้านเมือง
         ปัจจุบันประเพณีที่เกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องของนกหัสดีลิงค์และแม่นางสีดาในพิธีศพของผู้วายชนม์เพื่อส่งดวงวิญญาณไปสู่สุคติภพ ยังคงได้รับการสืบสานมาอย่างต่อเนื่องในภาคเหนือและภาคอีสานของประเทศไทย แต่เป็นการทำถวายเฉพาะพระมหาเถระเท่านั้น ดังปรากฏอย่างชัดเจนในงานพิธีพระราชทานเพลิงพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) เมื่อวันที่ 29 มกราคม พุทธศักราช 2562 โดย นางสาวเมทินี หวานอารมณ์ อายุ 45 ปี ทายาทนางสีดารุ่นที่ 6 พร้อมด้วยเครือญาติในร่างทรงกว่า 20 องค์ ร่วมประกอบพิธีบวงสรวงตั้งทัพ ก่อนออกเดินทางจากจังหวัดอุบลราชธานี ไปยังฌาปนสถานชั่วคราว ณ วัดหนองแวงพระอารามหลวง ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น เพื่อร่วมพิธีกรรมฆ่านกหัสดีลิงค์ในพิธีพระราชทานเพลิงดังกล่าว โดยหลังจากทำพิธีฆ่านกหัสดีลิงค์ตามประเพณีแล้วในลำดับถัดมาจึงประกอบพิธีพระราชทานเพลิงพระเทพวิทยาคมไปโดยพร้อมเพรียงกัน
         จะเห็นได้ว่า ประเพณีที่เกี่ยวกับกับความเชื่อในเรื่องนกหัสดีลิงค์เพื่อให้เกียรติแก่ผู้วายชนม์และถือเสมือนว่าเป็นพาหนะอันจะนำไปสู่สุคติในสัมปรายภพนั้น ยังคงดำรงอยู่ในภูมิวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งประชาชนให้ความสำคัญตลอดจนมีการทำนุบำรุงรักษาและต้องการสืบสานเพื่อความดำรงอยู่ของประเพณีเช่นว่านี้ไปสู่อนาคตในเชิงรูปธรรมอย่างมีนัยสำคัญดังปรากฏในสื่อมวลชนต่างๆ มากขึ้นโดยลำดับ

แหล่งอ้างอิง
สำลี รักสุทธี. (2555). สืบสานตำนานงานบุญประเพณีอีสาน. กรุงเทพฯ : หจก. รุ่งเรือสาส์นการพิมพ์.
ภูเดช แสนสา. (2556). โลกหน้าล้านนา พัฒนาการการสร้างปราสาทศพต่างสัตว์หิมพานต์และการก่อกู่. เชียงใหม่ : สถาบันภาษา ศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่.
ราชบัณฑิตยสภา, สำนักงาน. (2554). “หัสดีลิงค์” ใน พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. วันที่ค้นข้อมูล 30 เมษายน 2562, เข้าถึงได้จาก http://www.royin.go.th/dictionary/index.php.
เพ็ญสุภา สุขคตะ. (2562, 28 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์). เปิดตำนาน-ความหมาย ‘ปราสาทนกหัสดีลิงค์’ ปลงศพเจ้า เผาศพพระ ในวัฒนธรรมล้านนา-ล้านช้าง. มติชนสุดสัปดาห์. วันที่ค้นข้อมูล 29 เมษายน 2562, เข้าถึงได้จาก https://www.matichonweekly.com/column/article_166149.
เชียงใหม่นิวส์. (2560, 29 มกราคม). ปราสาท “นกหัสดีลิงค์” ความเชื่อของคนล้านนาในพิธีศพพระเถระ. วันที่ค้นข้อมูล 29 เมษายน 2562, เข้าถึงได้จาก https://www.chiangmainews.co.th/page/archives/562211.
อมรินทร์ทีวี ช่อง 34. (2562, 29 มกราคม). นางสีดาเคลื่อนทัพเตรียมร่วมพิธี “ยิงนกหัสดีลิงค์” งานพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ “หลวงพ่อคูณ”. วันที่ค้นข้อมูล 29 เมษายน 2562, เข้าถึงได้จากhttp://www.amarintv.com/news-update/news-16507/331227/.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.11 seconds. Snitz Forums 2000