การจัดการองค์ความรู้ KM

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

การจัดการองค์ความรู้ KM - สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

องค์ความรู้ที่ได้จากการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ

สำนักบริการวิชาการได้ดำเนินการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ ในหัวข้อ “กลยุทธ์การตลาด” และ หัวข้อ “เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน” รวม 5 ครั้ง นำประเด็นที่ได้จากการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติมาสกัดเป็นองค์ความรู้ โดยคณะกรรมการจัดการความรู้สำนักบริการวิชาการ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ได้องค์ความรู้ที่สามารถนำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักบริการวิชาการ ดังนี้
หัวข้อที่ 1 เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน

เทคนิคการสื่อสารที่ดี ควรยึดหลัก 2 คำสำคัญ ได้แก่ “ทำดี” กับ “พูดถูก”
ทำดี คือ การพยายามทำดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ โดยเลือกที่จะทำให้เกิดผลดีกับทุกฝ่ายมากที่สุด
พูดถูก คือ การพูดให้สถานการณ์นั้นๆ เป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่การพูดความจริงที่ถูกต้องทั้งหมดแต่เป็นการเลือกพูดให้ส่งผลที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย อาจเป็นการประนีประนอม เลือกพูดในสิ่งที่น่าฟัง ตามสถานการณ์ในขณะนั้น
หลักในการสร้างความประทับใจและการยอมรับ มี 6 คำสำคัญ ดังนี้
1. ยิ้ม คือ มีรอยยิ้มให้กับผู้ที่พบเจอเสมอ
2. ทักก่อน คือ เป็นผู้ทักทายก่อนเสมอ ไม่ว่าเจอใครก็ตาม
3. มืออ่อน คือ ไหว้ทักทาย สวัสดีเสมอ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน
4. ปากหวาน คือ พูดในสิ่งที่ดี เชิงบวก ให้ผู้ที่ฟังเกิดความรู้สึกดี สบายใจ
5. ทานให้ คือ การเอื้อเฟื้อ ให้ในสิ่งที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง สามารถทำให้ผู้อื่นได้โดยไม่เดือดร้อน
6. เป็นน้ำ คือ การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สามารถโอนอ่อนผ่อนตามเหตุการณ์ปัจจุบัน
การสื่อสารที่ดีจะทำให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงาน
1. การศึกษาสภาพแวดล้อม มีการวิเคราะห์คู่สนทนาความเป็นมาของแต่ละคนทำให้ทราบถึงกระบวนการและวิธีการในการสื่อสารให้เหมาะสม รวมถึงความพร้อมทางด้านอารมณ์ ส่งผลให้การสนทนาประสบผลสำเร็จ
2. เตรียมความพร้อมในเรื่องที่จะพูดคุย เตรียมเอกสารให้พร้อม มองเป้าหมายความสำเร็จในการพูดคุย อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการสื่อสาร
3. การสื่อสารที่มีความจริงใจต่อกัน จะทำให้ผู้ที่รับสารสามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจและตอบกลับด้วยความจริงใจ ไม่ต้องอิงกับกรอบของสังคม มารยาท เป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติ เปิดใจยอมรับ
4. ใช้การพูดเชิงบวก พูดในสิ่งที่สมควรพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่พูดให้เกิดความขัดแย้ง หรือเป็นผลเสียต่อบุคคลอื่นหรือองค์กร อธิบายให้เห็นถึงโอกาสในอนาคตที่สามารถพัฒนาได้
5. การปรับปรุงพัฒนาบุคลิกภาพโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ
6. มีการทบทวนสรุปเนื้อหาและประเด็นในข้อตกลงที่สำคัญของการสนทนา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเป็นไปตามข้อตกลง

