สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 แมลงกินได้ อาหารสำหรับอนาคตที่ต้องทำความรู้จัก
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 09 Sep 2019 :  12:47:22  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


แมลงกินได้ อาหารสำหรับอนาคตที่ต้องทำความรู้จัก
วิชมณี ยืนยงพุทธกาล


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ในปัจจุบันโลกเผชิญกับปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ที่ไม่เกื้อหนุนต่อการทำการเกษตร ปศุสัตว์ หรือประมง มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น สถานการณ์สภาพอากาศแปรปรวน การขาดแคลนน้ำ การมีพื้นที่ดินว่างลดลง ทรัพยากรทางทะเลลดลง ในขณะที่ประชากรโลกมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) คาดการณ์ว่าในปี 2593 ประชากรโลกจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 9 พันล้านคน และจะต้องเพิ่มการผลิตอาหารเกือบเท่าตัวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านอาหารของประชากรโลกในอนาคต นอกจากนี้ในปัจจุบันประชากรโลกจำนวนมากกว่า 1 พันล้านคน ยังประสบกับปัญหาการขาดแคลนอาหารอีกด้วย ปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนให้ต้องหาแหล่งอาหารทางเลือกใหม่ก่อนเกิดวิกฤติการขาดแคลนอาหารในอนาคต
         นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมีความพยายามที่จะหาแหล่งอาหารที่มีศักยภาพและนำมาแปรรูปเป็นอาหารให้กับมนุษย์ในอนาคต หนึ่งในทางเลือกนั้นคือแมลงกินได้ หากย้อนพิจารณาข้อมูลในอดีตจะพบว่าแมลงไม่ใช่แหล่งอาหารใหม่เพราะชนพื้นเมืองของประเทศต่าง ๆ มีการนำแมลงกินได้มาประกอบอาหารบริโภคกันด้วย หากแต่ได้รับความนิยมกันในเฉพาะกลุ่มเท่านั้น สำหรับในประเทศไทยชาวบ้านในแถบชนบทนิยมนำแมลงมาบริโภคเป็นอาหารเช่นกัน โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคเหนือ โดยมีภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดต่อกันมาในการเลือกบริโภคเฉพาะแมลงที่กินได้ แมลงกินได้พื้นบ้านที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักและนิยมนำมารับประทานมีมากกว่า 50 ชนิด เช่น จิ้งหรีด จิ้งโกร่ง แมลงกินนูน แมลงกุดจี่ แมลงดานา แมลงกระชอน ตั๊กแตนปาทังก้า หนอนและดักแด้ไหม หนอนกินเยื่อไผ่ ตัวอ่อนด้วงสาคู เป็นต้น โดยมีวิธีนำมาปรุงเป็นอาหารหลากหลาย เช่น ทอด นึ่ง ทำน้ำพริก ทำห่อหมก หรือผสมใส่ในแกง เป็นต้น โดยแมลงกินได้นี้ให้พลังงานสูงและเป็นแหล่งที่ดีของสารอาหารต่างๆ โดยเฉพาะโปรตีน เช่น จิ้งหรีด มีโปรตีนประมาณ 13 กรัมต่อ 100 กรัม โดยให้พลังงานประมาณ 120 กิโลแคลอรี่ แมลงดานา มีโปรตีนประมาณ 20 กรัมต่อ 100 กรัม และให้พลังงานประมาณ 160 กิโลแคลอรี่
         เพื่อทำความรู้จักกับแมลงให้มากขึ้น จึงขอให้ข้อมูลเพื่อป้องกันความสับสนในการเรียกชื่อ ระหว่าง “แมลง” กับ “แมง” ซึ่งทั้ง 2 คำนี้มักมีการนำไปใช้สับกันอยู่เสมอๆ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี พ.