สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดีมีสุข
 ไปเที่ยวแล้วปวดท้อง ท้องร่วง ทานยาฆ่าเชื้อดีไหม
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6420 Posts

Posted - 09 Sep 2019 :  13:37:49  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


ไปเที่ยวแล้วปวดท้อง ท้องร่วง ทานยาฆ่าเชื้อดีไหม
พญ.เบญจารัตน์ ทรรทรานนท์ และ พญ.อลิสรา วงศ์สุทธิเลิศ


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการสุขภาพดีมีสุข วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการดูแลตนเองหากท่านผู้ฟังมีอาการปวดท้องท้องร่วงกันค่ะ โรคท้องร่วงเป็นโรคที่พบได้บ่อยระหว่างเดินทางท่องเที่ยว โดยพบอุบัติการณ์สูงถึงร้อยละ 30-50 ผู้ที่เป็นโรคท้องร่วงจะถ่ายอุจจาระเหลวหรือเป็นน้ำเกิน 2 ครั้งต่อวัน ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง พบผู้ป่วยร้อยละ 30 ที่มีอาการท้องร่วงจนขาดน้ำ ปวดท้องบิด และคลื่นไส้อาเจียน และมีผู้ป่วยเพียงร้อยละ 10 ที่มีอาการปวดท้องเบ่ง ถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือด และมีไข้ร่วมด้วย สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่ปนเปื้อนมากับน้ำและอาหารที่บริโภคเข้าไป ท่านผู้ฟังอาจสงสัยว่าเมื่อมีอาการท้องร่วง เราควรต้องรับประทานยาปฏิชีวนะหรือเรียกกันโดยทั่วไปว่ายาฆ่าเชื้อหรือไม่ เราจะมาไขข้อข้องใจให้ทราบกันค่ะ
         เมื่อท่านผู้ฟังมีอาการท้องร่วง ร่างกายของท่านผู้ฟังจะกำจัดเชื้อโรคในกระเพาะอาหารและลำไส้โดยการขับถ่ายทิ้งไปกับอุจจาระ ส่วนแบคทีเรียและเชื้อไวรัสที่ผ่านจากลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดจะถูกกำจัดโดยภูมิต้านทานของร่างกาย หากร่างกายของท่านผู้ฟังแข็งแรงหรือท่านผู้ฟังคุ้นชินกับอาการที่บริโภคอยู่เป็นประจำ อาการท้องร่วงมักไม่รุนแรงและสามารถหายได้เอง สิ่งสำคัญคือท่านผู้ฟังควรดื่มน้ำเกลือแร่หรือ ORS ประมาณ 1-2 แก้ว และจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อชดเชยการขาดน้ำจากอาการท้องร่วง ควรรับประทานโจ๊กหรือข้าวต้มในวันแรกที่มีอาการ เพื่อให้กระเพาะอาหารและลำไส้ย่อยและดูดซึมอาหารได้ง่าย และกลับมารับประทานอาหารตามปกติเมื่ออาการทุเลาลง แต่ถ้าอาการท้องร่วงยังไม่ทุเลาภายใน 2 วันหรือมีไข้สูงร่วมด้วย แนะนำให้ท่านผู้ฟังไปพบแพทย์ แพทย์จะให้ท่านผู้ฟังรับประทานยาปฏิชีวนะหากท่านผู้ฟังมีอาการปวดท้องเบ่ง ถ่ายอุจจาระมีมูกปนเลือด และมีไข้ร่วมด้วย เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียในร่างกายซึ่งจะทำให้อาการท้องร่วงกับภาวะไข้ลดลงโดยเร็ว แพทย์จะไม่แนะนำให้รับประทานยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่มีอาการท้องร่วง เพราะนอกจากจะไม่ได้ประโยชน์หากอาการท้องร่วงในครั้งนั้นไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ท่านผู้ฟังอาจจะเสี่ยงต่อการแพ้ยาหรือการดื้อยาปฏิชีวนะในภายหลัง ส่วนการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันท้องร่วงในนักท่องเที่ยว แพทย์จะสั่งยาให้กับผู้ที่มีโรคเรื้อรังหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำเท่านั้น เพราะบุคคลกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคท้องร่วงได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ถ้าท่านผู้ฟังมีอาการหน้ามืด อ่อนแรง มีชีพจรเต้นเร็วและเบา เนื่องจากถ่ายเหลวบ่อยครั้งและปริมาณมากหรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ท่านผู้ฟังควรนอนให้สารน้ำทางเส้นเลือดดำที่คลินิกหรือโรงพยาบาลเพื่อให้ร่างกายได้รับการชดเชยภาวะขาดน้ำได้ทันท่วงที
         สำหรับยา Loperamide ยา Bismuth subsalicylate และ activated charcoal สามารถใช้รักษาอาการท้องร่วงได้เช่นกัน ยา Loperamide จะลดการบีบตัวของลำไส้ทำให้ถ่ายอุจจาระลดลง แต่ไม่ควรรับประทานยานี้หากมีอาการท้องร่วงจากการติดเชื้อเพราะจะทำให้ระยะเวลาของการติดเชื้อนานขึ้น ข้อควรระวังคือห้ามให้เด็กเล็กหรือหญิงมีครรภ์ ยา Bismuth subsalicylate จะยับยั้งการหลั่งสารน้ำในลำไส้ทำให้อาการท้องร่วงลดลง ส่วน activated charcoal หรือผงถ่าน จะช่วยดูดซับสารพิษในลำไส้ แต่ไม่แนะนำให้ใช้หากมีอาการท้องร่วงจากการติดเชื้อ ข้อควรระวังคือไม่ควรรับประทานผงถ่านร่วมกับยาชนิดอื่นๆ เพราะผงถ่านอาจดูดซับตัวยาอื่นทำให้ยาอื่นออกฤทธิ์ลดลงหรือไม่ออกฤทธิ์เลย
         แม้ว่าอาการปวดท้องท้องร่วงจะพบได้บ่อยระหว่างเดินทางท่องเที่ยว แต่ถ้าท่านผู้ฟังทราบวิธีการดูแลรักษาโรคท้องร่วงที่ถูกต้อง ท่านผู้ฟังก็สามารถท่องเที่ยวด้วยความสบายใจและไร้กังวลค่ะ

แหล่งอ้างอิง
Keystone JS, Kozarsky PE, Freedman DO, Nothdruft HD, Connor BA. Travel Medicine, 3rd Edition2013.
Health Information for Travelers to Thailand: Clinician View, CDC Health Information for International Travel. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก : https://www.juicerclub.com/--2554.html. (วันที่ค้นข้อมูล: 11 ธันวาคม 2561).
Charles D. Ericsson and Robert Steffen, Section Editors, Travel Medicine, Clinical Infectious Diseases 2002; 34:355–64
ตำราเวชศาสตร์การท่องเที่ยว ฉบับเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษามหาราชินี, สมชัย บวรกิตติ และคณะฯ พิมพ์ครั้งที่ 1 กรุงเทพเวชสาร 2547
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000