หัวข้อที่ 2 กลยุทธ์การตลาด
1. ทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้จักสำนักบริการวิชาการ
1.1 การประชาสัมพันธ์โดยเจาะเข้ากลุ่มเฉพาะ เช่น องค์กรภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น สมาคม มูลนิธิ ชมรมวิชาชีพต่างๆ โดยทำหนังสือเป็นทางการก่อนแล้วจึงต่อแบบไม่เป็นทางการ
1.2 เอกสารประชาสัมพันธ์มีความน่าสนใจทั้งรูปแบบและเนื้อหา
1.3 สร้างอัตลักษณ์เฉพาะขององค์กรเพื่อให้เกิดการจดจำของลูกค้า
1.4 จัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น ป้ายไฟหน้ามหาวิทยาลัย แยกพลับพลา แยกตาลล้อม ฯลฯ
1.5 สร้างระบบสารสนเทศเพื่อให้มีความหลากหลายในการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ ของสำนักบริการวิชาการ เช่น การสร้าง Application และ QR code website/Facebook fan page ฯลฯ โดยขอความร่วมมือจากบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการต่างๆ ให้โพส แชร์และแท็ก ข้อมูลการจัดโครงการ ไปที่หน้า Facebook ส่วนตัว เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของสำนักบริการวิชาการอีกทางหนึ่ง เช่น กิจกรรมชิงรางวัลใน Fan page จัดทำของที่ระลึกเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สำนักบริการวิชาการในกิจกรรมต่างๆ
1.6 จัดทำ Icon เช่น “สำนักฯ อวดดี” ปรับปรุงข้อมูล กิจกรรมผู้บริหารและบุคลากร ในเว็บไซต์สำนักบริการวิชาการ เช่น การรับรางวัล กิจกรรม USR
1.7 เพื่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้กับบุคลากรทุกคน (โบรชัวร์ และนามบัตร) และหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมมือกับสำนักบริการวิชาการ เช่น บริษัททัวร์ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ฯลฯ
1.8 จัดสรรงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์และการตลาดของสำนักบริการวิชาการ
2. ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกใช้บริการสำนักบริการวิชาการ
2.1 พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดย ให้มีความสอดคล้องกับงบประมาณ ช่วงเวลา ระเบียบนโยบาย และกระแสความนิยมตามสถานการณ์ปัจจุบัน
2.2 ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (โปรโมชั่น) เช่น ลงทะเบียนในช่วงเวลาได้ลดราคา ลงทะเบียนหลายคนได้แถม เป็นต้น
2.3 ปรับปรุงใบสมัคร ให้เป็นไปตามขั้นตอนการสมัครอบรมที่มีความกระชับเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าร่วมโครงการ
3. ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในบริการของสำนักบริการวิชาการ
การให้สินค้าและบริการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า
4. ทำอย่างไรให้ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการสำนักบริการวิชาการซ้ำและบอกต่อ
- มีการสานความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เช่น การส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่า ทำไลน์กลุ่มหรือ Facebook กลุ่ม สำหรับผู้อบรมแต่ละรุ่น แต่ละโครงการ ฯลฯ

สรุปประเด็นจากการเล่าเรื่อง กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 2

กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 2
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องประชุม BU 204 สำนักบริการวิชาการ
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 11 คน ดังนี้
1. นางวันสม อานามนารถ
2. นายอุทัศน์ พิทักษ์สายชล
3. นางสาววรรณวิภา หรูสกุล
4. นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา
5. นางสาวมธุรส ฝากไธสง
6. นางสาวศิริอร ศักดิ์วิไลสกุล
7. นายธรรมศักดิ์ สงกา
8. นางเฉลิมขวัญ ศิริมงคล
9. นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง
10. นางกุลจิรา วงษ์สุนทร
11. นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์
บุคลากรแต่ละคนได้นำเสนอประสบการณ์ ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ ดังนี้

นางวันสม อานามนารถ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ
– การออกไปข้างนอก เจอคนภายนอก จะทำตัวเป็นนักการตลาดเสมอ มีการแนะนำตัว แนะนำองค์กร ว่าสำนักบริการวิชาการมีหน้าที่ มีการบริการในด้านใดบ้าง มีฝ่ายฝึกอบรม มีฝ่ายวิจัย ให้บริการจัดฝึกอบรม จัดศึกษาดูงาน เป็นที่ปรึกษางานวิจัย เผื่อคนที่ไปเจอสามารถให้งานเรามาทำได้ หรือสามารถร่วมมือทำโครงการได้ รวมถึงการโฆษณา จังหวัดชลบุรี มีแหล่งท่องเที่ยว มีจุดเด่นอย่างไร มหาวิทยาลัยบูรพา มีการเปิดหลักสูตรใหม่ สาขาต่างๆ มากขึ้น ครอบคลุมหลายสาขาวิชา ช่วยประชาสัมพันธ์ทั้งองค์กร
- การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มเป้าหมายและอื่นๆ
- พัฒนาหลักสูตรจัดฝึกอบรมเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ทันช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เนื่องจากเป็นช่วงการจัดทำงบประมาณประจำปีของหน่วยงานต่างๆ

