สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 เมื่อไร้ถุงน้ำดี
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 09 Sep 2019 :  13:21:42  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


เมื่อไร้ถุงน้ำดี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีคะท่านผู้ฟังพบกับรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข”โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย
บูรพา สำหรับวันนี้ขอเสนอเรื่องราวที่มีชื่อเรื่องว่า “เมื่อไร้ถุงน้ำดี” ซึ่งถุงน้ำดีเป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย ทำหน้าที่เก็บน้ำดีซึ่งสร้างมาจากตับ เพื่อทำหน้าที่ย่อยอาหารประเภทไขมัน โดยจะส่งน้ำดีผ่านท่อน้ำดี ไปเปิดสู่ลำไส้เล็กส่วนต้น เมื่อเรารับประทานอาหารมัน ๆ เข้าไป ถุงน้ำดีจะปล่อยน้ำดีออกมาคลุกเคล้ากับอาหาร ทำให้ไขมันในอาหารแตกตัวเป็นหยดเล็ก ๆ พร้อมที่จะดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย แต่หากเกิดความผิดปกติของถุงน้ำดี เช่น นิ่วในถุงน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ ก้อนเนื้อของถุงน้ำดี หรือการได้บาดเจ็บของถุงน้ำดี หรืออีกหลาย ๆ สาเหตุที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาโดยการผ่าตัดถุงน้ำดีออก เมื่อไม่มีถุงน้ำดีแล้วจะมีผลอย่างไร และผู้ที่อยู่อย่างไร้ถุงน้ำดีควรปฏิบัติตัวอย่างไร
         โดยการผ่าตัดถุงน้ำดีในปัจจุบันมี 2 วิธี ได้แก่ การผ่าตัดเปิดหน้าท้องเพื่อตัดถุงน้ำดี จะทำในกรณีที่ถุงน้ำดีมีการอักเสบมากหรือแตกทะลุในช่องท้อง จะผ่าตัดเปิดแผลที่หน้าท้องบริเวณใต้ชายโครงขนาดใหญ่ เพื่อเข้าไปทำการตัดถุงน้ำดีออก การผ่าตัดวิธีนี้ผู้ป่วยจะต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลประมาณ 4-10 วัน และต้องพักฟื้นหลังจากออกจากโรงพยาบาลอีกประมาณ 2-3 สัปดาห์การผ่าตัดแบบนี้ต้องอาศัยความชำนาญ และประสบการณ์ของศัลยแพทย์ ส่วนการผ่าตัดถุงน้ำดีอีกวิธีและเริ่มนิยมทำกันในปัจจุบันคือ การผ่าตัดถุงน้ำดีโดยใช้กล้อง จะทำในผู้ป่วยรายที่ไม่มีภาวะถุงน้ำดีอักเสบเฉียบพลัน เป็นการผ่าตัดถุงน้ำดีโดยการอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ของการมองเห็นภาพผ่านกล้องขยาย ทำให้เห็นรายละเอียดของเนื้อเยื่อบริเวณอวัยวะที่จะผ่าตัดได้อย่างละเอียด เครื่องมือผ่าตัดจะมีขนาดเล็ก สามารถสอดใส่เข้าไปในโพรงช่องท้องเพื่อทำการผ่าตัดถุงน้ำดีได้อย่างปลอดภัย และลดขนาดของแผลผ่าตัด ลดการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อต่างๆ บริเวณผนังหน้าท้องได้มาก ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกเจ็บแผลลดลง โดยทั่วไปจะใช้เวลาในการทำผ่าตัดประมาณ 45-90 นาที และยังมีข้อดีที่ผู้ป่วยจะพักในโรงพยาบาลสั้นลงประมาณ 1-2 วัน และพักฟื้นที่บ้านประมาณ 1 สัปดาห์ ก็สามารถทำกิจกรรมด้วยตัวเองได้เกือบปกติและกลับไปทำงานได้
         ภายหลังผ่าตัดถุงน้ำดีออกแล้ว การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดที่ถูกต้อง จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด และทำให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดรวดเร็วขึ้น การปฏิบัติตัวที่ควรทำได้แก่
         1. ดูแลความสะอาดของแผล ไม่ควรให้แผลเปียกน้ำ ไม่แกะเกาแผล
         2. สังเกตอาการแทรกซ้อน หากพบให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที ได้แก่ มีไข้ แผลอักเสบ มีอาการปวดท้อง ตัวเหลืองตาเหลือง
         3. ควรงดอาหารประเภททอด ผัด อาหารที่มีส่วนผสมของกะทิ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมด เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลง ลดแป้งขัดขาว น้ำตาล กาแฟ ช็อคโกแลต เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้สด เมล็ดธัญพืช นมพร่องมันเนย และรับประทานอาหารปริมาณน้อย ๆ แต่บ่อยครั้งจะดีกว่า เพื่อป้องกันท้องอืดเพราะอาการย่อยไม่ทัน
