สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) อันตรายที่มาในช่วงฤดูร้อ
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 05 Jun 2020 :  13:22:34  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2563


โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) อันตรายที่มาในช่วงฤดูร้อน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิภา วิเสโส


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” ถึงแม้ว่าในขณะนี้เรากำลังเผชิญกับสถานการณ์การระบาดของโควิด-ไนน์ทีนที่ขยายวงกว้างออกไปทั่วโลก และมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ใครหลายคนเป็นกังวล และคอยติดตามข่าวสารกันอยู่ตลอดถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ อัตราการเสียชีวิต รวมไปถึงการป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากการติดเชื้อนี้ แต่ภัยอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามในช่วงฤดูร้อนนี้ก็คือ โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นอันตรายที่มากับอากาศร้อนอบอ้าวอย่างเช่นในบ้านเรา โดยเฉพาะผู้ที่ต้องทำงานอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน เราลองมาฟังกันดูนะคะว่า โรคฮีท- สโตรกคืออะไร มีอันตรายอย่างไร และจะมีวิธีการป้องกันโรคฮีทสโตรกนี้ได้อย่างไรบ้างค่ะ
โรคฮีทสโตรกหรือโรคลมแดด เป็นภาวะวิกฤติของร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมระดับความร้อนในร่างกายได้ จัดเป็นความผิดปกติที่มีความรุนแรงมากโรคหนึ่ง เนื่องจากมีผลทำให้การควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายล้มเหลว เช่น ทำให้สมองในระบบประสาทส่วนกลางไม่ทำงาน การทำงานของตับและไตล้มเหลว เป็นต้น โดยหลังจากที่ร่างกายได้รับความร้อน จะมีการปรับตัวโดยส่งน้ำหรือเลือดไปเลี้ยงอวัยวะภายในเพิ่มมากขึ้น ทำให้ผิวหนังขาดเลือดและน้ำไปหล่อเลี้ยง จึงไม่สามารถระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ มีผลทำให้อุณหภูมิร่างกายเพิ่มสูงขึ้น จนกระทั่งสูญเสียความสามารถในการควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย โดยอุณหภูมิของร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นผิดปกติมากกว่า 40 องศาเซลเซียส ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องให้การรักษาอย่างรีบด่วน เนื่องจากมีโอกาสเสียชีวิตได้สูงถึงร้อยละ 70
          โรคฮีทสโตรกแบ่งตามสาเหตุการเกิดโรคออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทแรก เกิดจากความร้อนในสิ่งแวดล้อมที่อาศัยอยู่มีมากเกินไป ส่วนใหญ่เกิดในช่วงที่มีอากาศร้อน พบบ่อยในผู้ที่มีอายุมากและมีโรคเรื้อรัง อาการที่เกิดขึ้นจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง โดยมีอาการที่สำคัญ คือ อุณหภูมิร่างกายสูง แต่ไม่มีเหงื่อออก ส่วนประเภทที่สอง เกิดจากการออกกำลังที่หักโหมเกินไป มักจะเกิดในหน้าร้อนโดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงานและนักกรีฑา อาการคล้ายกับสาเหตุแรก แต่ต่างกันที่กลุ่มผู้ป่วยประเภทนี้จะมีเหงื่อออก นอกจากนี้ ยังพบการสลายของเซลล์กล้ามเนื้อลาย และมีระดับเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ ได้แก่ โพแทสเซียมในเลือดสูง ระดับฟอสฟอรัสในเลือดสูง ระดับแคลเซียมในเลือดต่ำ และพบโปรตีนในปัสสาวะด้วย
          ส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคฮีทสโตรกได้ง่าย ได้แก่ เด็กและผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่ากับคนหนุ่มสาว รวมทั้งผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูงที่ต้องรับประทานยาควบคุมความดันโลหิตหรือยาขับปัสสาวะ ซึ่งทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของระดับเกลือแร่ได้ง่าย ตลอดจนคนที่มักอดนอนเป็นประจำ เนื่องจากร่างกายจะตอบสนองต่อความร้อนที่ได้รับช้ากว่าปกติ ส่วนคนที่ดื่มสุราหรือเบียร์จะมีโอกาสสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าผู้ที่ไม่ได้ดื่ม ทั้งนี้เพื่อขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย นอกจากนี้ บุคคลที่มีความเสี่ยงอีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน เนื่องจากมีไขมันที่ผิวหนังมาก ซึ่งทำหน้าที่คล้ายฉนวนกันความร้อน ทำให้คนอ้วนสามารถเก็บความร้อนไว้ในร่างกายได้มาก ในขณะที่การระบายความร้อนออกจากร่างกายทำได้น้อยกว่าคนทั่วๆ ไป
