สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 ข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับทุเรียน
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6500 Posts

Posted - 23 Sep 2019 :  13:58:53  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


ข้อมูลควรรู้เกี่ยวกับทุเรียน
รังสิมา สูตรอนันต์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         สวัสดีค่ะท่านผู้ฟัง วันนี้รายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชนขอนำเสนอบทความเรื่อง ทุเรียน ทุเรียน หรือฉายาที่ได้ถูกกล่าวขานว่า ราชาแห่งผลไม้ (King of Fruit) ด้วยเหตุผลที่เป็นผลไม้ที่มีรสชาติ หวานละมุน และมีกลิ่นหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะตัว และมีเปลือกที่ปกคลุมผลภายนอกซึ่งเป็นหนามแหลม เปรียบได้กับมงกุฎของราชา คำว่า “ทุเรียน” มาจากภาษามลายู แปลว่าหนาม ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของทุเรียน ทุเรียนเป็นพืชยืนต้น ใบเลี้ยงคู่ และไม่ผลัดใบ ใบเป็นแบบใบเดี่ยว ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศ ผลมีเปลือกแข็งมีหนามแหลม ทุเรียนเป็นพืชวงศ์ฝ้าย จะเริ่มให้ผลผลิตเมื่อมีอายุ 5 ถึง 6 ปี และจะให้ผลผลิตสูงเมื่อมีอายุ 10 ปีขึ้นไป ประมาณ 80 ถึง 110 ผลต่อต้น ทุเรียนพบในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย บรูไน และอินโดนีเซีย ข้อมูลประวัติของทุเรียน ในประเทศไทยจาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ระบุถึงหนังสือ ที่เขียนโดยคณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสที่มาเยือนประเทศไทยในสมัยอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระนารายน์มหาราช ในหนังสือมีรายละเอียดเกี่ยวกับเกษตรกรรมของประเทศไทย ตีพิมพ์เป็นภาษาฝรั่งเศส ในปี พ.ศ. ๒๓๓๖ ช่วงหนึ่งในหนังสือกล่าวถึงทุเรียนสรุปได้ว่า “ทุเรียนเป็นผลไม้ที่นิยมกันมากในอยุธยา แต่สำหรับผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ไม่สามารถทนต่อกลิ่นเหม็นอันรุนแรงของทุเรียนได้” ข้อมูลจากหนังสือดังกล่าวจึงอาจสรุปได้ว่าในประเทศไทยมีการปลูกทุเรียนในภาคกลางตั้งแต่สมัยอยุธยานั่นเอง ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกทุเรียนในหลายจังหวัด ตามภาคต่างๆ ซึ่งจังหวัดทางภาคตะวันออกที่มีพื้นปลูกทุเรียน ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด จังหวัดทางภาคใต้ที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียน ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดทางภาคกลางที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนได้แก่ จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครนายก จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนได้แก่ จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดนครพนม จังหวัดทางภาคเหนือที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนได้แก่ จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น
         ทุเรียนมีเนื้อที่หวานหอมละมุน รสชาติอร่อยแบบนี้มีสารอาหารที่มีคุณค่าเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุหลายชนิด เช่นกำมะถัน แคลเซียม ฟอสฟอรัส โปรแตสเซียม เป็นต้น เนื้อทุเรียนนอกจากความอร่อยมีคุณค่าทางอาหารแล้วเนื้อทุเรียนยังให้พลังงานสูง อีกด้วย โดยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ ด้าน เช่น ระดับความสุกของเนื้อทุเรียน ซึ่งทุเรียนที่มีความสุกมากก็จะให้พลังงานมากกว่าทุเรียนที่มีความสุกน้อย หรือ ห่าม นอกจากนั้นพลังงานของเนื้อทุเรียนยังขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ทุเรียนด้วย ทุเรียนพันธุ์หมอนทองปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 163 กิโลแคลอรี ทุเรียนพันธุ์ชะนีปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 148 กิโลแคลอรี ทุเรียนพันธุ์ก้านยาวปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 187 กิโลแคลอรี และทุเรียนพันธุ์กระดุมปริมาณ 100 กรัม ให้พลังงาน 134 กิโลแคลอรี จะเห็นได้ว่าในปริมาณที่เท่ากัน เนื้อทุเรียนพันธุ์ก้านยาวให้พลังงานสูงสุด และทุเรียนพันธุ์กระดุมให้พลังงานต่ำสุด ดังนั้นในคนที่ต้องการลดความอ้วน ก็ไม่ควรรับประทานทุเรียนในปริมาณมาก ในคนที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคหัวใจ โรคความดัน และโรคเบาหวาน ที่ต้องระวังควบคุมการรับประทานอาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ทุเรียนจึงเป็นผลไม้ที่ผู้ป่วยเหล่านี้ต้องยกเว้น มีข้อควรระวังการรับประทานเนื้อทุเรียนที่อาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ที่เหล่าคนชอบทุเรียนควรทราบไว้อย่างยิ่งคือไม่ควรรับประทานเนื้อทุเรียนพร้อมกับการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ เบียร์ เหล้า เป็นต้น เนื่องจากในเนื้อทุเรียนมีแร่ธาตุองค์ประกอบคือ กำมะถัน ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วนั้น ซึ่งกำมะถันนี้มีคุณสมบัติละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดอาการเมาหนัก ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ เสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ เมื่อเรารับประทานทุเรียน แล้วมีอาการร้อนใน เจ็บคอ แนะนำให้ดื่มน้ำผสมเกลือแกง หรือดื่มน้ำตามมากๆ หลังรับประทานทุเรียน เพื่อขับกำมะถันและช่วยลดอาการร้อนใน
         งานวิจัยจากสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร พบว่าทุเรียนพันธุ์ก้านยาวและพันธุ์หมอนทอง มีฤทธิ์กำจัดสารอนุมูลอิสระ คือ ไนตริกออกไซด์และไฮดรอกซิล โดยสาร 2 ชนิดนี้ก่อให้เกิดอาการแก่ก่อนวัย ดังนั้นการรับประทานทุเรียนในปริมาณที่เหมาะสมก็จะช่วยชะลออาการแก่ก่อนวัยได้ แต่ไม่ใช่ว่าเพื่อความสวยงามแล้ว เราจะรับประทานทุเรียนในปริมาณมาก หรือมีความเข้าใจว่ายิ่งรับประทานมากยิ่งดีต่อสุขภาพมาก เพราะอาจส่งผลให้เกิดโรคอ้วนติดตามมาได้ ดังที่กรมอนามัยได้เคยประกาศเตือนไว้ว่าการรับประทานทุเรียนจำนวน 4-6 เม็ด เทียบเท่ากับการดื่มน้ำอัดลมถึง 2 กระป๋อง คิดเป็นพลังงานมากถึง 400 กิโลแคลอรี ทุเรียนนั้นนอกจากการเป็นผลไม้ที่โปรดปรานของเรานั้น ยังมีงานวิจัยที่นำเมล็ดของทุเรียนเพื่อใช้แทนปลายข้าวในอาหารเลี้ยงปลานิลแดง ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดต้นทุนอาหารในการเลี้ยงปลานิลได้อีกด้วย สำหรับวันนี้ผู้เขียนขอจบบทความเรื่อง ทุเรียน ไว้เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณที่ติดตามรับฟัง สวัสดีค่ะ

