สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา
หน้าแรก | แก้ไขข้อมูล | หัวข้อล่าสุด | สมาชิก | ค้นหา | FAQ
Username:
Password:
Save Password
 All Forums
 รวมบทความวิชาการน่ารู้
 บทความรายการมนุษย์กับสังคม
 น้ำมันมะกอก
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Author Previous Topic Topic Next Topic  

admin
Forum Admin

4555 Posts

Posted - 29 Aug 2005 :  08:43:42  Show Profile  Click to see admin's MSN Messenger address  Reply with Quote

ปีงบประมาณ 48

น้ำมันมะกอก
โดย อาจารย์ดวงกมล อุ่นจิตติ


        สวัสดีค่ะ ท่านผู้ฟัง ถ้าเราพูดถึงน้ำมันที่ได้มาจากพืช หลายท่านอาจนึกถึงน้ำมันรำข้าว น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม ในวันนี้จะพูดถึงน้ำมันที่ได้จากผลมะกอกซึ่งมีสรรพคุณนานัปการและนิยมใช้กันแพร่หลาย มนุษย์ปลูกต้นมะกอกมาตั้งแต่เมื่อ 6000 ปีมาแล้ว โดยเริ่มต้นที่เอเชียไมเนอร์แถบประเทศซีเรียและอิสราเอล แล้วแพร่ไปยังหมู่เกาะของกรีซ อิตาลี หมู่เกาะเวสต์อินดีส เรื่อยไปจนถึงเม็กซิโก เปรู และอาร์เจนตินา ในปัจจุบันพบได้เกือบทุกภูมิภาคของโลก เช่น ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น
        น้ำมันมะกอกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในการปรุงอาหารที่มีการสืบทอดกันมาในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน และถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัว กล่าวคือ น้ำมันมะกอกอุดมไปด้วยไขมันไม่อิ่มตัวซึ่งเป็นไขมันที่เหมาะแก่การบริโภค นอกจากนั้นยังนำไปใช้เป็นยา และเครื่องสำอาง เช่น ชาวกรีกนิยมใช้น้ำมันมะกอกในการทำความสะอาดผิวมาตั้งแต่สมัยโบราณ
        ความผูกพันอย่างลึกซึ้งที่ชาวเมดิเตอร์เรเนียนมีต่อต้นมะกอกนั้นมีหลักฐานปรากฏให้เห็นอยู่มากมาย เช่น ในอียิปต์ พบมัมมี่อายุราว 3,200 ปี สวมมงกุฎใบไม้ที่ทำด้วยใบมะกอก และมีความเชื่อว่า เทพเจ้าประทานต้นมะกอกมาให้ ดังนั้นฟาโรห์จึงใช้น้ำมันมะกอกเป็นเครื่องหอมประจำพระองค์ ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของ อิสราเอลขุดพบโม่ที่ใช้สำหรับบดผลมะกอก และในกรีซก็มีตำนานของเทวีอะเธน่า ที่ทรงประทานต้นมะกอกให้เป็นของขวัญแก่ชาวกรีก จึงพบว่าชาวกรีกมักปลูกต้นมะกอกไว้รายรอบสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพราะเชื่อว่าต้นมะกอกให้ทั้งความหวัง อิสรภาพ และความปรานีแก่ผู้พบเห็น
        เราสามารถนำต้นมะกอกแทบทุกส่วนมาใช้ประโยชน์ เช่น เนื้อไม้ใช้ทำเครื่องเรือน ผลใช้กินหรือคั้นเอาน้ำมันใช้ทำอาหาร ใช้นวดตัว ทำยา และเป็นเชื้อเพลิงจุดตะเกียง มหากวีโฮเมอร์แห่งกรีซได้แต่งกาพย์สรรเสริญสรรพคุณของต้นมะกอกว่า เป็นต้นไม้ที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่คนจนโดยเฉพาะ และเรียกน้ำมันมะกอกว่า กาญจนวารี (Golden water) พันธุ์ของ ต้นมะกอกมีอยู่กว่า 30 ชนิด ลำต้นมีสีเงินยวง ใบแข็งแหลม และมีสีเขียว ผลมะกอกมีทั้งรูปร่างกลมและรูปไข่ ผิวบางชนิดเกลี้ยงบางชนิดขรุขระ ข้างในสุดจะเป็นเมล็ดแข็ง ต้นมะกอกชอบขึ้นในเขตร้อนที่มีอุณหภูมิค่อนข้างสูงสม่ำเสมอ และแสงแดดเจิดจ้า ดังนั้นเราจึงพบสวนมะกอกในหลาย ๆ ประเทศ เช่นสเปน โปรตุเกส อิตาลี ฝรั่งเศส ตอนใต้ กรีซ แอฟริกาเหนือ และสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย ต้นมะกอกเป็นพืชที่มีอายุยืนยาว บางต้นมีอายุถึง 700 ปี ฤดูเก็บเกี่ยวผลมะกอกจะอยู่ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายนจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพราะเนื้อมะกอกในช่วงนี้จะมีสารที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระสูงสุด สำหรับวิธีเก็บผลมะกอกนั้นโดยทั่วไปอาจใช้เครื่องจักรเขย่าหรือใช้ไม้ตีให้ร่วงลงมาครั้งละมาก ๆ แต่ถ้าต้องการให้ลูกมะกอกไม่ช้ำเลยนั้นก็ต้องเลือกเก็บผลสีเขียวทีละลูก ๆ โดยคนเก็บจะใช้ตะกร้าแขวนคอแล้วค่อย ๆ เก็บ
        สารหลักในน้ำมันมะกอก คือ กรดโอเลอิก (Oleic acid) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือ เป็นไขมันไม่อิ่มตัว ก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้สารได้รับธาตุออกซิเจนมารวมตัวด้วยน้อย ซึ่งคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระนี้เองที่ช่วยทำหน้าที่เป็นภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังพบสารโอเมก้า9 วิตามินอี สารพีนอล รสชาติของน้ำมันมะกอกมีกลิ่นหอมแบบสมุนไพรธรรมชาติหรืออ่อนละมุนคล้ายกลิ่นเมล็ดอัลมอนด์ ในด้านโภชนาการก็มีประโยชน์มากจากการศึกษาวิจัย พบว่า หากรับประทานน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะทุก ๆ เช้า จะช่วยทำความสะอาดร่างกายจากภายใน ทำให้ท้องไม่ผูก เราอาจใช้ขนมปังจิ้มทานแทนเนยหรือใช้ทานกับผักแทนน้ำสลัด เมื่อใช้น้ำมันมะกอกทอดอาหารจะดูดซับน้ำมันไว้เพียงเล็กน้อยทำให้คงรักษารสชาติและไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการ
        ราคาของน้ำมันมะกอกจะขึ้นอยู่กับคุณภาพหรือประเภทของน้ำมันมะกอก โดยทั่วไปแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์พิเศษ (Extra virgin) ซึ่งหมายถึง น้ำมันที่ได้รับจากผลของมะกอกแต่เพียงอย่างเดียว โดยอาจจะใช้เครื่องจักรหรือใช้กรรมวิธีทางธรรมชาติ บด- คั้นด้วยเครื่องโม่หินจะได้น้ำมันมะกอกสีเขียวอ่อนที่มีรสดี และมีคุณภาพสูงที่เป็นมาตรฐานพิเศษ ซึ่งมีอนุมูลอิสระในรูปของกรดโอเลอิก ไม่เกิน 1 กรัมต่อ 100 กรัม ระดับรองลงมา คือ น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ (Virgin) จะมีอนุมูลอิสระในรูปของกรดโอเลอิก ไม่เกิน 2 กรัมต่อ 100 กรัม และถ้านำน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ไปกลั่นซ้ำหรือผสมจะได้น้ำมันคุณภาพอยู่ในระดับ 3 สำหรับขั้นสุดท้ายจะนำเอากากผลมะกอกที่ผ่านการคั้นแล้วมาเข้ากระบวนการแยกน้ำมันโดยใช้สารละลายเป็นตัวช่วย ซึ่งจะได้น้ำมันที่มีคุณภาพด้อยลงและราคาจะถูกสุด เมื่อทราบว่าน้ำมันมะกอกมีคุณสมบัติที่ดีเพียงใดแล้ว เชิญท่านผู้ฟังพิสูจน์ดูว่าจะเป็นจริงอย่างที่กล่าวถึงหรือไม่ ?

บรรณานุกรม
ต้นมะกอก น้ำมันมะกอก ผลมะกอก ศิลปโภชนา. (2541). มาดริด : อินเตอร์เนชั่นเนลโอลีฟออยเคาน์ซิล.
Olive oils health benefits. (online). Available http://www.healingdaily.com/detoxification-diet/olive-
oil.htm (access date: 2004,15 december)

  Previous Topic Topic Next Topic  
 ตั้งหัวข้อใหม่  ตอบกลับหัวข้อนี้
 พรินต์ส่งให้เพื่อน
Jump To:
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา © สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา Go To Top Of Page
This page was generated in 0.03 seconds. Snitz Forums 2000