สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 เมื่อไร้ม้าม
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 09 Sep 2019 :  13:27:05  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


เมื่อไร้ม้าม
ผู้ช่วยศาสตราจารย์วชิราภรณ์ สุมนวงศ์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีคะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” โดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา วันนี้มีเรื่องดี ๆ มาเล่าสู่กันฟังเช่นเคยนะคะ สำหรับวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่อง “เมื่อไร้ม้าม” ซึ่งเป็นอวัยวะที่สำคัญของร่างกายอวัยวะหนึ่ง
         ม้ามมีรูปร่างเมล็ดถั่ว ทรงยาวรี ม้ามอยู่ในช่องท้องส่วนบนด้านซ้ายใต้กระบังลม ใกล้กับตับอ่อนและไตด้านซ้าย ม้ามจะยึดติดกับเยื่อบุช่องท้อง ขนาดของม้ามในผู้ใหญ่โดยเฉลี่¬ยจะมีความยาวประมาณ 7-11 เซนติเมตร และมีน้ำหนักประมาณ 70-250 กรัม ม้ามมีหน้าที่ช่วยทำลายหรือกำจัดเซลล์เม็ดเลือดแดงที่เสื่อมสภาพออกจากกระแสเลือด ช่วยดูดซึมธาตุเหล็กจากฮีโมโกลบินของเม็ดเลือดแดงที่ตายแล้วกลับเข้าสู่กระแสเลือด เป็นที่เก็บเกล็ดเลือดส่วนหนึ่งไว้ในเนื้อม้าม กำจัดของเสียออกจากกระแสเลือดในรูปของน้ำปัสสาวะ และสร้างแอนตี้บอดี้เพื่อต่อต้านและกำจัดเชื้อโรค
         จากหน้าที่ที่สำคัญหลายอย่างของม้าม หากมีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัดม้ามออก ซึ่งมีหลายกรณีอย่างเช่น การได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงของม้ามจนไม่สามารถหยุดเลือดที่ออกหรือรักษาม้ามไว้ได้ แพทย์จะพิจารณาตัดม้ามออกเพื่อรักษาชีวิต หรือกรณีเกิดความผิดปกติของการทำหน้าที่ของม้ามจนทำให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย เข่น โรคธาลัสซีเมีย โรคที่มีความผิดปกติของเกล็ดเลือดต่ำกว่าปกติทำให้เลือดออกได้ง่าย โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง รวมถึงการอักเสบติดเชื้อของม้ามอย่างรุนแรงจากเชื้อบางชนิดที่พบได้บ่อยได้แก่ เชื้อโมโนนิวเคลียสโอซีส หรือ ไซโตเมกาโลไวรัส เป็นต้น ซึ่งความผิดปกติเหล่านี้จะต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนทำการผ่าตัด
         แล้วถ้าต้องผ่าตัดเอาม้ามออกไป ผลกระทบที่เกิดขึ้นสำหรับในรายที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้วอาจส่งผลกระทบไม่มากนัก แต่ที่ต้องระมัดระวังกันมากก็คือ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลังผ่าตัดม้ามออก ได้แก่ การติดเชื้อได้ง่ายขึ้นจากแบคทีเรียบางชนิดที่เดิมจะถูกทำลายได้โดยม้าม โดยเฉพาะการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีแคปซูล เช่น เชื้อนิวโมคอคคัส ที่ทำให้เกิดโรคเช่น การติดเชื้อเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ การติดเชื้อในกระแสเลือดและหูน้ำหนวก เป็นต้น ซึ่งสามารถทำให้เกิด โรคได้ในทุกกลุ่มอายุ และพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ป่วยที่ตัดม้ามออกแล้วอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อฮีโมฟิลุสอินฟลูเอนเซชนิดบี (Haemophilus influenzae type B) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ฮิบ (HIB) ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคในร่างกายหลายระบบ โดยเฉพาะชนิดรุนแรง ได้แก่ การติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบ และปอดอักเสบ การติดเชื้อชนิดนี้พบบ่อยในเด็กช่วงอายุ 2 เดือนถึง 5 ปี
         อีกภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นภายหลังผ่าตัดม้ามออกคือ การเกิดลิ่มเลือดในหลอด
เลือดดำหรือหลอดเลือดแดง เนื่องจากม้ามมีหน้าที่ในการเก็บเกล็ดเลือดส่วนหนึ่งไว้ในเนื้อม้ามประมาณหนึ่งในสามของเกล็ดเลือด เมื่อไม่มีม้ามจึงไม่มีอวัยวะช่วยเก็บเกล็ดเลือด ทำให้เกล็ดเลือดในระบบไหลเวียนโลหิตเพิ่มมากขึ้น ทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด เกิดเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำหรือหลอดเลือดแดง เกิดการอุดตันในหลอดเลือดได้
