สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 ต้นไม้กับสุขภาพ...ตามแนวคิดสวนบำบัด
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 29 Jun 2020 :  10:17:59  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2563


ต้นไม้กับสุขภาพ...ตามแนวคิดสวนบำบัด
อาจารย์ ดร. สาวิตรี หลักทอง


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          สวัสดีค่ะผู้ฟังทุกท่าน วันนี้เราจะนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับสุขภาพมาฝากกันเช่นเคยค่ะ โดยในวันนี้จะเป็นเรื่องราวของสุขภาพกับสิ่งใกล้ตัวท่านผู้ฟัง จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรนั้นมาติดตามรับฟังกันค่ะ
เรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพในวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้ค่ะ แต่เอ๊ะ ต้นไม้จะมาเกี่ยวกับสุขภาพในแง่ไหนกันนะ ผู้เขียนได้มีโอกาสค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้และสุขภาพในหลายๆ แง่มุม อีกทั้งยังใช้ในการสอนและถ่ายทอดให้กับนิสิตพยาบาลเพื่อเป็นทางเลือกให้นิสิตไปใช้ในการดูแลตนเองและเผื่อแผ่ให้กับผู้ป่วย จึงพบว่าต้นไม้เป็นสิ่งใกล้ตัวของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ หรือไม้ยืนต้น รวมถึงป่าไม้ แต่ในวันนี้ผู้เขียนจะขอนำเสนอในอีกแง่มุมหนึ่งที่เราใช้ประโยชน์จากต้นไม้ในทางสุขภาพตามแนวคิด “สวนบำบัด” จากบทความที่เผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ตของคุณสรวงธร นาวาผล กันค่ะ
ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ “สวนบำบัด” กันก่อนนะคะ สมาคมสวนบำบัดอเมริกาให้ความหมายของคำว่า “สวนบำบัด” ว่าเป็นกระบวนการในการใช้ประโยชน์จากพืชและการทำสวนเพื่อพัฒนาการปรับตัวของคนในด้านการเรียนรู้ ร่างกาย จิตใจ สังคม กล่าวคือ
ด้านร่างกาย สวนบำบัดจะเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพิ่มความยืดหยุ่น การเคลื่อนไหว ทำให้กล้ามเนื้อของมือและการทรงตัวดีขึ้น ด้านจิตใจ สวนบำบัดจะพัฒนาความเป็นตัวของตัวเอง การพึ่งพาตนเอง การลดความเครียด ระบายความโกรธและอารมณ์ต่างๆ ทำให้รู้สึกว่าตนเองมีคุณค่า มีสติมากขึ้น รู้จักการแก้ปัญหาต่างๆ ดีขึ้น ในขณะที่
ด้านสังคม สวนบำบัดจะทำให้เกิดความรู้สึกว่าการสัมพันธ์กับผู้อื่น การร่วมมือกับผู้อื่นมีความสำคัญ การตระหนักถึงพันธะต่างๆ ที่ต้องมีต่อธรรมชาติและสิ่งมีชีวิต การทำงานเป็นกลุ่ม การเรียนรู้ถึงความสำเร็จ ความล้มเหลว และการเรียนรู้การช่วยเหลือกันในกลุ่มคนที่มีความพิการเหมือนกัน
          จะเห็นได้ว่า “สวนบำบัด” เป็นการใช้ประโยชน์จากต้นไม้ทั้งทางตรงและทางอ้อม อันจะส่งผลต่อชีวิตคนเราทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม เมื่อพิจารณาถึงข้อดีของ “สวนบำบัด” จะพบว่าเป็นวิธีการที่มีความแตกต่างจากวิธีบำบัดอื่นๆ สวนบำบัดเป็นกิจกรรมที่ผู้คนทุกเพศทุกวัยสามารถทำได้ กิจกรรมต่างๆ สามารถปรับได้ตามความสามารถ พื้นที่การทำงานสามารถปรับระดับตามสภาพของผู้ที่นั่งรถเข็นหรือก้มไม่ได้
สวนบำบัดทำได้ทั้งปีและสามารถทำนอกสถานที่หรือผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมที่บ้านโดยไม่ต้องมีพยาบาลพิเศษหรือเครื่องมือราคาแพง ผู้ป่วยจะรู้สึกสนุกสนานและมีความสุขในการบำบัดและสามารถแสดงผลงานให้ผู้อื่นได้ชื่นชม อีกทั้งกิจกรรมสวนบำบัดเป็นกิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด การเพาะปลูกหรือการได้เห็นความเติบโต งอกงามของสรรพสิ่งทำให้เกิดคุณค่าและเห็นความงดงามในตนเองได้
