สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน
 วิกฤติขยะในทะเล
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6500 Posts

Posted - 23 Sep 2019 :  15:45:36  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2562


วิกฤติขยะในทะเล
ผศ.ดร. อนุกูล บูรณประทีปรัตน์


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


         ท่านผู้ฟังครับ ช่วงเวลาว่างจากการทำงานหรือการเรียน ท่านผู้ฟังบางท่านอาจจะไปเที่ยวพักผ่อนตามชายหาดต่าง ๆ ในวันหยุดสุดสัปดาห์ โดยหวังว่าจะได้เห็นหาดทรายอันสวยงาม แต่กลับพบหาดทรายที่เต็มไปด้วยขยะอยู่เกลื่อนกลาดมากมาย คงจะไม่ใช่เรื่องดีนักใช่ไหมครับ นอกจากจะก่อให้เกิดทัศนียภาพที่ไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว ขยะเหล่านี้ยังมีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตในทะเล รวมถึงส่งผลต่อสุขภาพของเราทุกคนด้วยนะครับ ในวันนี้เราจะมาพูดคุยเกี่ยวกับผลกระทบจากขยะในทะเลกันครับ
         ท่านผู้ฟังครับ เมื่อเราออกไปเดินเล่นตามหาดทรายหรือแหล่งท่องเที่ยวตามทะเลต่าง ๆ ในบางบริเวณเราอาจจะพบขยะกระจัดกระจายปะปนอยู่ตามหาดทราย เช่น ขวดน้ำพลาสติก ถุงพลาสติก ขวดแก้ว ฝาน้ำ เศษบุหรี่ หลอดดูดน้ำ โฟม เศษอวนและเชือก ขยะเหล่านี้มีแหล่งที่มาจากหลายแหล่ง เช่น จากกิจกรรมการท่องเที่ยว การทำการประมง รวมไปถึงขยะในชีวิตประจำวันโดยประชาชนทั่วไป ครัวเรือน และอุตสาหกรรม ที่ถูกทิ้งลงสู่ทะเลโดยตรงหรือปล่อยลงสู่แหล่งน้ำต่าง ๆ จากลำคลอง แม่น้ำและลงสู่ทะเลอีกทีหนึ่ง จะเห็นว่าขยะเหล่านี้ส่วนใหญ่ อยู่ในรูปของพลาสติกที่มีอายุการใช้งานสั้นหรือที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง เช่น ขวดน้ำ ถุงพลาสติก และหลอดดูดน้ำ เป็นต้น หากไม่มีความตระหนักในเรื่องผลกระทบของมันและการขาดการจัดการที่ดี ก็จะทำให้ขยะเหล่านี้ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อมและทะเลได้ในระยะเวลานานซึ่งบางชนิดต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการย่อยสลายตามธรรมชาติ ขยะที่เราเห็นบนชายหาดเป็นเพียงส่วนหนึ่งของขยะในทะเลที่เราสังเกตได้โดยง่าย ยังมีขยะที่ล่องลอยในน้ำทะเลหรือสะสมอยู่ตามพื้นท้องทะเลอีกมากมายที่เรามองไม่เห็น เช่น ซากเรืออับปางและสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ เครื่องมือประมง เช่น อวน ลอบปู และเบ็ดตกปลา และขยะอื่น ๆ เช่น ถุงพลาสติก ยางรถยนต์ และแม้กระทั่งตู้เย็น อีกด้วย
         ท่ามกลางขยะมากมายหลายประเภท ขยะพลาสติกเป็นปัญหาสำคัญมากที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศทางทะเล เดิมทีคิดกันว่าทะเลเป็นแหล่งรองรับขยะจากมนุษย์ในปริมาณที่ไม่จำกัด ขยะที่ย่อยสลายยากและมีปริมาณมากอย่างพลาสติกปัจจุบันพบว่าสร้างปัญหาต่อมหาสมุทรในเกือบทุกที่ทั่วโลก ทำให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น นกทะเล เต่า ปลา และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่กินขยะเหล่านี้เข้าไปเพราะคิดว่าเป็นอาหาร