สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 ดูแลสุขภาพจิตอย่างไรในช่วงโควิด-19
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 05 Jun 2020 :  13:26:14  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2563


ดูแลสุขภาพจิตอย่างไรในช่วงโควิด-19
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชามญชุ์ ปุณโณทก


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” วันนี้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต ในตอนที่มีชื่อว่า “ดูแลสุขภาพจิตอย่างไรในวิกฤติโควิด-19”
          ท่านผู้ฟังคงไม่ปฏิเสธว่าการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นเป็นวิกฤติหนึ่งในชีวิตของพวกเราทุกคน เป็นสิ่งที่คุกคามสุขภาพและชีวิตของเรา เราไม่สามารถมองเห็นว่าไวรัสจะปรากฏอยู่ตรงไหน เราอาจจะสัมผัสและนำมันเข้าสู่ร่างกายได้ตลอดเวลา สภาวการณ์ที่เราอยู่บนความไม่รู้เช่นนี้จะนำมาซึ่งความหวาดหวั่น วิตกกังวล ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการล็อคดาวน์ ที่พวกเราทุกคนต้องอยู่ในบ้าน กิจกรรมหรือกิจการต่าง ๆ ของเราต้องชะงัก หรือปิดตัวไป ยิ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ เศรษฐกิจของเรา การปรับตัวในการอยู่ร่วมกับสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัวภายในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งแต่ก่อนเราอาจจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมนานเท่านี้ นั่นก็เป็นสิ่งท้าทายสำหรับเรา อาจจะมีการกระทบกระทั่งกัน ขัดแย้งกันอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยโน้มนำสู่การเกิดปัญหาสุขภาพจิต ลดทอนพลังชีวิต และกระทบคุณภาพชีวิตของเรา วันนี้ เราจะมาฟังว่าเราควรปรับตัวอย่างไรเพื่อดูแลป้องกันปัญหาสุขภาพจิตในช่วงโควิด-19 กันนะคะ โดยแนวทางที่พอสรุปให้วันนี้ มีดังนี้
1. การยอรับความเป็นจริง ว่าเรากำลังเผชิญกับวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส การยอมรับจะช่วยให้เราได้เริ่มต้นดูแลปกป้องตัวเอง
2. การอยู่อย่างมีความหวัง เราต้องมีความเชื่อว่าทุกอย่างจะผ่านไป การทำความเข้าใจในความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง จะช่วยให้เราเกิดความหวังได้ นักระบาดวิทยาเองก็ได้บอกย้ำว่า เมื่อมีการระบาดของโรคเกิดขึ้น ก็ย่อมมีการดับไปหรือคลี่คลายได้ในที่สุด สมเด็จองค์ดาไลลามะเองทรงตอบผู้ที่ขอให้ท่านแสดงอภิญญาด้วยการปราบโคโรนาไวรัส ว่าระหว่างที่ยังรอการศึกษาวิจัยการรักษานั้น ตัวเราเองไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ นอกจากการดำรงอยู่อย่างเข้าใจความจริง โดยการฝึกปฏิบัติธรรม ภาวนา เพื่อให้ใจคลายทุกข์
3. อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น ร่างกายและจิตใจของมนุษย์มีการทำงานเชื่อมโยงกันตลอดเวลา มีคำกล่าวว่า you are what you think หรือคุณจะเป็นอย่างที่คุณคิด ซึ่งก็พิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ได้ด้วยว่า ความเครียด ความวิตกกังวลเป็นสาเหตุของการเจ็บป่วย ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ส่งผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกันโรค ทำให้เราอ่อนแอติดเชื้อได้ง่าย ดังนั้นในช่วงเวลานี้ นอกจากจะดูแลป้องกันเชื้อโรคไม่ให้เข้าสู่ร่างกายแล้ว เราควรจะดูแลผ่อนคลายความเครียดความกังวล โดยอาจจะทบทวนว่าที่ผ่านมาเวลาที่เราเครียดหรือกังวลเราได้ใช้วิธีการดูแลตัวเองอย่างไรที่ได้ผล และนำวิธีการเหล่านั้นมาใช้ นอกจากนี้ ยังมีวิธีการทางเลือกอื่น ๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้ เช่น