         4. พักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละประมาณ 6-8 ชั่วโมง ร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
         5. หลีกเลี่ยงการทำงานหนักในระยะแรกหลังผ่าตัดไม่ควรยกของหนักโดยเฉพาะช่วง 6 สัปดาห์แรก
         6. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง หากมีอาการผิดปกติหรือแพ้ยา เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นขึ้น ควรรีบกลับมาพบแพทย์
         ในระยะต่อมาหลังผ่าตัด ร่างกายที่ไม่มีถุงน้ำดี จะค่อย ๆ ปรับตัวกับการขาดอวัยวะในการเก็บน้ำดีที่มีจากตับ แต่ร่างกายยังมีการผลิตน้ำดีตามปกติ เพียงแต่น้ำดีที่ผลิตจากตับจะลงไปยังกระเพาะหรือลำไส้เพื่อย่อยอาหารประเภทไขมันได้ แม้ในระยะแรก ๆ อาจจะไม่สามารถย่อยอาหารที่เป็นไขมันได้ดีเท่าที่ควร อาจทำให้มีอาการท้องอืด แน่นท้องได้บ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะสามารถปรับตัวให้เข้ากับการที่ไม่มีถุงน้ำดีได้ ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดถุงน้ำดีออก ควรจะดูแลเรื่องการรับประทานอาหาร โดยในสัปดาห์แรก ควรเริ่มจากอาหารที่มีไขมันน้อยไปก่อน เพื่อให้ร่างกายได้ปรับตัว หลังจากนั้นจึงค่อยๆเพิ่มอาหารที่มีไขมันได้ตามปกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำตลอดไป ยกเว้นในรายที่ต้องการคุมน้ำหนักหรือมีปัญหาเรื่องความอ้วนหรือมีภาวะไขมันในเลือดสูง ควรรับประทานอาหารทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อให้ร่างกายปรับสภาพกับการมีน้ำดีปริมาณที่ลดลง เพิ่มจำนวนมื้ออาหารขึ้น โดยลดปริมาณอาหารแต่ละมื้อลงประมาณ 25 -50 % ของอาหารที่เคยรับประทาน เพราะการรับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ ช่วยให้ร่างกายผลิตน้ำดีได้พอเหมาะกับปริมาณอาหารแต่ละมื้อ
         สำหรับอาหารประเภทไขมัน ควรเปลี่ยนอาหารมัน ๆ ประเภททอด หรือผัด มาเป็นวิธีต้มหรือตุ๋น เลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูงเช่น เนื้อสัตว์ติดมัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าต้องงดอาหารไขมันทุกชนิดเพราะไม่มีถุงน้ำดี เพราะไขมันก็ยังเป็นสารอาหารที่ร่างกายยังคงต้องการ แต่ควรเลือกไขมันดี เช่น ไขมันจากปลาที่มีโอเมก้า3 ปรุงอาหารด้วยน้ำมันพืชที่เป็นไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนล่า น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันรำข้าว น้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกคำฝอย หรือน้ำมันมะพร้าวสะกัดเย็น โดยไขมันที่ควรงดจะเป็นประเภทไขมันจากสัตว์เนื้อแดง ไขมันที่ผ่านความร้อนสูง และไขมันทรานส์
         เมื่อไร้ถุงน้ำดี จะไม่ทำให้เกิดปัญหากับสุขภาพ สามารถดำรงชีวิตให้มีความสุข โดยการดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ เลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมดังกล่าว สำหรับวันนี้เวลาหมดลงแล้ว พบกันใหม่โอกาสหน้า สวัสดีคะ

บรรณาธิการ
สุจินต์ สุขะหุต. ใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อ “ไม่มีถุงน้ำดี”. (ออน์ไลน์), 2018. แหล่งที่มาของข้อมูล https://www.phyathai.com/article_detail/2506/th/ใช้ชีวิตอย่างไร_เมื่อ_“ไม่มีถุงน้ำดี”
มุสลิมไทยโพสต์. อาการหลังผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ราคาค่าผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี ค่าใช้จ่ายผ่าตัดนิ่วในถุงน้ำดี . (ออน์ไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล http://healthfood. muslimthaipost.com
ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย. โรค:นิ่วในทางเดินน้ำดี. (ออน์ไลน์), 2008. แหล่งที่มาของข้อมูล http://www.surgeons.or.th/view.php?group=8&id=204.
LeMone, P (Ed.).(2011). Medical –surgical nursing: critical thinking in client care Volume 2. Australia : Midland Typesetters .
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.11 seconds. Snitz Forums 2000