สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา สนใจนำบทความมาออกอากาศ ติดต่อ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ สำนักบริการวิชาการ ม.บูรพา โทร.038-102292กรอกแบบฟอร์มออนไลน์เพื่อขอหนังสือรวมเล่มบทความตอบแบบสอบถาม โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อดาวน์โหลดหนังสือรวมเล่มบทความอิเล็กทรอนิกส์
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการวิถีสุขภาพ
 ประโยชน์ของดนตรี กับพัฒนาการเจ้าตัวน้อย
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

6599 Posts

Posted - 13 Jan 2021 :  11:24:22  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote
ปีงบประมาณ 2563

ประโยชน์ของดนตรี กับพัฒนาการเจ้าตัวน้อย
อดิษา บุตรแสนโคตร
คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา


          สวัสดีคะท่านผู้ฟังรายการทุกท่าน “เสียงดนตรีบรรเลง แว่วเสียงเพลงผ่อนคลายสบายใจ”
เมื่อพูดถึงดนตรี เสียงเพลง หลายคนใช้การฟังเพลงในการคลายเครียด ผ่อนคลายอารมณ์ บำบัดความรู้สึก การฟังดนตรีนอกจากจะช่วยให้ผ่อนคลายได้แล้วยังช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็กและทารกในครรภ์ รวมถึงมีส่วนช่วยในการฝึกสมาธิให้กับเด็ก ๆ ได้ด้วย
          ดนตรีกับพัฒนาการทารกในครรภ์ มีรายงานการวิจัยว่าเมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ ทารกจะได้ยินเสียงพูดทางหน้าท้องของแม่ ทารกสามารถแยกความแตกต่างของระดับเสียงได้ โดยเฉพาะเพลงคลาสสิกทารกจะชอบมาก โดยฟังจากการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นขณะฟังเพลง แค่เปิดเพลงคลาสสิกแล้วใช้หูฟังกระตุ้นที่ท้อง ครั้งละ
10-15 นาที
          สำหรับเด็กอายุ 0-3 ปี ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่มีพัฒนาการสมองที่มีความสำคัญมาก มีงานวิจัยพบว่า ดนตรีมีส่วนช่วยในการพัฒนา IQ และ EQ ได้ด้วยกิจกรรมดนตรีบำบัด เช่น การร้องเพลงให้ลูกฟัง โดยเฉพาะเพลงที่มีจังหวะนุ่มนวล อย่างเพลงกล่อมเด็กที่ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่น และได้สัมผัสใกล้ชิดกับแม่ นอกจากนั้นขณะที่แม่ไกลเปลขณะร้องเพลงไปด้วยจะยิ่งสร้างความอบอุ่นให้กับลูก เพราะเด็กจะสัมผัสได้จากจังหวะไกวเปล สำหรับเพลงที่ควรเลือกให้เด็กฟังอาจเป็นเพลงคลาสสิกหรือเพลงสมัยใหม่ก็ได้ แต่ควรเลือกบทเพลงที่มีท่วงทำนองที่ฟังแล้วสบาย รู้สึกผ่อนคลาย และการเล่นของเล่นที่มีเสียงอย่างของเล่นเขย่าแล้วเกิดเสียง แล้วให้ลูกโยกตัวตามเสียงที่เคาะเป็นจังหวะ จะมีส่วนช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อมือของลูกได้ด้วย
          ดนตรีกับสมาธิเด็ก สำหรับเด็กวัย 3 ขวบ ขึ้นไปเป็นวัยที่เด็กเริ่มใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กได้บ้าง อาจเริ่มให้เรียนดนตรี เช่น เปียโน กลอง ไวโอลิน โดยอาจสังเกตจากความสนใจเด็กว่าชอบเครื่องดนตรีประเภทไหน เพราะการเล่นดนตรีจะช่วยให้เด็กได้ฝึกสมาธิและความจำ รวมถึงประสาทสัมผัสมือ ตา และสมอง ไปพร้อมๆ กัน
          สำหรับการเลือกดนตรีให้ลูก เด็กแต่ละคนจะมีความชอบ หรือมีสภาวะอารมณ์ที่แตกต่างกัน การเลือกดนตรีจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงความชอบ และเลือกให้เหมาะสมกับเด็ก โดยเด็กที่มีอารมณ์ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย
ควรเลือกเพลงที่ฟังแล้วเย็นๆ ฟังสบาย เช่น เพลงบรรเลง เพลงไทยซ้ำ ๆ ส่วนเด็กที่ค่อนข้างซึมเศร้าไม่ค่อยเบิกบาน ร้องให้บ่อย นอนไม่หลับหรือมีการหลับมากผิดปกติ มีการคิดหรือเคลื่อนไหวช้า เพลงที่เลือกควรเป็นเพลงที่มีจังหวะครื้นเครง เช่น มีลักษณะของจังหวะสั้นหรือเร็ว
เพลงเต้นสนุก ๆ และสำหรับเด็กที่มีสมาธิสั้น เด็กกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ เด็กที่มีสมาธิสั้นจากความบกพร่องของพันธุกรรม เป็นความบกพร่องทางสมอง มีอาการขี้ลืม เหม่อลอย ชอบทำของหาย ไม่เข้าใจประโยคคำสั่งยาว ๆ และเด็กสมาธิสั้นอีกกลุ่ม เด็กไฮเปอร์เอ็กทีฟ มีอาการไม่ชอบอยู่นิ่ง หุนหันพันแล่น พูดคุยมากเกินไป ขาดความอดทน ทำการบ้านไม่เสร็จ เด็กกลุ่มสมาธิสั้นนี้ สามารถฝึกสมาธิให้ยาวขึ้นได้ด้วยการเปิดเพลง ร้องเพลง เรียนดนตรี วันละ 10-20 นาที ทำบ่อยๆ จึงจะเห็นผล
          ดนตรีมีประโยชน์กับชีวิตของเราทุกช่วงวัย อย่าลืมนำประโยชน์ของดนตรีไปเป็นส่วนช่วยกระตุ้นพัฒนาการเด็กๆ กันนะคะ สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ

แหล่งอ้างอิง
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส). ดนตรีบำบัดสร้างสมดุลกายใจ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.thaihealth.or.th. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563.

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.04 seconds. Snitz Forums 2000