อีกคำถามที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ “สวนบำบัด” กับสุขภาพ คือ แล้วสวนบำบัดเหมาะสำหรับใครบ้าง จะว่าไปมนุษย์ได้เริ่มทำสวนมาตั้งแต่อดีต เมื่อก่อนมนุษย์ทำสวนเพื่อเป็นแหล่งอาหาร แหล่งยาสมุนไพร ต่อมาเมื่อมีความเจริญมากขึ้นก็มีการทำสวนเพื่อความสวยงาม เราสามารถกล่าวได้ว่าการทำสวนนั้นเป็นการบ่มเพาะมนุษย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และด้วยความซับซ้อนของสังคมยิ่งทำให้มนุษย์มีความเครียดสูงขึ้น มนุษย์ยิ่งกลับมาแสวงหาและไขว่คว้าการทำสวนมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม การทำสวนจึงเป็นหนทางที่เชื่อมโยงมนุษย์ให้อยู่กับธรรมชาติโดยไม่ขาดจากกันโดยสิ้นเชิง มนุษย์ค้นหาและพัฒนาการทำสวนเพื่อผลทางจิตใจมากขึ้นได้เรียนรู้อย่างลึกซึ้งถึงธรรมชาติโดยผ่านการทำสวนนานาชนิด ทางด้านนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าบรรพบุรุษของมนุษย์คงเติบโตและอาศัยในเขตที่ลุ่มหนองน้ำซึ่งมีต้นไม้ใหญ่และทุ่งหญ้าสีเขียว ดังนั้นต้นไม้จึงให้ความรู้สึกปลอดภัย เมื่อความสามารถของเราเริ่มลดน้อยลงเนื่องจากสูงอายุหรือพิการเราจะเริ่มไขว่คว้าหาสวน ลานหญ้าเพราะเป็นความต้องการลึกๆ ในหัวใจของเราที่ต้องการอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ เรารู้ดีว่าการพักผ่อนและการผ่อนคลายมีความสำคัญต่อจิตใจและจิตวิญญาณ สวนเปิดโอกาสให้เราพักผ่อนโดยไม่มีขอบเขตจำกัด นอกจากนี้ พืชได้ให้รางวัลแก่เราทั้งในทันทีและต่อเนื่องยาวนาน เมล็ดพืชที่งอกช้าๆ ยอดไม้และใบอ่อนที่ผลิจากกิ่ง ผลไม้ที่ค่อยๆ สุกอย่างช้าๆ การได้เก็บมะเขือเทศจากต้น การได้ปลูกข้าวและพืช ผักที่ปู่ ย่า ตายายได้ปลูกต่อกันมาหลายชั่วอายุคนมีคุณค่าต่อจิตใจเป็นอย่างยิ่งและได้กลายมาเป็นวัฒนธรรมแห่งการดำรงอยู่ของมนุษย์ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การเพาะปลูกเพื่อเป็นอาหารเท่านั้น แพทย์และนักจิตวิทยาได้ทำการศึกษาและพบว่าการทำสวนมีผลดีต่อร่างกายและจิตใจ ผู้ป่วยในโรงพยาบาลใช้ยาแก้ปวดและอยู่ในโรงพยาบาลน้อยลงเพียงแค่ได้มองเห็นต้นไม้จากหน้าต่าง
          กล่าวโดยสรุปคือเราใช้ประโยชน์จากต้นไม้ทั้งทางตรงและทางอ้อม การนำแนวคิด “สวนบำบัด” มาใช้กับสุขภาพจึงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพียงแต่เราต้องทำความเข้าใจในกระบวนการที่เกิดขึ้นระหว่างต้นไม้กับสุขภาพให้ถ่องแท้ เมื่อนั้นเราก็จะใช้ประโยชน์จากต้นไม้ได้อย่างดี อีกทั้งแนวคิดสวนบำบัดยังทำได้ทั้งปีและสามารถทำนอกสถานที่หรือผู้ป่วยสามารถทำกิจกรรมที่บ้านโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือในการรักษาราคาแพง ผู้ป่วยจะรู้สึกสนุกสนานและมีความสุขในการบำบัดและสามารถแสดงผลงานให้ผู้อื่นได้ชื่นชม กิจกรรมสวนบำบัดเป็นกิจกรรมที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย ช่วยให้เกิดการผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด การเพาะปลูกหรือการได้เห็นความเติบโต งอกงามของสรรพสิ่งทำให้เกิดคุณค่าและเห็นความงดงามในตนเองได้ ในโอกาสต่อไปผู้เขียนจะนำสาระเกี่ยวกับต้นไม้กับสุขภาพมาฝากคุณผู้ฟังนะคะ ติดตามตอนต่อไปค่ะ สำหรับวันนี้ เวลาของรายการหมดลงแล้ว สวัสดีค่ะ

บรรณานุกรม
สรวงธร นาวาผล. (2552). สวนพลังชีวิต. สืบค้นเมื่อ 17 พฤษภาคม 2563, จาก http://gotoknow.org/post/87128.
  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000