นายอุทัศน์ พิทักษ์สายชล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
– มีการนำ sale kit ไปใช้นำเสนอโครงการของ สพร. นำไปใช้จริงโดยการส่งให้สถานทูตกัมพูชา
- e-mail กลุ่มเป้าหมายเพื่อส่งประชาสัมพันธ์หลักสูตร มีการเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา
- เก็บรวบรวมแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานเอกชนที่ส่งมาให้ เพื่อศึกษาข้อมูลหัวข้อที่อยู่ในกระแสปัจจุบัน
- การนำวีดิทัศน์มหาวิทยาลัยไปนำเสนอที่มหาวิทยาลัยในกัมพูชาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
- นามบัตรที่มีตำแหน่งทางวิชาการ หรือตำแหน่งผู้บริหารมีความสำคัญ คนที่ไปพบจะให้ความสำคัญให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อทราบว่าเป็นผู้บริหาร หรือนักวิชาการ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเมื่อเข้าไปศึกษาดูงานต่างประเทศ
- เวลาออกไปนำเสนองานข้างนอก ควรนำวิดีโอมหาวิทยาลัยและสำนักบริการวิชาการในภาคภาษาอังกฤษ sale kit ไปด้วยเสมอ
- การฝึกภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อไปติดต่อต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
- กำลังวางแผนจัดทำสื่อโครงการที่สำเร็จแล้วไปนำเสนอป้ายไฟหน้ามหาวิทยาลัย แยกพลับพลา แยกตาลล้อม
- ผลจากการที่ดูแลผู้เข้าอบรมเป็นอย่างดี มีผลสนองต่อการตลาดที่ดีมาก ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำให้ทัศนคติที่ชาวกัมพูชามีต่อคนไทยเปลี่ยนไป
- ทำไลน์กลุ่มสำหรับผู้อบรมแต่ละรุ่น แต่ละโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรใหม่ๆ

นางสาววรรณวิภา หรูสกุล นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- ส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่า
- นำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ติดตัวเมื่อออกไปปฏิบัติงานนอกสำนักบริการวิชาการด้วยเสมอ
- เพิ่มจุดสนใจในกำหนดการหลักสูตรเพื่อเป็นการดึงดูดผู้เข้าอบรม เช่น พาไปทัศนศึกษา

นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- ส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่าในฐานข้อมูลส่วนตัว
- ส่งประชาสัมพันธ์หลักสูตรการฝึกอบรมทางไลน์ สำหรับลูกค้าเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551
- ทำ Facebook สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ SMEs ทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเป็นเครือข่ายในการส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ
- การดูแลผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างดี นำไปสู่การประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก

นางสาวมธุรส ฝากไธสง นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- สานสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดการติดต่อ เพื่อให้ได้งานต่อๆ ไป

นางเฉลิมขวัญ ศิริมงคล นักประชาสัมพันธ์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- สานสัมพันธ์กับแหล่งข่าว สื่อประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน เพื่อรักษามิตรภาพอยู่เสมอ

นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง นักประชาสัมพันธ์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- เรียนรู้วิธีการพูด ในการไปออกสื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรด้วยตัวเอง เช่น ทางรายการเคเบิลทีวี รายการวิทยุ เตรียมตัวศึกษาข้อมูลหลักสูตรให้พร้อม
- เรียนรู้การตลาดในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม พลิกแพลงจากสายอาชีพอื่น เช่น นักการตลาด นักออกแบบ

