การจัดการองค์ความรู้ KM

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

การจัดการองค์ความรู้ KM - สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

องค์ความรู้ที่ได้จากการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ

สำนักบริการวิชาการได้ดำเนินการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ ในหัวข้อ “กลยุทธ์การตลาด” และ หัวข้อ “เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน” รวม 5 ครั้ง นำประเด็นที่ได้จากการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติมาสกัดเป็นองค์ความรู้ โดยคณะกรรมการจัดการความรู้สำนักบริการวิชาการ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ได้องค์ความรู้ที่สามารถนำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักบริการวิชาการ ดังนี้
หัวข้อที่ 1 เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน

เทคนิคการสื่อสารที่ดี ควรยึดหลัก 2 คำสำคัญ ได้แก่ “ทำดี” กับ “พูดถูก”
ทำดี คือ การพยายามทำดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ โดยเลือกที่จะทำให้เกิดผลดีกับทุกฝ่ายมากที่สุด
พูดถูก คือ การพูดให้สถานการณ์นั้นๆ เป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่การพูดความจริงที่ถูกต้องทั้งหมดแต่เป็นการเลือกพูดให้ส่งผลที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย อาจเป็นการประนีประนอม เลือกพูดในสิ่งที่น่าฟัง ตามสถานการณ์ในขณะนั้น
หลักในการสร้างความประทับใจและการยอมรับ มี 6 คำสำคัญ ดังนี้
1. ยิ้ม คือ มีรอยยิ้มให้กับผู้ที่พบเจอเสมอ
2. ทักก่อน คือ เป็นผู้ทักทายก่อนเสมอ ไม่ว่าเจอใครก็ตาม
3. มืออ่อน คือ ไหว้ทักทาย สวัสดีเสมอ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน
4. ปากหวาน คือ พูดในสิ่งที่ดี เชิงบวก ให้ผู้ที่ฟังเกิดความรู้สึกดี สบายใจ
5. ทานให้ คือ การเอื้อเฟื้อ ให้ในสิ่งที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง สามารถทำให้ผู้อื่นได้โดยไม่เดือดร้อน
6. เป็นน้ำ คือ การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สามารถโอนอ่อนผ่อนตามเหตุการณ์ปัจจุบัน
การสื่อสารที่ดีจะทำให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงาน
1. การศึกษาสภาพแวดล้อม มีการวิเคราะห์คู่สนทนาความเป็นมาของแต่ละคนทำให้ทราบถึงกระบวนการและวิธีการในการสื่อสารให้เหมาะสม รวมถึงความพร้อมทางด้านอารมณ์ ส่งผลให้การสนทนาประสบผลสำเร็จ
2. เตรียมความพร้อมในเรื่องที่จะพูดคุย เตรียมเอกสารให้พร้อม มองเป้าหมายความสำเร็จในการพูดคุย อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการสื่อสาร
3. การสื่อสารที่มีความจริงใจต่อกัน จะทำให้ผู้ที่รับสารสามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจและตอบกลับด้วยความจริงใจ ไม่ต้องอิงกับกรอบของสังคม มารยาท เป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติ เปิดใจยอมรับ
4. ใช้การพูดเชิงบวก พูดในสิ่งที่สมควรพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่พูดให้เกิดความขัดแย้ง หรือเป็นผลเสียต่อบุคคลอื่นหรือองค์กร อธิบายให้เห็นถึงโอกาสในอนาคตที่สามารถพัฒนาได้
5. การปรับปรุงพัฒนาบุคลิกภาพโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ
6. มีการทบทวนสรุปเนื้อหาและประเด็นในข้อตกลงที่สำคัญของการสนทนา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเป็นไปตามข้อตกลง