ดังจะเห็นได้จากสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมากที่มีการเผยแพร่ข่าวและคลิปเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ ขยะชิ้นเล็ก ๆ อาจจะถูกถูกพ่อแม่นกทะเลคาบกลับไปที่รัง จึงเป็นอันตรายต่อลูกนกที่กินขยะเหล่านี้เข้าไปโดยคิดว่าเป็นอาหาร ในประเทศไทยของเรา จากการเฝ้าระวังและติดตามโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการดูแลเรื่องนี้ พบว่าการตายของสัตว์ทะเลหายากเช่นเต่าทะเล โลมาและวาฬ มาจากการที่มีขยะพวกเครื่องมือประมงต่าง ๆ เช่น แห อวน และเอ็นตกปลา พันตามร่างกายของสัตว์เหล่านี้ ทำให้บาดเจ็บและไม่สามารถขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำได้ นอกจากนี้ยังพบสาเหตุการตายที่มาจากการมีขยะพลาสติกที่ถูกกินเข้าไปโดยนึกว่าเป็นอาหาร เช่น ถุงก๊อบแก๊บที่ดูคล้ายกับแมงกะพรุน ซึ่งจะเข้าไปอุดตันในกระเพาะอาหาหารและลำไส้ ทำให้ร่างกายอ่อนแอและตายลงในที่สุด โดยในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561 พบการเสียชีวิตของวาฬนำร่องที่เกยตื้นบนชายหาดบ้านคลองนาทับ อ.จะนะ จ.สงขลา จากการผ่าชันสูตรซากวาฬโดยทีมสัตวแพทย์จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พบขยะพลาสติกในกระเพาะและทางเดินอาหารเป็นปริมาณมากถึง 8 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นปริมาณมากจนน่าตกใจเลยใช่ไหมครับ
         ท่านผู้ฟังครับ ภัยจากขยะในทะเลไม่ได้มีแค่นี้ ยังมีมหันตภัยแอบแฝงที่ตาเรามองไม่เห็นในรูปของขยะขนาดจิ๋วที่เราเรียกว่า “ไมโครพลาสติก” ซึ่งหมายถึงชิ้นส่วนของพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 5 มิลลิเมตร พลาสติกเล็ก ๆ เหล่านี้ส่วนหนึ่งมาจากขยะพลาสติกทั่วไปที่เปลี่ยนสภาพไปตามกาลเวลาจากการกระทำโดยแสงแดด ความร้อน น้ำทะเล คลื่นและกระแสน้ำ หรือแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตในทะเล ทำให้ขยะขนาดใหญ่เกิดการผุพังจนกลายเป็นเศษพลาสติกขนาดเล็กได้ ไมโครพลาสติกอีกส่วนหนึ่ง มาจากกระบวนการผลิตเม็ดพลาสติกขนาดเล็กโดยตรงเพื่อใช้เป็นองค์ประกอบในเครื่องสำอางที่เป็นเม็ดสครับในผลิตภัณฑ์สำหรับล้างหน้าและเจลขัดผิว ที่เราเรีกว่า ไมโครบีดส์ (microbeads) นอกจากนี้ ไมโครพลาสติกยังมีที่มาจากการผุพังของเสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยสังเคราะห์แล้วกลายเป็นเศษพลาสติกปนเปื้อนอยู่ในน้ำซักผ้าอีกด้วย เนื่องจากมีขนาดที่เล็กมากและย่อยสลายได้ยาก เมื่อน้ำทิ้งที่มีการปนเปื้อนไมโครพลาสติกเหล่านี้ถูกระบายลงสู่ท่อระบายน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ก็จะสามารถเดินทางออกสู่ทะเล แพร่กระจายและตกค้างอยู่ที่นั่นได้เป็นเวลานาน
         ไมโครพลาสติกในทะเลเหล่านี้เป็นภัยใกล้ตัวที่อาจส่งผลกระทบกับเราทุกคนได้ เนื่องจากมีขนาดที่เล็กมากมันจึงแทรกตัวเข้ามาในวงจรห่วงโซ่อาหารผ่านทางการกินโดยสิ่งมีชีวิต เช่น แพลงก์ตอนสัตว์ที่ปกติจะกินแพลงก์ตอนพืชเป็นอาหาร เมื่อมีไมโครพลาสติกปะปนอยู่ในมวลน้ำมันจึงกินสิ่งแปลกปลอมนี้เข้าไปด้วย จากนั้นก็จะถูกถ่ายทอดต่อไปยังสัตว์น้ำอื่น ๆ เช่น ปลาและหอย ที่กินแพลงก์ตอนสัตว์เหล่านี้เข้าไปเป็นอาหาร