สรุปประเด็นจาการเล่าเรื่อง กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เส้นทางการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แบ่งได้ ดังนี้
ส่วนราชการ – หนังสือประชาสัมพันธ์ โดยศึกษาระเบียบการจัดโครงการให้สอดคล้องกับหน่วยงานนั้นๆ หากมีคนรู้จักให้พาเข้าไปพบระดับหัวหน้าที่สามารถตัดสินใจได้ จะเป็นประโยชน์มาก ควรมีเอกสารประชาสัมพันธ์หลักสูตรติดตัวอยู่เสมอ
ท้องถิ่น (อบท.) – ต้อง keep connection เพื่อสามารถต่อยอดไปหาหน่วยงานในเครือข่ายได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการจัดโครงการที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงานได้
บุคคลทั่วไป – ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ Social media, Cable TV, สถานีวิทยุต่างๆ

เทคนิคในการเข้าถึงหน่วยงานต่างๆ
1. เจาะเข้ากลุ่มเฉพาะ เช่น สมาคม มูลนิธิ ชมรมวิชาชีพต่างๆ โดยทำหนังสือเป็นทางการก่อนแล้วจึงต่อแบบไม่เป็นทางการ
2. หน่วยงานเอกชนจะสนใจรายละเอียดมากกว่าหน่วยงานราชการ
3. กระแสปัจจุบันให้ทัน สินค้าที่มีอยู่ในมือกับคู่แข่งมีความแตกต่างกันอย่างไร หาจุดเด่นนำมาปรับใช้ให้เป็นที่ต้องการของตลาด ต้องคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา
4. หาตัวเทียบที่ดีที่สุดมาปรับพัฒนาให้ดีขึ้น คนที่เก่งที่สุดในสายงานนั้นๆ คือใคร อยู่ที่ไหน นำมาเปรียบเทียบพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
5. ขยายช่องทางเครือข่ายรอบด้าน ต้องสามารถเข้าถึงได้ทุกสังคมเพื่อหาช่องทางติดต่อในเครือข่ายให้ได้
6. เสาะหาช่องทาง วิธีการ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ทุกพื้นที่ ประหยัดได้ทั้งงบประมาณและเวลา
7. ศึกษาข้อมูลของสำนักบริการวิชาการให้ครบถ้วน ชัดเจน สามารถบอกเล่าอธิบายให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
8. เจาะเข้าถึงหน่วยงานที่ทำอยู่ให้ลึกซึ้งและสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น
9. สร้างความสนิทสนมกับคนในหน่วยงานกลุ่มเป้าหมาย เพื่อต่อยอดสู่ผู้บริหารระดับสูงขึ้นไป ในระดับที่สามารถตัดสินใจได้
10. ศึกษาระเบียบ นโยบาย หรือร่วมมือกับองค์กรภายนอกจัดโครงการจะได้รับความสนใจมากกว่าจัดหน่วยงานเดียว
11. อุปกรณ์ต้องมีตราสัญลักษณ์หน่วยงานให้ชัดเจน
12. เอกสารประชาสัมพันธ์ต้องอ่านได้ ทำง่าย รู้เรื่อง
13. บุคลากรทุกคนต้องเป็นนักการตลาดทุกคน มีเอกสารประชาสัมพันธ์หลักสูตรติดตัวอย่างเสมอ
14. จัดค่าตอบแทนทางการตลาดให้แก่ผู้หางาน ตามมูลค่าโครงการ โดยใส่ชื่อไว้เป็นที่ปรึกษาโครงการ
15. มอบหลักสูตรและนามบัตรให้แก่บริษัททัวร์ให้ช่วยประชาสัมพันธ์เบื้องต้น หากกลุ่มเป้าหมายต้องการทราบรายละเอียดให้ติดต่อสำนักบริการวิชาการโดยตรง

แบบฟอร์มแบบประเมินผลความพึงพอใจของสำนักบริการวิชาการ

1. แบบประเมินผลความพึงพอใจวิทยากร
แบบประเมินผลความพึงพอใจวิทยากร (กรณีวันเดียวมีวิทยากร 1 คน)
แบบประเมินผลความพึงพอใจวิทยากร (กรณีวันเดียวมีวิทยากร 2 คน)
แบบประเมินผลความพึงพอใจวิทยากร (กรณีวันเดียวมีวิทยากร 3 คน)