1. ตระหนักรู้ถึงความรู้สึกต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ปรุงแต่งต่อยอดความคิดให้เกิดความรู้สึกกลัว วิตกกังวล มากขึ้น แต่เราจะระวังและดูแลตัวเองในส่วนที่เราสามารถทำได้ การฝึกการรับรู้จะช่วยให้เราสามารถควบคุมการคิดปรุงแต่งต่อของเราได้โดยการหยุดมันก่อนที่ความคิดนั้นจุกลามจนมองไม่เห็นความจริงอะไร
2. รับรู้ข่าวสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจในสถานการณ์แต่พอดี เพราะข่าวสารต่างๆ จะปนไปด้วยความคิดเห็น มุมมอง ที่อาจโน้มนำให้เราเกิดความคิดความรู้สึกทางลบตลอดเวลา เมื่อใดก็ตามที่เสพข่าวต้องกลับมาถามตัวเองว่าข่าวสารนั้นทำให้เรารู้อะไรที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์ เรารู้สึกอย่างไร กังวลหรือไม่ ทำให้เราเกิดความรู้สึกแบ่งแยกเราเขาหรือไม่ การสำรวจความรู้สึกเช่นนี้จะช่วยให้เราคัดกรองเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสถานการณ์เวลานี้
3. ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจของเราทันทีเมื่อเรารู้ว่าเรากำลังเครียดและกังวล วิธีที่ง่ายที่สุดคือการกลับมามีสติรู้ลมหายใจเข้าและออกของเรา หายใจเข้ารู้ว่าหายใจเข้า หายใจออกรู้ว่ากำลังหายใจออก เป็นการหาพื้นที่ในตัวเราเองที่เราจะอิสระจากความรู้สึกลบใด ๆ
4. จัดตารางชีวิตและดูแลกิจวัตรประจำวันนั้น ๆให้สม่ำเสมอ หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำ เช่น การปลูกผักสวนครัว หรืองานอดิเรกอื่น ๆ และมุ่งทำในสิ่งที่เราสามารถทำได้ ควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง เราจะไม่สูญเสียพลังงานในการคาดหวังว่าใครควรทำอะไร เพราะนั่นคือหน้าที่ของคนอื่น
5. มองดูคนที่แย่กว่า หากเรารู้สึกว่าตัวเราได้รับผลกระทบที่รุนแรง ลองมองดูคนที่แย่กว่าเรา เช่นคนที่อยู่ต่างแดนที่ล้มป่วยอย่างไร้ญาติ ที่ต้องตายไปอย่างเดียวดายเพราะโรงพยาบาลรับไม่ได้แล้ว ผู้คนในค่ายอพยพที่ต้องอยู่กันอย่างแออัดที่พร้อมจะติดโรคได้ ในขณะที่เรายังอยู่ที่บ้านมีญาติพี่น้อง คนอีกมากมายที่ไม่มีจะกิน ไม่เคยกินอิ่มเลยสักมื้อในขณะที่เรายังพอมีอาหารกักตุนไว้ หรืออื่น ๆ เหล่านี้อาจช่วยให้เรามองเห็นปัญหาของตัวเองเล็กลง และแปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น ซึ่งนั้นคือการเยียวยาใจเราเอง
6. การมีสำนึกรู้ร่วม หรือการตระหนักว่าสถานการณ์ปัจจุบันเป็นความรับผิดชอบร่วมของสังคมโลก เพราะสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นหนึ่งเดียวกันในโลกนี้ การที่เราดูแลตัวเองให้ดี ทำตามข้อกำหนดของส่วนรวม ก็เท่ากับเป็นการดูแลคนอื่นด้วย อะไรที่เราพอจะช่วยเหลือแบ่งปันคนอื่นเราก็ทำ ซึ่งจะช่วยให้เราเห็นคุณค่าในตัวเอง และสัมผัสพลังชีวิตที่มีอยู่ในตนเอง
          มาถึงตรงนี้แล้ว คงพอจะช่วยให้คุณผู้ฟังได้กลับมาคิดทบทวน และเห็นแนวทางในการดูแลสุขภาพจิตตนเองและคนรอบข้างในช่วงที่พวกเรายังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านให้ผ่านวิกฤตินี้ไปอย่างปลอดภัยนะคะ พบกับสาระดีๆ เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพในคราวต่อไปนะคะ/ครับ สวัสดีค่ะ/ครับ

บรรณานุกรม
กรมสุขภาพจิต. หลักสูตรการดูแลจิตใจในวิกฤติโควิด-19. เข้าถึง วันที่ 18เมษายน 2563 จาก http://youtube.be/Pvuh7UD03G4
กฤษดาวรรณ เกซัง ตาวา. ตื่นขึ้นมาพบกับความจริง. เข้าถึงวันที่ 17 เมษายน 2563 จาก http://www.facebook.com: Krisadawan Kalsang Dawa.
ดูแลตัวเองในช่วงล็อคดาวน์. เข้าถึงวันที่ 16 เมษายน 2563 จาก http://www.thaipbs.or.th/Live.
คนสู้โรค.เข้าถึงวันที่ 16 เมษายน 2563 จาก http:// www.thaipbs.or.th/KonSuRoak.
พระภิกษุณีนิรามิสา. อยู่กับสถานการณ์ยากลำบากได้อย่างไร. เข้าถึงวันที่ 18 เมษายน 2563 จาก http://www.facebook.com:Thai Plum Village/Live.
Bruce Lipton. Never get sick again. Retrieved from http://www.youtube.com/watch?v=3YGKyJsH7fA&t=44s
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000