หัวข้อที่ 2 กลยุทธ์การตลาด
1. ทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้จักสำนักบริการวิชาการ
1.1 การประชาสัมพันธ์โดยเจาะเข้ากลุ่มเฉพาะ เช่น องค์กรภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น สมาคม มูลนิธิ ชมรมวิชาชีพต่างๆ โดยทำหนังสือเป็นทางการก่อนแล้วจึงต่อแบบไม่เป็นทางการ
1.2 เอกสารประชาสัมพันธ์มีความน่าสนใจทั้งรูปแบบและเนื้อหา
1.3 สร้างอัตลักษณ์เฉพาะขององค์กรเพื่อให้เกิดการจดจำของลูกค้า
1.4 จัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น ป้ายไฟหน้ามหาวิทยาลัย แยกพลับพลา แยกตาลล้อม ฯลฯ
1.5 สร้างระบบสารสนเทศเพื่อให้มีความหลากหลายในการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ ของสำนักบริการวิชาการ เช่น การสร้าง Application และ QR code website/Facebook fan page ฯลฯ โดยขอความร่วมมือจากบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการต่างๆ ให้โพส แชร์และแท็ก ข้อมูลการจัดโครงการ ไปที่หน้า Facebook ส่วนตัว เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของสำนักบริการวิชาการอีกทางหนึ่ง เช่น กิจกรรมชิงรางวัลใน Fan page จัดทำของที่ระลึกเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สำนักบริการวิชาการในกิจกรรมต่างๆ
1.6 จัดทำ Icon เช่น “สำนักฯ อวดดี” ปรับปรุงข้อมูล กิจกรรมผู้บริหารและบุคลากร ในเว็บไซต์สำนักบริการวิชาการ เช่น การรับรางวัล กิจกรรม USR
1.7 เพื่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้กับบุคลากรทุกคน (โบรชัวร์ และนามบัตร) และหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมมือกับสำนักบริการวิชาการ เช่น บริษัททัวร์ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ฯลฯ
1.8 จัดสรรงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์และการตลาดของสำนักบริการวิชาการ
2. ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกใช้บริการสำนักบริการวิชาการ
2.1 พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดย ให้มีความสอดคล้องกับงบประมาณ ช่วงเวลา ระเบียบนโยบาย และกระแสความนิยมตามสถานการณ์ปัจจุบัน
2.2 ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (โปรโมชั่น) เช่น ลงทะเบียนในช่วงเวลาได้ลดราคา ลงทะเบียนหลายคนได้แถม เป็นต้น
2.3 ปรับปรุงใบสมัคร ให้เป็นไปตามขั้นตอนการสมัครอบรมที่มีความกระชับเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าร่วมโครงการ
3. ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในบริการของสำนักบริการวิชาการ
การให้สินค้าและบริการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า
4. ทำอย่างไรให้ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการสำนักบริการวิชาการซ้ำและบอกต่อ
- มีการสานความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เช่น การส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่า ทำไลน์กลุ่มหรือ Facebook กลุ่ม สำหรับผู้อบรมแต่ละรุ่น แต่ละโครงการ ฯลฯ

สรุปประเด็นจากการเล่าเรื่อง กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 3

กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558 13.45 น.

มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 10 คน ดังนี้
1.นางสาวบุตรี ถิ่นกาญจน์
2.นางฑิตยา เหมือนรักษา
3.นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์
4.นางสาวมธุรส ฝากไธสง
5.นางสาวนันท์นภัส ทองระอา
6.นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง
7.นางสาวนฐพร ลัยรัตน์
8.นางสาวเวธนี เกิดผลงาม
9.นางสาวชุติมา สุวานิชย์
10.นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา

บุคลากรได้ร่วมกันนำเสนอประสบการณ์ ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ ดังนี้
ช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ ระดับหน่วยงาน
- การสร้าง Application และ QR code ที่ link ไปหน้าข้อมูล การฝึกอบรมสัมมนา
o โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้าง Application ของสำนักบริการวิชาการ เพื่อเพิ่มช่องทางส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ของสำนักบริการวิชาการ
- เสนอให้มี LOGO เฉพาะของสำนักบริการวิชาการ ควบคู่ไปกับตรามหาวิทยาลัย มีอุปกรณ์ที่มีโลโก้ของสำนักบริการวิชาการ เช่น สมุดฉีด กระดาษโน้ต ดินสอ ปากกา อาจมีการจัดโครงการประกวดออกแบบ LOGO สำนักบริการวิชาการ
- ของที่ระลึกในการไปศึกษาดูงาน เทศกาลต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ของสำนักบริการวิชาการ โดยมีการออกแบบให้สามารถใช้ได้ในหลายโอกาส
- แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันจัดโครงการบริการวิชาการ จะทำให้หลักสูตรน่าสนใจมากกว่าจัดหน่วยงานเดียว
- เสนอให้มีงบประมาณกลางสำหรับการประชาสัมพันธ์และการตลาด ของสำนักบริการวิชาการ เช่น การออกบูธประชาสัมพันธ์สำนักบริการวิชาการ
- เพิ่ม Banner กิจกรรมผู้บริหาร ในเว็บไซต์สำนักบริการวิชาการ และรางวัลที่สำนักบริการวิชาการหรือบุคลากรได้รับ เช่น โล่เกียรติยศ ใบประกาศ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างความน่าเชื่อถือ
- โพสต์กิจกรรมภายในของสำนักบริการวิชาการ ลงในทุกช่องทางสื่อที่สำนักบริการวิชาการมีอยู่ เช่น website/Facebook fan page
- มีการจัดการ Fan page Facebook ให้มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยขอความร่วมมือจากบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการต่างๆ ให้โพส แชร์และแท็ก ข้อมูลการจัดโครงการ ไปทึ่หน้า Facebook ส่วนตัว เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของสำนักบริการวิชาการอีกทางหนึ่ง
- มีกิจกรรมชิงรางวัลใน Fan page สำนักบริการวิชาการ
- ทำโปรโมชั่น ค่าลงทะเบียนราคาพิเศษ เช่น สมัคร 1 คน ราคา 3000 บาท หากสมัคร 3 คนขึ้นไป เหลือคนละ 2800 บาท
- ระบุขั้นตอนในใบสมัคร หนังสือนำส่งและตัวโครงการให้ชัดเจน เช่น
ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เขียนใบสมัคร ออนไลน์/โทรสาร/อีเมล์/สมัครด้วยตนเอง
2. รอการตอบกลับจากเจ้าหน้าที่โครงการ ให้ชำระเงินค่าลงทะเบียน
3. โอนเงินค่าลงทะเบียนและส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่สำนักบริการวิชาการ
4. เจ้าหน้าที่ยืนยันสิทธิในการเข้าร่วมโครงการ
- ข้อเสนอแนะ ขั้นตอนการสมัคร ให้เพิ่มหน้ารายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการและสถานะ เช่น ส่งใบสมัครแล้ว รอการชำระเงิน ลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว
- เอกสารสื่อประชาสัมพันธ์ขอให้ใช้เป็นตัวเลขอารบิกเพื่อความเป็นสากล

ช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ระดับบุคคล
- ให้บุคลากรทุกคน มีนามบัตรที่มีรูป ติดตัวอยู่เสมอ
- ให้หมั่นเป็นคนช่างสังเกตและจดจำ เทคนิค วิธีการนำเสนอ แนวคิด ทางการตลาด ที่น่าสนใจ นำมาปรับใช้กับการทำงานของสำนักบริการวิชาการ

สรุปประเด็นจากการเล่าเรื่อง กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 2

กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 2
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องประชุม BU 204 สำนักบริการวิชาการ
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 11 คน ดังนี้
1. นางวันสม อานามนารถ
2. นายอุทัศน์ พิทักษ์สายชล
3. นางสาววรรณวิภา หรูสกุล
4. นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา
5. นางสาวมธุรส ฝากไธสง
6. นางสาวศิริอร ศักดิ์วิไลสกุล
7. นายธรรมศักดิ์ สงกา
8. นางเฉลิมขวัญ ศิริมงคล
9. นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง
10. นางกุลจิรา วงษ์สุนทร
11. นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์
บุคลากรแต่ละคนได้นำเสนอประสบการณ์ ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ ดังนี้