2. แบบประเมินผลความพึงพอใจภาพรวม
2.1 แบบประเมินผลความพึงพอใจในประเทศ
แบบประเมินผลความพึงพอใจภาพรวม (ในประเทศ)
2.2 แบบประเมินผลความพึงพอใจต่างประเทศ
แบบประเมินผลความพึงพอใจภาพรวม (ต่างประเทศ)

3. แบบประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการวิชาการ
แบบประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการวิชาการ Stekholder

4. แบบสอบถามการบูรณาการงานบริการวิชาการกับการเรียนการสอนและการวิจัย
แบบสอบถามการบูรณาการงานบริการวิชาการกับการเรียนการสอนและการวิจัย

เรื่องเล่าจากการดูงานที่มาเลเซีย ตอนที่ 1

ล่าสุดได้มีโอกาสนำคณะองค์การบริหารส่วนตำบล จากจังหวัดสระบุรีเดินทางไปศึกษาดูงานที่สหพันธรัฐมาเลเซีย คณะได้เดินทางไปทั้งหมด 3 เมือง คือ เมืองจอร์จทาวน์ รัฐปีนัง เมืองปุตราจายาหรือเขตปกครองพิเศษปุตราจายา ดินแดนสหพันธ์กัวลาลัมเปอร์หรือที่เรารู้จักว่ากรุงกัวลาลัมเปอร์ และเมืองอลอเซตาร์ รัฐเกดะห์ ในเวลาเพียง 2 วัน ก็ทำให้ได้รู้เรื่องราวต่างๆ มากมาย รวมถึงการได้เห้นบ้านเมืองของประเทศเขาว่ามีความแตกต่างกับประเทศไทยอย่างไร

        สหพันธรัฐมาเลเซีย มีทั้งหมด 13 รัฐ (states – negeri-negeri) และ 3 ดินแดนสหพันธ์ (federal territories – wilayah-wilayah persekutuan) เป็นดินแดนที่รัฐบาลกลางปกครอง เขตการปกครองต่าง ๆ และชื่อเมืองหลวง (ในวงเล็บ) ได้แก่
          รัฐมาเลเซียตะวันตก (คาบสมุทรมาเลย์)
              1. กลันตัน (โกตาบารู)   2. เกดะห์ (ไทรบุรี) (อลอร์สตาร์)  3. ตรังกานู (กัวลาตรังกานู) 4. เนกรีเซมบีลัน (สเรมบัน)  5. ปะหัง (กวนตัน) 6. ปะลิส (กังการ์)  7. ปีนัง (จอร์จทาวน์) 8. เประ (อีโปห์) 9. มะละกา (มะละกา) 10.ยะโฮร์ (ยะโฮร์บาห์รู) 11. สลังงอร์ (ชาห์อาลัม)

         มาเลเซียตะวันออก (เกาะบอร์เนียวตอนเหนือ)
         12. ซาบาห์ (โกตากินะบะลู)  13. ซาราวัก (กูจิง)

อ่านต่อเพิ่มเติม >>

“จรรยาบรรณเบื้องต้นของคนทำงานฝึกอบรมคืออะไร”

เรื่องเล่าจากนักฝึกอบรมด้วยกัน ขอบคุณเรื่องราวดีๆ จากคุณเมตตา ชุมอินทร์

“องค์กรสอนมาไม่ดี” ดิฉันติดใจ “คำขึ้นต้นบันทึกนี้อยู่ในสมอง..มาหลายเดือนแล้ว” นับเป็นแรงบันดาลใจที่จะเขียนบันทึก…เล่าเรื่องจรรยาบรรณของนักฝึกอบรม….สู่กันฟัง

ในโอกาสของสัมมนารายการนึงบังเอิญวิทยากร(ซึ่งถือว่าเป็นวิทยากรผู้ใหญ่ระดับประเทศ)….”ท่านให้เกียรติคุยด้วยกับดิฉันอย่างไม่ถือตัว เมื่อมีโอกาสเหมาะ”…(ซึ่งหาได้….ไม่บ่อยนัก)

