สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการสุขภาพดี-ชีวีมีสุข
 ลูกชอบกัด
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author  Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6539 Posts

Posted - 29 Jun 2020 :  10:38:25  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2563


ลูกชอบกัด
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ธีระรังสิกุล


กดปุ่ม > เพื่อเล่นไฟล์เสียง


          สวัสดีค่ะท่านผู้ฟังรายการ “สุขภาพดีชีวีมีสุข” วันนี้คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพาขอเสนอเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ ในตอนที่มีชื่อว่า “ลูกชอบกัด”
          คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกวัย 6 เดือน ถึง 3 ปี จะพบว่าลูกชอบกัด เนื่องจากฟันน้ำนมจะเริ่มขึ้นเมื่อลูกอายุ 6 เดือน หรือมากกว่านั้น ลูกจะกัดช่วงที่ดูดนมแม่ หรือกัดไหล่ กัดบ่าขณะแม่อุ้ม หรือชอบกัดอาหาร เช่น ผักผลไม้ชิ้นเล็กๆ หรือกัดของเล่นที่ถือ พฤติกรรมนี้นับว่าเป็นการเรียนรู้การใช้ฟัน ทำให้ลูกมีความเพลิดเพลินจากการสัมผัสรสชาติของอาหาร เมื่อลูกโตและเข้าอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ลูกอาจยังกัดเด็กอื่น ทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความกังวลกับพฤติกรรมนี้มาก
จากการศึกษาวิจัยพบว่าสาเหตุที่ทำให้เด็กชอบกัด มาจากด้านร่างกาย คือ ฟันเริ่มขึ้น หรือหิว และด้านจิตใจ คือ เด็กมีความคับข้องใจ ไม่พอใจ หงุดหงิด ไม่ได้ดังใจ หรือระบายความเครียด เด็กวัย 1-3 ปี เริ่มเป็นตัวของตัวเอง แสดงความเป็นอิสระ แต่ยังขาดทักษะในการสื่อสารเป็นคำพูดให้ผู้อื่นเข้าใจ มีความอยากรู้อยากเห็น การเลียนแบบ และสุดท้ายเป็นทักษะพัฒนาการด้านสังคมอย่างหนึ่งของเด็ก จึงควรให้การช่วยเหลือแก้ไขเด็ก มิใช่ว่าปล่อยให้เด็กแสดงพฤติกรรมเช่นนี้ ซึ่งจะกลายเป็นพฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรงต่อไป ส่วนวิธีการช่วยเหลือ มีดังนี้
          1. การป้องกันไว้ก่อน โดยพยายามค้นหาสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ถ้าการกัดมีสาเหตุจากลูกชอบสำรวจ อยากรู้อยากเห็น หรือฟันเริ่มขึ้น คุณแม่ควรให้ลูกกัดผ้า หรือยาง ถ้าลูกกัดเพราะเบื่อหรือหิว ต้องดูแลให้กินและนอนอย่างเพียงพอ ถ้ากัดเพราะลูกแย่งของกันต้องหาของให้พอเล่นหรือพอใช้ หรือสอนให้ลูกได้รู้จักแบ่งปันของกัน ถ้าลูกกัดคนอื่นเพราะมีความตั้งใจ แม่ต้องพยายามให้เวลาแก่ลูกเพื่อทำสิ่งที่ดี โดยการเล่นหรืออ่านหนังสือนิทานและกอดลูก ทำให้เกิดความสนุก ดีกว่าการดุว่าลูก ถ้าลูกเครียดจากเหตุการณ์ต่างๆ คุณแม่ต้องให้การช่วยเหลือโดยให้ความรัก และหากิจกรรมที่ช่วยลดความเครียด เช่น ให้เล่นม้าโยก ตอกบล็อกไม้รูปทรงต่างๆ ลงกล่อง และว่ายน้ำ เป็นต้น
          2. เมื่อลูกกัดคนอื่น หรือแม้แต่กัดคุณพ่อคุณแม่เองก็ตาม คุณพ่อคุณแม่อย่าอารมณ์เสีย ดุด่าว่ากล่าว ตีหรือทำโทษลูกแรงๆ เพราะไม่มีประโยชน์อะไร แต่รอจนลูกอารมณ์สงบแล้วถามถึงสาเหตุ ค่อยๆ อธิบายให้ลูกเข้าใจว่าสิ่งที่ลูกทำไม่ดีอย่างไร ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้เหตุผล ต้องสอนให้รู้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่ควรทำ เช่น การมองตาลูกและออกคำสั่งด้วยเสียงหนักแน่นว่า “ไม่กัดนะคะ” เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว และเมื่อลูกกัด คุณแม่อย่าร้อง เพราะลูกอาจรู้สึกสนุกสนานที่เห็นคุณแม่ร้อง อย่าหัวเราะกับการกระทำของลูกเป็นอันขาด อย่าพูดตะคอกใส่ลูก แต่ควรพูดว่า “หนูกัดคุณแม่นะ” และพยายามทำตัวให้หลุดจากการกัดของลูกอย่างนุ่มนวลที่สุด