นางวันสม อานามนารถ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ
– การออกไปข้างนอก เจอคนภายนอก จะทำตัวเป็นนักการตลาดเสมอ มีการแนะนำตัว แนะนำองค์กร ว่าสำนักบริการวิชาการมีหน้าที่ มีการบริการในด้านใดบ้าง มีฝ่ายฝึกอบรม มีฝ่ายวิจัย ให้บริการจัดฝึกอบรม จัดศึกษาดูงาน เป็นที่ปรึกษางานวิจัย เผื่อคนที่ไปเจอสามารถให้งานเรามาทำได้ หรือสามารถร่วมมือทำโครงการได้ รวมถึงการโฆษณา จังหวัดชลบุรี มีแหล่งท่องเที่ยว มีจุดเด่นอย่างไร มหาวิทยาลัยบูรพา มีการเปิดหลักสูตรใหม่ สาขาต่างๆ มากขึ้น ครอบคลุมหลายสาขาวิชา ช่วยประชาสัมพันธ์ทั้งองค์กร
- การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มเป้าหมายและอื่นๆ
- พัฒนาหลักสูตรจัดฝึกอบรมเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ทันช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เนื่องจากเป็นช่วงการจัดทำงบประมาณประจำปีของหน่วยงานต่างๆ

นายอุทัศน์ พิทักษ์สายชล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
– มีการนำ sale kit ไปใช้นำเสนอโครงการของ สพร. นำไปใช้จริงโดยการส่งให้สถานทูตกัมพูชา
- e-mail กลุ่มเป้าหมายเพื่อส่งประชาสัมพันธ์หลักสูตร มีการเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา
- เก็บรวบรวมแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานเอกชนที่ส่งมาให้ เพื่อศึกษาข้อมูลหัวข้อที่อยู่ในกระแสปัจจุบัน
- การนำวีดิทัศน์มหาวิทยาลัยไปนำเสนอที่มหาวิทยาลัยในกัมพูชาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
- นามบัตรที่มีตำแหน่งทางวิชาการ หรือตำแหน่งผู้บริหารมีความสำคัญ คนที่ไปพบจะให้ความสำคัญให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อทราบว่าเป็นผู้บริหาร หรือนักวิชาการ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเมื่อเข้าไปศึกษาดูงานต่างประเทศ
- เวลาออกไปนำเสนองานข้างนอก ควรนำวิดีโอมหาวิทยาลัยและสำนักบริการวิชาการในภาคภาษาอังกฤษ sale kit ไปด้วยเสมอ
- การฝึกภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อไปติดต่อต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
- กำลังวางแผนจัดทำสื่อโครงการที่สำเร็จแล้วไปนำเสนอป้ายไฟหน้ามหาวิทยาลัย แยกพลับพลา แยกตาลล้อม
- ผลจากการที่ดูแลผู้เข้าอบรมเป็นอย่างดี มีผลสนองต่อการตลาดที่ดีมาก ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำให้ทัศนคติที่ชาวกัมพูชามีต่อคนไทยเปลี่ยนไป
- ทำไลน์กลุ่มสำหรับผู้อบรมแต่ละรุ่น แต่ละโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรใหม่ๆ

นางสาววรรณวิภา หรูสกุล นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- ส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่า
- นำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ติดตัวเมื่อออกไปปฏิบัติงานนอกสำนักบริการวิชาการด้วยเสมอ
- เพิ่มจุดสนใจในกำหนดการหลักสูตรเพื่อเป็นการดึงดูดผู้เข้าอบรม เช่น พาไปทัศนศึกษา

นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- ส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่าในฐานข้อมูลส่วนตัว
- ส่งประชาสัมพันธ์หลักสูตรการฝึกอบรมทางไลน์ สำหรับลูกค้าเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551
- ทำ Facebook สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ SMEs ทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเป็นเครือข่ายในการส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ
- การดูแลผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างดี นำไปสู่การประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก

นางสาวมธุรส ฝากไธสง นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- สานสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดการติดต่อ เพื่อให้ได้งานต่อๆ ไป

นางเฉลิมขวัญ ศิริมงคล นักประชาสัมพันธ์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- สานสัมพันธ์กับแหล่งข่าว สื่อประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน เพื่อรักษามิตรภาพอยู่เสมอ

นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง นักประชาสัมพันธ์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- เรียนรู้วิธีการพูด ในการไปออกสื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรด้วยตัวเอง เช่น ทางรายการเคเบิลทีวี รายการวิทยุ เตรียมตัวศึกษาข้อมูลหลักสูตรให้พร้อม
- เรียนรู้การตลาดในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม พลิกแพลงจากสายอาชีพอื่น เช่น นักการตลาด นักออกแบบ

วิธีการทำนามบัตรง่ายๆด้วยโปรแกรมMicrosoft Word

หลาย ๆ คนมักจะคิดว่าโปรแกรม Microsoft Word เป็นโปรแกรมพิมพ์เอกสารเท่านั้น แต่รู้หรือไม่ว่าโปรแกรม Microsoft Word ยังมีความสามารถในด้านต่างๆ เช่น การประยุกต์ทำใบปลิว แผ่นพับ รวมทั้งนามบัตร ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงการทำนามบัตร ด้วย Microsoft Word  2007  เป็นการทำนามบัตรอย่างง่ายที่คุณก็สามารถทำตามได้

วิธีทำนามบัตร word 2007

1. เปิดไฟล์เอกสารเปล่าขึ้นมา

2. แทรกตารางโดยใช้ 2คอลัมน์ 5แถว

3. คลิกขวาตารางแล้วปรับขนาดของตารางให้ สูง 5.3 cm กว้าง 8.9 cm ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานของนามบัตรทั่วไป

 

ปรับขนาด

 

4. เลือก แทรกรูปร่าง และใส่พื้นสีให้กับตัวนามบัตร

 

เลือกโทนสี

 

5. กรอกข้อความส่วนตัว โคยการคลิกขวาเเล้วเพิ่มข้อความ จัดองค์ประกอบให้สวยงาม

 

6. แทรกรูป logo เพื่อจัดองค์ประกอบให้สวยงาม

 

7.  ทำการ Copy นามบัตรไปยังทุกๆช่องของตาราง จากนั้นก็สามารถนำไฟล์ไปปริ้นใช้งานได้เลย

อัตราส่วนการแสดงผลของจอภาพมาตรฐานต่างๆ เพื่อการพัฒนาสื่ออย่างมีคุณภาพ 2014 (Update)

             ระบบภาพในการจัดทำสื่อการแสดงผลต่างๆ หากว่าต้องมีการนำไปใช้ในการแสดงผลเพื่อประกอบการนำเสนอในห้องประชุมนับว่ามีความสำคัญมากสำหรับการประชุมในทุกๆครั้ง ดังนั้นในการจะออกแบบระบบภาพห้องประชุมทางผู้ออกแบบจะต้องทราบถึงรายละเอียดพื้นฐานต่างๆของระบบภาพว่าเป็นอย่างไร มีระบบการทำงาน ความละเอียดของภาพ หรือ Resolution ขนาดและสัดส่วนของจอภาพ หรือประเภทของสัญญาณภาพก่อน เพื่อที่จะทำให้การออกแบบระบบภาพในห้องประชุมเกิดความสมบูรณ์แบบและประสิทธิภาพสูงสุดให้เหมาะสมกับการใช้งานของสื่อนั้นๆ สิ่งที่เราต้องทำความรู้จักเป็นอันดับแรกคือ ความละเอียดภาพ