และถ่ายทอดมาสู่คนที่กินสัตว์ทะเลเหล่านี้เข้าไปในที่สุด สัตว์จำพวกหอยอาจจะมีการกรองกินพลาสติกเล็ก ๆ เหล่านี้เข้าไปสะสมไว้ในร่างกายได้โดยตรงอีกทางหนึ่ง เนื่องจากไมโครพลาสติกสามารถดูดซึมสารพิษที่มีอยู่ในทะเลได้ สิ่งมีชีวิตที่กินไมโครพลาสติกเหล่านี้เข้าไปก็จะได้รับสารพิษตกค้างเข้าไปในร่างกายด้วย จากการทดลองโดยนักวิทยาศาสตร์พบว่า พลาสติกปนเปื้อนเหล่านี้จะทำให้เกิดความเสียหายต่อตับของปลาที่กินมันเข้าไปมากกว่าในกรณีของปลาที่กินพลาสติกที่ไม่ปนเปื้อน ส่วนการทดลองในหอยนางรมพบว่าหอยที่กินไมโคร พลาสติกเข้าไปจะสร้างไข่และเสปิร์มได้น้อยลง อย่างไรก็ดี ยังไม่มีรายงานที่แน่ชัดเกี่ยวกับผลกระทบต่อมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ทราบแต่เพียงว่าอนุภาคไมโครพลาสติกขนาดเล็กมาก ๆ สามารถเข้าสู่กระแสเลือด ระบบน้ำเหลือง และตับของสัตว์ได้ จึงเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนที่จะต้องศึกษาเพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้กันต่อไป
         ท่านผู้ฟังคงเห็นแล้วว่า ปัญหาขยะในทะเลโดยเฉพาะขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องที่เราทุกคนบนโลกนี้ล้วนมีส่วนเกี่ยวข้อง การสร้างขยะพลาสติกในชีวิตประจำวันของมนุษย์เรา หากไม่มีการจัดการที่ดี สุดท้ายแล้วก็ต้องถูกทิ้งให้เป็นภาระแก่สิ่งแวดล้อมและส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่ตัวเราเองในที่สุด การแก้ปัญหาหลักๆ จึงต้องอยู่ที่การเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราเอง ด้วยการดำรงชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยการลดการใช้ (Reduce) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Reuse) และการแปรรูป (Recycle) ด้วยการใช้พลาสติกและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด อาจจะเริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการพกขวดน้ำ แก้วกาแฟ และถุงผ้าติดตัวไว้ใช้นอกบ้าน หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไมโครบีดส์ เป็นต้น ผมเชื่อว่าหากเราช่วยกันคนละไม่คนละมือแบบนี้แล้ว ก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาขยะที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกที่น่าอยู่ของเราได้ในที่สุดครับ

เอกสารอ้างอิง
ฐิตินันท์ ศรีสถิต. 2552. คู่มือเรียนรู้ขยะทะเล: ชายฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน. สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง.
ปทิตตา สรสิทธิ์. 2561. ชะตากรรมสัตว์ทะเลไทยในวังวนของขยะพลาสติก. มูลนิธิสืบนาคะเสถียร.
วันที่ค้นข้อมูล 2 กรกฎาคม 2562, เข้าถึงได้จาก https://www.seub.or.th/bloging/สถานการณ์/
ชะตากรรมสัตว์ทะเลไทยใน/
Royte, Elizabeth. 2018. We know plastic is harming marine life. What about us? National
Geographic. Retrieved July 16, 2019, from
https://www.nationalgeographic.com/magazine/2018/06/plastic-planet-health-pollution-waste-microplastics/
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.06 seconds. Snitz Forums 2000