 คุณทำงานฝึกอบรมมานาน…จรรยาบรรณเบื้องต้นของคนทำงานฝึกอบรมคืออะไร”  ท่านถาม

ดิฉันคิดแบบฉับพลันเพื่อโต้ตอบการสนทนาในใจคิด…ตุ๊ก ติ๊ก ตุ๊ก…ติ๊ก..มันก็มีหลายอย่างแต่…สำหรับการตอบกับผู้ใหญ่ท่านนี้(ท่านในการรับรู้ของดิฉันท่านเป็นคน..ตงฉินมากถึง…มากที่สุด..)ดิฉันคาดเดาลางๆ…ว่าน่าจะ…เป็นเรื่องนี้

จึงตอบไป
ข้อแรกที่หนูคิดได้ขณะนี้คือ…“ไม่ควรให้วิทยากรเซ็นใบสำคัญรับเงินโดยไม่ระบุจำนวนเงิน….”  แบบยิ้มๆ..

ท่านยิ้มอย่างอารมณ์ดี….เหมือนท่านถามถูกคน ตรงใจที่รู้ว่าท่านอึดอัดเรื่องอะไร…….พลาง…ตอบว่า
คลิกเพื่ออ่านต่อ >>

การยืมเงินโครงการบริการวิชาการ (โครงการระยะสั้น)

ในปัจจุบันการปฏิบัติงานเกี่ยวกับโครงการบริการวิชาการ ในเรื่องการยืมเงินเพื่อนำมาสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายโครงการฯ นั้น ผู้ปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนี้มักประสบกับปัญหายืมเงินไม่ทันใช้ โดยเกิดจากสาเหตุต่างๆ แล้วแต่หน่วยงานแต่ละแห่งพบ เมื่อเกิดปัญหาผู้ปฏิบัติงานในส่วนนี้ควรนำตนเองลงไปเผชิญกับปัญหา ศึกษา ค้นหาปัญหาต่างๆ ประสานฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาสู่วิธีการแก้ไขปัญหานั้น สำหรับสำนักบริการวิชาการมีการแก้ปัญหาที่พบดังนี้

วิธีการยืมเงินโครงการระยะสั้น

 

แนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการเบิกค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนฝึกอบรม กรณีหน่วยงานอื่น(ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย)เป็นผู้จัดฝึกอบรม

เอกสารฉบับนี้เป็นหนังสือที่ส่งจากกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศในการพิจารณา ตรวจสอบหน่วยงานผู้จัดฝึกอบรม และแนวทางการเข้ารับการฝึกอบรมก่อนและหลังจบหลักสูตร รวมไปถึงการเบิกจ่ายงบประมาณจากต้นสังกัด

นักจัดฝึกอบรมควรทราบและเป็นข้อมูลประกอบการนำเสนอโครงการต่างๆ ให้กับอปท.

รายละเอียดเอกสารดังแนบจ้า

page1 แนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายการลงทบ.กรณีหน่วยงานอื่นเป็นผู้จัด

page2 แนวทางปฏิบัติการเบิกจ่ายการลงทบ.กรณีหน่วยงานอื่นเป็นผู้จัด

ลงภาคสนามโครงการการพัฒนาและส่งเสริมให้SMEs…

prawdolbok ทดสอบระบบ

page

          โครงการการพัฒนาและส่งเสริมให้SMEs ใช้ระบบซอฟแวร์เฉพาะด้านธุรกิจอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยี :  เป็น โครงการที่มีการสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SMEs ใช้โปรแกรมการจัดการระบบบัญชีภายในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ  ในการบริหารกิจการโดย โครงการดังกล่าวเป็น ความร่วมมือระหว่างศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่9และสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา โดยมีการให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้ามาใช้งานโปรแกรมฟรี และมีการติดตาม ผลหลังการใช้่งานเพื่อวัดผลการพัฒนาของกิจกรรมหลังจากที่มีการใช้โปรแกรมการ จัดการดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2557 ทางคณะที่ปรึกษาพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่9 ได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามผลการใช้งานโปรแกรม เพื่อตรวจวัดประเมินผลโปรแกรมดังกล่าวสามารถนำมาพัฒนาระบบอุตสาหกรรมSMEs ให้มีความคล่องตัว ลดขั้นตอนให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น และเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่9

สามารถดูภาพกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ :click_here_md_wht_1393561003

ตัวอย่างการใช้งานโปรแกรม  click_here_md_wht_1393561003