ศ. 2554 ให้ความหมายไว้ว่า “แมลง” หมายถึง ชื่อสัตว์ขาปล้องในชั้น Insecta (อินเซ็คตา) มีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบ ระยะโตเป็นตัวเต็มวัยร่างกายแบ่งออกเป็น 3 ส่วน เห็นชัดเจน ได้แก่ ส่วนหัว ส่วนอก และส่วนท้อง มีขนาดแตกต่างกันมาก มีขา 6 ขา มีหนวดหนึ่งคู่ เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังพวกเดียวที่มีปีก ซึ่งส่วนใหญ่มี 2 คู่ ยกเว้นบางพวกมี 1 คู่ หรือไม่มี เป็นสัตว์พวกที่มีจำนวนชนิดมากที่สุดในโลก พบได้ทั่วไป เช่น แมลงสาบ แมลงกระชอน ส่วน “แมง” หมายถึง ชื่อสัตว์ขาปล้องหลายชนิดในชั้น Arachnida (อะแรชนิดา) เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่มีร่างกายแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนหัวเชื่อมอก และส่วนท้อง มีขา 8 หรือ 10 ขา ไม่มีหนวด ไม่มีปีก เช่น แมงมุม แมงป่อง โดยข้อมูลตามหลักอนุกรมวิธานแสดงให้เห็นว่าทั้งแมลงและแมง หมายถึง สัตว์ในไฟลัม Arthropoda (อาร์โทโพดา) แต่อยู่คนละชั้น
         สำหรับสาเหตุหลักที่แมลงกลายมาเป็นแหล่งอาหารทางเลือกใหม่ เนื่องจากความเป็นไปได้ในการใช้บริโภคมาตั้งแต่อดีตรวมทั้งการมีจุดเด่นหลายประการ ได้แก่ จุดเด่นด้านคุณค่าทางโภชนาการ โดยแมลงมีโปรตีนปริมาณสูง ซึ่งมากกว่าเนื้อไก่หรือเนื้อวัวเกือบสองเท่าและยังอุดมไปด้วยกากใย วิตามิน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก สังกะสี และแคลเซียม รวมถึงกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่จำเป็นต่อร่างกายของมนุษย์ จุดเด่นอีกด้านหนึ่งคือ แมลงเป็นสัตว์ที่สามารถแพร่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากแมลงสามารถปรับตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ดี จึงสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในแหล่งอาศัยต่าง ๆ และยังมีจำนวนชนิดที่หลากหลายด้วย จึงมีแนวโน้มที่ดีสำหรับการเพาะเลี้ยงแมลง โดยจะใช้ต้นทุนต่ำกว่า ใช้น้ำและพื้นที่น้อยกว่าการเลี้ยงสัตว์ นอกจากนี้แมลงยังมีจุดเด่นในด้านการนำมาแปรรูปหรือประกอบอาหารได้ทั้งตัวหรือเหลือเศษอาหารจากการแปรรูปน้อยมากเมื่อเทียบกับสัตว์ชนิดอื่นๆ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้อย่างมากที่แมลงจะกลายเป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของมนุษย์ในอนาคต
         นักวิจัยในประเทศบราซิลมีแนวคิดจะนำแมลงมาทำเป็นผงแห้งและนำมาแปรรูปเป็นขนมปัง เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคได้ง่ายขึ้น ผลการวิจัยพบว่า สามารถพัฒนาสูตรขนมปังจากแมลงสาบได้ โดยแมลงสาบที่ใช้เป็นสายพันธุ์ที่มีชื่อว่า Nauphoeta cinerea (นาโฟอิตา ซิเนอเรีย) หรือเรียกว่าแมลงสาบลอบสเตอร์ ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์กับที่อาศัยอยู่ในบ้านเรือนหรือในท่อระบายน้ำ โดยผู้บริโภคยอมรับด้านรสชาติและไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างขนมปังสูตรดั้งเดิมกับสูตรที่พัฒนาขึ้นได้ โดยแมลงสาบผงที่นำมาใช้ทำขนมปังนั้นมีปริมาณโปรตีนมากกว่าแป้งสาลีประมาณร้อยละ 40 รวมทั้งมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายถึง 8 ชนิดจากทั้งหมด 9 ชนิด และมีกรดไขมันคุณภาพสูง เช่น โอเมก้า-3 และ โอเมก้า-9 สำหรับในประเทศไทยมีนักวิจัยที่ตื่นตัวทำงานวิจัยเกี่ยวกับการใช้แมลงเป็นแหล่งอาหารจำนวนหนึ่ง เช่น นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ทำโครงการวิจัยพัฒนาจิ้งหรีดให้เป็นสัตว์เศรษฐกิจใหม่และสร้างอาชีพใหม่ให้เกษตรกร โดยศึกษาการพัฒนากระบวนการจิ้งหรีดให้ปลอดภัยสำหรับการบริโภค