             ความละเอียดของภาพ (Resolution)  ความละเอียดของภาพ หรือ Resolution คือจำนวนของจุดภาพ หรือ พิกเซล (Pixel) ที่ใช้แสดงความหมายของภาพเป็นการแสดงจำนวนพิกเซลในแนวนอนและแนวตั้ง จุดภาพ หรือ พิกเซล เป็นหน่วยพื้นฐานของภาพ คือจุดภาพที่แสดงบนจอแสดงผล หรือ จุดภาพในรูปภาพที่รวมกันเป็นภาพขึ้น โดยในภาพหนึ่งๆ จะประกอบไปด้วยจุดภาพหรือพิกเซลมากมายโดยในแต่ละภาพที่สร้างขึ้นมาจะมีความหนาแน่นของจุดภาพหรืออบางครั้งแทนว่าความละเอียด (ความคมชัด) ที่แตกต่างกันไป จึงใช้ในการบอกคุณสมบัติของภาพ จอภาพ หรือ อุปกรณ์แสดงผลของภาพ  ภาพที่มีจำนวนพิกเซลมากจะมีความละเอียดของภาพมาก โดยจะแสดงจำนวนพิกเซลในแนวนอนและแนวตั้ง เช่น 1024 x 768 อธิบายได้คือ ใช้พิกเซลในแนวนอนจำนวน 1024 พิกเซล และพิกเซลในแนวตั้งจำนวน 768 พิกเซล ในการสร้างภาพ ภาพที่เห็นจะมีทั้งหมด 786,000 พิกเซล

16-6-2557 9-20-42

                 XGA ( Extended Graphics Array ) คือคำที่เรียกการแสดงผลของจอภาพคอมพิวเตอร์ ( Monitor Computer ) ย่อมาจาก Extended Graphics Array (แปลว่าขบวนปรับภาพแบบขยาย) เป็นชนิดจอ LCD หรือ LED มีหลายมาตรฐาน คือ VGA ( Video Graphics Array ) / SVGA ( SuperVideo Graphics Array ) / SXGA ( Super Extended Graphics Array ) / UXGA ( Ultra Extended Graphics Array )

มีความละเอียดตั้งแต่

            VGA คือ ขนาดภาพ 640×480 พิกเซล ( 4:3 )
          SVGA คือ ขนาดภาพ 800×600 พิกเซล ( 4:3 )
            XGA คือ ขนาดภาพ 1024×768 พิกเซล ( 4:3 )
          SXGA คือ ขนาดภาพ 1280×1024 พิกเซล ( 4:3 )
       SXGA+ คือ ขนาดภาพ 1400×1050 พิกเซล ( 4:3 )
         UXGA คือ ขนาดภาพ 1600×1200 พิกเซล ( 4:3 )

แล้วยังมีขนาดอัตราส่วนอื่นๆ อีก ที่ขึ้นต้นด้วย W เรียกว่า Wide Screen (จอกว้าง) คือ
         WVGA คือ ขนาดภาพ 840×480 พิกเซล ( 16:10 )
         WXGA คือ ขนาดภาพ 1280×800 พิกเซล ( 16:10 )
      WXGA+ คือ ขนาดภาพ 1440×900 พิกเซล ( 16:10 )
      WSXGA คือ ขนาดภาพ 1680×1050 พิกเซล ( 16:10 )
     WUXGA คือ ขนาดภาพ 1920×1200 พิกเซล ( 16:10 )
    WXGA (HD-Ready) คือ ขนาดภาพ 1366×768 พิกเซล ( 16:9 )
        WSVGA (Full HD) คือ ขนาดภาพ 1920×1080 พิกเซล ( 16:9 )