          ส่วนสัญญาณอันตรายของโรคฮีทสโตรก ได้แก่ ไม่มีเหงื่อออก รู้สึกกระหายน้ำมาก ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง คลื่นไส้ อาเจียน หายใจเร็ว ซึ่งต่างจากอาการเพลียแดดโดยทั่วๆ ไป ที่มักพบว่ามีเหงื่อออกด้วย หากเกิดอาการดังกล่าวจะต้องหยุดพักทันที ส่วนอาการสำคัญของโรคฮีทสโตรก ได้แก่ ตัวร้อนจัด เพ้อ กระสับกระส่าย เอะอะ ก้าวร้าว ผิวหนังแห้งและร้อน ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลง ระดับความรู้สึกตัวลดลง หรือหมดสติ ช็อก และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ล้มเหลว ซึ่งเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ดังนั้น หากพบเจอผู้เป็นโรคฮีทสโตรก สามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้โดยนำผู้มีอาการเข้าในที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง ถอดเสื้อผ้าออก ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามตัว ซอกคอ รักแร้ เชิงกราน ศีรษะ ร่วมกับการใช้พัดลมเป่าระบายความร้อน หรือราดน้ำเย็นลงบนตัวเพื่อทำให้อุณหภูมิร่างกายลดลงโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ผู้ที่ยังรู้สึกตัวดี ควรให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ส่วนผู้ที่มีระดับความรู้สึกตัวลดลง ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
สำหรับวิธีการป้องกันโรคฮีทสโตรกนั้น ผู้ที่รู้ล่วงหน้าว่าจะต้องไปทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน ควรเตรียมตัวโดยการออกกำลังกายกลางแจ้งอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละ อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้ร่างกายชินกับสภาพอากาศร้อน นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ก่อนออกจากบ้านในวันที่มีอากาศร้อนจัด และหากต้องทำงานหรือออกกำลังท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนเป็นเวลานาน ควรดื่มน้ำให้ได้ชั่วโมงละ 1 ลิตร แม้จะไม่รู้สึกกระหายน้ำก็ตาม และแม้ว่าจะทำงานในที่ร่มก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว รวมทั้งควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน ไม่หนา น้ำหนักเบา และสามารถระบายความร้อนได้ดี และก่อนออกจากบ้านควรใช้ครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ 15 (SPF 15) ขึ้นไป ควรหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดในวันที่อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะก่อนการออกกำลังกายหรือการอยู่ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานาน ตลอดจนหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ในเด็กเล็กและผู้สูงอายุควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยจัดให้อยู่ในห้องที่อากาศระบายได้ดี ตลอดจนอย่าปล่อยให้เด็กหรือผู้สูงอายุอยู่ในรถที่ปิดสนิทตามลำพัง
ท่านผู้ฟังคงเห็นอันตรายของโรคฮีทสโตรกกันแล้วนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านวิกฤติ
          จากสถานการณ์โควิด-ไนน์ทีนไปได้อย่างปลอดภัย และในช่วงหน้าร้อน อากาศร้อนๆ อย่างนี้ อย่าลืมดูแลตนเองเพื่อป้องกันโรคฮีทสโตรกกันด้วยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม
หน้าร้อนกับโรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด. สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ในพระบรมราชูปถัมภ์. วันที่สืบค้นข้อมูล 20 เมษายน 2563 เข้าถึงได้จาก http://www.shawpat.or.th/index.php?option=com_content&view=article&id=317:-heat-stroke-&catid=49:-m---m-s&Itemid=203
8 อาการ ‘ฮีทสโตรก’ อันตรายถึงตาย. วันที่สืบค้นข้อมูล 20 เมษายน 2563 เข้าถึงได้จาก https://www.thebangkokinsight.com/133144/
5 วิธีป้องกัน โรคลมแดด หรือ โรคฮีทสโตรกอันตรายถึงตายได้. วันที่สืบค้นข้อมูล 20 เมษายน 2563 เข้าถึงได้จาก https://www.bangpakok8.com/news/view/23
การรับมือกับอากาศร้อน – โรคลมแดด และ ฮีทสโตรก. โรงพยาบาลราชวิถี. วันที่สืบค้นข้อมูล 20 เมษายน 2563 เข้าถึงได้จาก https://www.rajavithi.go.th/rj/?p=10822

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000