แหล่งอ้างอิง
กฤติยา ไชยนอก.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล.ทุเรียน.ราชาแห่งผลไม้.
บทความเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน.วันที่ค้นข้อมูล ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/208/ทุเรียน-ประโยชน์-
สรรพคุณ
คลังข้อมูลสารสนเทศระดับภูมิภาค (ภาคใต้) โดยสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน).
ทุเรียน Durian ลักษณะทางพฤกษศาสตร์. วันที่ค้นข้อมูล ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก http://www.arda.or.th/kasetinfo/south/durian/controller/index.php
ญาธิปวีร์ ปักแก้ว.(2559).ทุเรียนราชาแห่งผลไม้ รับประทานอย่างไร...ให้ได้ประโยชน์. อาหารและสุขภาพ ,46(3), วันที่ค้นข้อมูล ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก
http://158.108.94.117/Public/PUB0788.pdf
มหัทธนี ภิญโญ , ชญานี ด้วงลา , อารียา ไทยโกษา และ วิลาสินี อินญาวิเลิศ.(2561).ผลของเมล็ดทุเรียนและเบเกอร์ยีสต์ต่อการเจริญเติบโตของปลานิลแดง (Oreochromis niloticus x O. mossambicus).วารสารวิทยาศาสตร์เกษตร, 49 (3 พิเศษ).วันที่ค้นข้อมูล ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก http://www.agi.nu.ac.th/conference/agiscijournal_vol49_no3(suppl)/fisher/ PB4_193-200.pdf
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนโดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว.ประวัติของทุเรียนในประเทศไทย.วันที่ค้นข้อมูล ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒, เข้าถึงได้จาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=28&chap=4&page=t28-4-
infodetail01.html
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000