อ่านต่อเพิ่มเติม >>

การเขียนข่าวเพื่อการประชาสัมพันธ์

การเขียนข่าว ก็คือ การรายงานข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนความคิดเห็น ของบุคคลสำคัญซึ่งเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจและประชาชนให้ความสำคัญสนใจ รวมทั้งมี ผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมาก สำหรับนักประชาสัมพันธ์ ข่าวก็คือหัวใจของงานประชาสัมพันธ์ที่จะรายงานภารกิจความก้าวหน้าของหน่วยงานให้สาธารณชนทราบ การเขียนข่าวเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ และต้องมีเทคนิคในการสร้างความเข้าใจ และความสนใจแก่ประชาชนความสำเร็จ หรือความล้มเหลวของการประชาสัมพันธ์ ยังขึ้นอยู่กับความถี่ของผลงานข่าว ที่นำเสนอในสื่อต่างๆ
แหล่งที่มาของข่าวในงานประชาสัมพันธ์
1. นโยบายของผู้บริหารกระทรวงและรัฐบาล
2. กิจกรรมขององค์กร/หน่วยงานต่างๆ
3. การปฎิบัติราชการของรัฐมนตรีและผู้บริหารกระทรวง
4. กิจกรรมพิเศษ หรือการจัดงานในโอกาสและวันสำคัญต่างๆ

องค์ประกอบของข่าว
การเขียนข่าวสารที่จะประชาสัมพันธ์ หรือสารที่จะสื่อออกไปยังสื่อมวลชน ควรมีสาระสำคัญหรือองค์ประกอบ ที่เรียกว่า 5 W 1 H ดังต่อไปนี้
1. ใคร (Who) ใครคือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข่าว
2. ทำอะไร (What) เกิดอะไรขึ้น การกระทำหรือเหตุการณ์ใดที่สำคัญ
3. ที่ไหน (Where) การกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นที่ไหน
4. เมื่อไร (When) การกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นวัน เวลาใด
5. ทำไมและอย่างไร (Why and How) ทำไมเหตุการณ์นั้นจึงเกิด และเกิดขึ้นได้อย่างไร
6. ข้อมูลประกอบอื่นๆ เช่น ความเป็นมา

ขั้นตอนในการเขียนข่าว
1. หาข้อมูล โดยการค้นคว้า รวบรวมข้อมูล และสัมภาษณ์
2. วางแผนการเขียน ศึกษากลุ่มเป้าหมายและนโยบายของสื่อที่จะส่งเผยแพร่
3. ร่างเนื้อหา รูปแบบ ภาษา ทบทวน
4. ประเมินผล โดยการอ่านทบทวนด้วยตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยอ่าน

เทคนิคและวิธีการเขียนเนื้อหาข่าว

1. การเขียนเนื้อข่าวตามโครงสร้างแบบปีรามิดหัวกลับ (Inverted pyramid) เป็น การนำเสนอข่าวโดยลำดับประเด็นสำคัญจากมากไปหาน้อยซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ในการอยากรู้อยากเห็นสิ่งสำคัญก่อน ส่วนรายละเอียดไว้ทีหลังประกอบ ด้วย ข่าวพาดหัว วรรคนำ ส่วนเชื่อม และส่วนของเนื้อเรื่อง เรียงตามลำดับความสำคัญ เป็นการเขียนข่าว โดยเริ่มด้วยความนำที่เป็นประเด็นสำคัญของเรื่อง และส่วนเชื่อมที่โยง ความสัมพันธ์ระหว่างความนำกับเนื้อหา ที่มีความสำคัญรองลงมา ส่วนเนื้อหาจะเป็น ส่วนประกอบที่ให้รายละเอียดของเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด

2. การเขียนเนื้อหาข่าวตามโครงสร้างแบบปีรามิดหัวตั้ง (Upright pyramid) การเขียนเนื้อหาข่าวแบบนี้ จะให้รายละเอียดของข้อมูลข่าวในลักษณะที่ค่อยๆ เพิ่มความสำคัญขึ้นเรื่อยๆ โดยประเด็นสำคัญที่สุดของเรื่อง จะเปิดเผยให้รู้ในตอนสุดท้ายของเรื่อง คล้ายๆกับการเขียนเรื่องสั้นหรือนวนิยาย มักใช้กับเรื่องราวที่ไม่จริงจังมากนัก เพราะหากนำประเด็นสำคัญไว้ในความนำ หรือ วรรคนำ ผู้ฟังอาจไม่ติดตาม รับฟังจนจบ