          3. ใช้วิธีการขอเวลานอกกับลูก เมื่อลูกกัดคนในครอบครัว โดยการหาสถานที่สงบและให้ลูกนั่งเก้าอี้ตามลำพัง แต่อยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นลูกได้ ถ้าลูกอายุ 2 ปี ใช้เวลานอกเพียง 30 วินาที ถึง 1 นาที ก็พอ วิธีการคือ ทันทีที่ลูกกัด คุณแม่ควรพูดว่า “ห้ามกัดนะคะ ลูกจะต้องขอเวลานอกบนเก้าอี้ตัวนี้จนกว่าจะหมดเวลา แล้วค่อยมาเล่นต่อ” แล้วจึงผละจากลูกไปทำธุระต่อ ไม่พูด ไม่มองหน้าหรือสัมผัสลูก ถ้าลูกพยายามเรียกร้องความสนใจด้วยการแกล้งทำเป็นตกเก้าอี้ ร้องไห้ ทำเสียงดัง หรือถามว่าเมื่อไหร่จะหมดเวลานอกซะที คุณแม่ควรวางเฉย เมื่อเสียงนาฬิกาเตือน คุณแม่ควรพูดด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดาว่า “เวลานอกหมดแล้ว หนูลงมาจากเก้าอี้ได้” ถ้าลูกจับขาหรือดึงเสื้อ อย่าใจอ่อน หันหน้าหนีลูกแล้วผละไปทำงานอย่างอื่น เช่น ล้างจาน หรือจัดลิ้นชัก อย่าสนใจอาการงอแง ที่สำคัญของการใช้วิธีขอเวลานอกคือ อย่าอุ้มหรือโอ๋ลูก ถ้าลูกร้องไห้ในระหว่างหรือหลังเวลานอก เพราจะทำให้ได้ผลน้อย ถ้าลูกกัดคนอื่นที่โรงเรียนหรือที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ควรดูว่าครูใช้เวลาการขอเวลานอกถูกไหม
          4. สอนการแสดงพฤติกรรมใหม่ที่ถูกให้ลูก คุณแม่ควรสอนให้ลูกแสดงพฤติกรรมที่ถูก ถ้าลูกต้องการแสดงความรักให้ใช้การกอดแทนการกัด ลูกอาจรู้สึกว่าการกัดให้อารมณ์รักได้มากกว่า ถ้ากัดเพราะต้องการปกป้องตนเองหรือไม่ต้องการให้ผู้อื่นเข้าใกล้ ก็ให้ลูกใช้สัญญาณที่แสดงว่าหยุด โดยการยกมือห้ามหรือใช้การดันไหล่เพื่อนอย่างเบาๆ ถ้าลูกโมโหมากให้บอกคุณแม่ หรือบอกครู
          5. ยกย่องชมเชยลูก เมื่อสอนลูกแล้ว และลูกเริ่มมีการพัฒนา พฤติกรรมการกัดอาจน้อยลงหรือไม่มีอีกเลย พ่อแม่ก็ควรจะชมลูกบ้าง ไม่ใช่สอนและดุเพียงอย่างเดียว เพราะลูกสามารถเข้าใจในสิ่งที่พ่อแม่สื่อสารได้แล้ว การที่พ่อแม่ชื่นชมลูกจะทำให้ลูกรู้สึกภูมิใจในตัวเอง และความภูมิใจนี้จะเป็นการละลายพฤติกรรมนี้ได้
          ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่คุณแม่ควรทำ แต่สิ่งที่ไม่ควรทำคือ อย่ากัดตอบลูกเด็ดขาด เพราะการกัดตอบไม่ได้ช่วยอะไรลูกเลย ลูกจะไม่เข้าใจถึงเหตุและผลของการกัด รวมถึงความเจ็บปวดของคนที่ถูกกัดหรอกค่ะ คุณแม่ควรนิ่ง สงบ ใจเย็น ช่วยเหลือ และให้กำลังใจ ชมเชยลูกเมื่อลูกมีพฤติกรรมดีขึ้น และอีกไม่นานลูกก็จะเลิกกัดเองค่ะ สำหรับวันนี้ เวลาหมดลงแล้ว พบกันใหม่ในโอกาสหน้า สวัสดีค่ะ


บรรณานุกรม
เมทินี เชาวกิจเจริญ. (2548). The answer is no: ห้ามอย่างไรให้ลูกเชื่อ. กรุงเทพฯ: เอ็มเอเอชพริ้นติ้ง.
ไพฑูรย์ สุริยะวงศ์ไพศาล. (2563). ลูกชอบกัด. นิตยสารหมอชาวบ้าน. วันที่สืบค้นข้อมูล 16 พฤษภาคม 2563 เข้าถึงได้จาก https://www.doctor.or.th/article/detail/2728
Reguero de Atiles, J. T., Stegelin, D. A. & Long, J.K. (1997). Biting behaviors among preschoolers: a review of the literature and survey of practitioners. Early Childhood Education Journal, 25(2), 101-105.
Peters, R. A. (2011). Kids and Biting. วันที่สืบค้นข้อมูล 16 พฤษภาคม 2563 www.ruthpeters.com/Articles/Biting.pdf
Oesterreich, L. (2001). Understanding Children Biting. สืบค้นจาก www.extension.iastate.edu/publications/pm1529a.pdf
   Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.05 seconds. Snitz Forums 2000