โดยเลี้ยงในลักษณะฟาร์มในบ่อซีเมนต์ และศึกษาการนำจิ้งหรีดมามาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยผลิตเป็นผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบ เช่น เวย์โปรตีนจากจิ้งหรีด ช็อคโกแลตจิ้งหรีด ผงโปรตีนสกัดจากจิ้งหรีด เป็นต้น นอกจากนี้มีบทความวิชาการจำนวนหนึ่งที่ส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาทดลองบริโภคแมลงกินได้ แต่ได้ให้ข้อแนะนำเบื้องต้นสำหรับการบริโภคแมลง โดยเฉพาะการนำมาแปรรูปเป็นอาหารรับประทานเองหรือซื้อจากแหล่งต่างๆ เช่น พ่อค้า แม่ค้ารถเข็นตามริมทางเดินและตลาดนัด ว่าหากเป็นแมลงตัวโตควรเด็ดเอาส่วนแข็งออกก่อน เช่น หัว ขา หนามแข็ง และปีก เพื่อลดโอกาสการติดคอและสำลัก และลดโอกาสเกิดอาการแพ้ โดยต้องทำความสะอาดและปรุงให้สุกเสมอ และสิ่งที่สำคัญคือ ต้องไม่จับแมลงในแหล่งที่มีการพ่นยาฆ่าแมลงมาบริโภคเด็ดขาด เพราะอาจมีการตกค้างของยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายได้ อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่ยังลังเลใจที่จะบริโภคแมลงเป็นอาหารในชีวิตประจำวัน อาจเนื่องจากไม่มั่นใจในรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ ความปลอดภัย และไม่คุ้นชินกับลักษณะของแมลง แนวทางหนึ่งที่อาจช่วยให้ผู้บริโภคสามารถบริโภคแมลงได้ง่ายขึ้นคือ การทดลองบริโภคอาหารจากแมลงที่ผ่านการแปรรูปจนไม่เห็นลักษณะตัวแมลงและผลิตในระดับอุตสาหกรรมที่มีมาตรฐานคุณภาพรับรอง ซึ่งในปัจจุบันมีการผลิตเพื่อจำหน่ายทางการค้าแล้วหลายผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในต่างประเทศ เช่น พาสต้าจากจิ้งหรีด แฮมเบอร์เกอร์จากดักแด้ไหม ผลิตภัณฑ์ทาขนมปังจากหนอนไหม เป็นต้น
         อาจถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำความรู้จักกับแมลงกินได้ให้มากขึ้น เพราะมีความเป็นไปได้ว่าอาหารจากแมลงจะเข้ามามีบทบาทต่อผู้บริโภคในอนาคตมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างน้อยก็เพื่อการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การบริโภคอาหารในอนาคต

เอกสารอ้างอิง
กองโภชนาการ กรมอนามัย. (2521). ตารางแสดงคุณค่าอาหารไทย ในส่วนที่กินได้ 100 กรัม. โรงพิมพ์องค์การเภสัชกรรม กรุงเทพฯ
รุ่งทิพย์ คำพิทุม. (2561). กระทรวงวิทย์ฯ ลงอีสานบูมแมลง "จิ้งหรีด" แหล่งโปรตีนในอนาคต. วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กุมภาพันธ์ 2562, เข้าถึงได้จาก http://www.most.go.th/main/th/173-news/.
ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร. (2560). สถานการณ์อาหารโลก. วันที่สืบค้นข้อมูล 18 กุมภาพันธ์ 2562, เข้าถึงได้จาก http://fic.nfi.or.th/foodsectordatabankNews-detail.php?smid=1538#.
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. (2544). แมลงกินได้. พิมพ์ครั้งที่ 1
องุ่น ลิ่ววานิช. (2544). แมลง:แมลงที่สามารถกินได้. วันที่สืบค้นข้อมูล 15 กุมภาพันธ์ 2562, เข้าถึงได้จาก http://www.thaikasetsart.com.
ราชบัณฑิตยสภา. (2554). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. วันที่สืบค้นข้อมูล 19 กุมภาพันธ์ 2562เข้าถึงได้จาก http://www.royin.go.th/dictionary/.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000