3. การเขียนเนื้อข่าวตามโครงสร้างแบบผสม การเขียนเนื้อข่าวในลักษณะนี้ อาจมีประเด็นสำคัญหรือ จุดที่มีความตื่นเต้นเร้าใจมากกว่า 1 ประเด็น มักนิยมใช้ในกรณีที่เหตุการณ์นั้นดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง หรือเหตุการณ์ยังไม่สิ้นสุด การเขียนข่าวจึงอาจเริ่มต้นสรุปประเด็นเท่าที่ทราบก่อนหน้านั้น มาเขียนเป็นความนำข่าว ขณะที่ เนื้อข่าวก็จะเป็นการอธิบายรายละเอียดขยายความนำ จนกระทั่งถึงจุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นการหักเหหรือเปลี่ยนแปลงให้เกิดประเด็นสำคัญต่อเนื่องไปจนจบ

ข้อควรระวังในการเขียนข่าวประชาสัมพันธ์
1. ชื่อและนามสกุลต้องสะกดให้ถูกต้อง เพราะว่าถ้าผิดพลาดอาจกลาย เป็นคนละบุคคล หรือเกิดความเสียหายได้

2. ยศ ตำแหน่ง ต้องระบุให้ตรงกับความเป็นจริงขณะนั้น เช่น อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
3. คำนำหน้าชื่อ และบรรดาศักดิ์ต้องระบุเรียงลำดับให้ถูกต้อง
4. การใช้อักษรย่อ หรือตัวย่อต่างๆ ควรตรวจสอบให้ดี
5. ไม่สอดแทรกความคิดเห็นส่วนตัวเข้าไป
6. การเขียนตัวเลขถ้ามีจำนวนมากอาจใช้ตัวอักษรแทน ถ้าไม่ใช่ตัวเลขที่แน่นอน ควรใช้คำว่าประมาณ
7. หลีกเลี่ยงการใช้ศัพท์เทคนิคที่เข้าใจยาก

การใช้สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์

การทำงานด้านประชาสัมพันธ์นั้น เราต้องมีการออกแบบสื่อ เพื่อประชาสัมพันธ์องค์กร การใช้สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการเผยแพร่องค์กร หากเราใช้สื่อได้ถูกต้อง และเผยแพร่ได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย จะสามารถทำให้ภาพลักษณ์และข้อมูลขององค์กรนั้น ได้รับความสนใจเป็นส่งผลประโยชน์ให้กับองค์กรในด้านต่างๆต่อไป

ตัวอย่างเช่น การเผยแพร่องค์กรของสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา มีการทำสื่อในหลากหลายรูปแบบตามกิจกรรม และกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย อาทิ

- วิดีโอ

- เว็บไซด์

- แผ่นพับ

หากท่านต้องการเรียนรู้เรื่องการประชาสัมพันธ์องค์กร สามารถเรียนรู้จากบทความนี้ได้

การใช้สื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์

การออกแบบนามบัตรด้วยโปรแกรม Photoshop

งานประชาสัมพันธ์ นอกจากจะต้องประชาสัมพันธ์กิจกรรมของหน่วยงานแล้ว ยังต้องมีการออกแบบนามบัตรให้กับบุคลากร และผู้บริหารด้วย ซึ่งในการออกแบบนามบัตรที่สวยงามทันสมัย มีการออกแบบที่ดีจะสามารถสร้างความเชื่อถือ และบ่งบอกภาพลักษณ์ให้กับเราได้ วันนี้เรามีวิดีโอ การแนะนำเทคนิคการออกแบบนามบัตร ง่าย ๆ ใช้เวลาเพียงแค่ 20 กว่านาทีมาให้ชมกัน ก็ได้นามบัตร แบบสวยๆ พอที่จะสามารถ สอนการทำนามบัตรทั้งสองด้าน เพื่อให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่่งขึ้น ลองทำกันดูนะคะ ไม่ยากกว่าที่คิด

ตัวอย่างนามบัตร ดังภาพด้านล่าง

BM-004 card

วีดีโอสอนการออกแบบนามบัตร