         เมื่อร่างกายขาดม้ามไป หน้าที่ต่าง ๆ ของม้ามที่เคยทำก็หายไป จึงควรปฏิบัติตัวให้ถูกต้องเพื่อจะได้มีสุขภาพที่แข็งแรง แม้จะไร้ม้าม การปฏิบัติตัวเหล่านั้นได้แก่
         1. เลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กน้อยลง เนื่องจากไม่มีม้ามช่วยดูดซึมธาตุเหล็กจากเม็ดเลือดแดงที่ตายไป จะทำให้มีปริมาณเหล็กในเลือดสูงขึ้น อาจทำให้เกิดความผิดปกติต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับแข็ง เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ ข้อเสื่อม เป็นต้น อาจทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย อึดแน่นท้อง โดยอาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เช่น ตับสัตว์ เลือด เครื่องใน เป็นต้น หรืออาจเลือกอาหารบางอย่างที่ช่วยลดการดูดซึมของธาตุเหล็ก เช่น น้ำชา นมถั่วเหลือง เป็นต้น บางรายหากมีปริมาณเหล็กในกระแสเลือดเกินมาก ๆ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาขับเหล็ก ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์
         2. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง โดยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิต้านทานต่อการติดเชื้อ
         3. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อลดปัญหาภาวะเกร็ดเลือดสูงจนเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาให้ยากลุ่มแอสไพรินในขนาดต่ำ
         4. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ เพราะผู้ที่ไม่มีม้ามจะมีโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อค่อนข้างง่าย บางรายโดยเฉพาะในเด็ก เมื่อจำเป็นต้องผ่าตัดม้ามออก อาจจะพิจารณาให้ได้รับวัคซีนพิเศษเพิ่มเติมจากวัคซีนที่ให้ในเด็กทั่วไป โดยควรเริ่มให้ตั้งแต่ก่อนตัดม้าม 2-3 สัปดาห์ ได้แก่ วัคซีนนิวโมคอคคัส เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส และเชื้อฮิบ
         เมื่อขาดม้ามไปก็ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ทดแทนม้ามที่ไม่ได้ทำหน้าที่นะคะ สำหรับวันนี้เวลาหมดลงแล้ว พบกันใหม่กับเรื่องราวดี ๆ จากรายการ “สุขภาพดี ชีวีมีสุข” สวัสดีคะ

บรรณานุกรม
กิตติกานต์ ทองซ้อนกลีบ และ สมฤทธิ์ มหัทธโนบล. Collective Review Splenectomy. (ออน์
ไลน์), 2012. แหล่งที่มาของข้อมูล http://medinfo2.psu.ac.th/surgery/ Collective% 20review/2555/1.Splenectomy%20(Kittikan%2020.6.55).pdf
จักรกริช กล้าผจญ. การบาดเจ็บบริเวณหน้าท้อง ระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดิน
ปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์. (ออน์ไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล http://www.med.cmu.ac.th/ dept/rehab/ 2010/images/ sports/Abdominal.pdf
ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง. Ruptured Spleen. (ออน์ไลน์), มปป. แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.webmd.com/digestive-disorders/ruptured-spleen#1
อรุณี เจตศรีสุภาพ. ปรึกษาปัญหาหลังจากตัด ม้าม!! . (ออน์ไลน์), 2013. แหล่งที่มาของข้อมูล
http://haamor.com/webboard/ห้องปรึกษาปัญหาสุขภาพทั่วไป/3181/
Hoffman, M. Picture of the Spleen Human Anatomy. (ออน์ไลน์), 2014. แหล่งที่มาของ
ข้อมูล http://www.webmd.com/digestive-disorders/picture-of-the-spleen#1
Healthline Medical Team. Spleen . (ออน์ไลน์), 2014. แหล่งที่มาของข้อมูล
http://www.healthline.com/human-body-maps/spleen
LeMone, P (Ed.).(2011). Medical –surgical nursing: critical thinking in client care.
Australia : Midland Typesetters .
Peralta, R. & et al. Open Splenectomy. (ออน์ไลน์), 2016. แหล่งที่มาของข้อมูล
http://emedicine.medscape.com/article/1829892-overview
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.12 seconds. Snitz Forums 2000