การจัดการองค์ความรู้ KM

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

การจัดการองค์ความรู้ KM - สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

ชุมนุมนักปฏิบัติ เรื่อง กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง

จากการจัดชุมนุมนักปฏิบัติ เรื่อง กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง นั้น ได้สาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

การเจรจาต่อรอง ( Negotiation) หมายถึง การใช้ความสามารถเกลี้ยกล่อมบุคคลที่เรามุ่งจะได้บางสิ่งบางอย่างจากเขา ให้ยอมให้บางสิ่งบางอย่างนั้นแก่เรามากที่สุด โดยความสมัครใจ

หลักการ
การเจรจาต่อรอง มีหลักการที่สำคัญ 3 ประการคือ

1. เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักการที่ต้องการ
2. เสียผลประโยชน์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
3. ทำให้อีกทุกฝ่ายรู้สึกพึงพอใจกับผลการเจรจา

รูปแบบของการเจรจา ( Smeltzer,1991)
1. การเจรจาแบบร่วมมือกันคือการเจรจาในลักษณะที่ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ร่วมกัน

2. การเจรจาแบบแข่งขัน คือการเจรจาในลักษณะที่ได้รับประโยชน์เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง…..

กลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง
กลยุทธ์ในการเจรจาต่อรอง แบ่งตามกระบวนการได้ดังนี้
1. ก่อนการเจรจา (Prior to Negotiation) ก่อนที่จะเปิดการเจรจาผู้เจรจาจะต้องเตรียมพร้อมในด้านต่อไปนี้
1.1 เก็บรวบรวมข้อมูล
1.2 ตั้งจุดประสงค์หรือเป้าหมาย
1.3 มีการวางแผนการใช้กลยุทธ์
1.4 เลือกสถานที่เพื่อเปิดการเจรจา
2.  ระหว่างการเจรจา (During the Negotiation)  กลยุทธ์ที่ใช้เพื่อให้การเจรจาประสบความสำเร็จได้แก่
2.1 การยั่วยุให้โกรธ
2.2 การสร้างความคลุมเครือ
2.3 การหาจุดอ่อนแอของคู่เจรจา
2.4 การให้สิ่งล่อใจ
2.5 การพูดยกยอ
2.6 การใช้ความได้เปรียบทางเพศ
2.7 การแสดงความอ่อนแอและต้องการความช่วยเหลือ
2.8 การทำให้รู้สึกผิด
2.9 การตีกรอบความคิดของคู่เจรจา
2.10 การตีกั้นตนเอง
2.11 การทำให้คู่เจรจาคล้อยตาม
2.12 การให้รางวัล
2.13 การอาศัยความมีอำนาจ
2.14 การใช้ความสงบเยือกเย็น

Continue reading

ชุมนุมนักปฏิบัติ เรื่อง การนำเสนอที่ดี

การนำเสนอที่ดี

ด้านข้อมูล

1.  วัตถุประสงค์ที่ชัดเจน

2.  จุดมุ่งหมาย เป้าหมาย

3.  การนำเสนอ กะทัดรัด เรียงลำดับ ใช้ภาษาเข้าใจง่าย ตาราง  แผนภูมิ  แผนภาพ รูปภาพประกอบที่สวยงามและความชัดเจน

4.  เนื้อหาสาระดีมีความน่าเชื่อถือถูกต้อง สมบูรณ์ครบถ้วน  (Ref) สมเหตุผล มีข้อมูลที่เป็นปัจจุบันทันสมัย (จำเป็นมาก)

5.  บางครั้งอาจจะทำ short survey #preliminary study

6.  มีข้อพิจารณาเปรียบเทียบ

ชุมนุมนักปฏิบัติ เรื่อง การจัดทำเอกสารและข้อเสนอโครงการ

จากการจัดชุมนุมนักปฏิบัติ เรื่อง การจัดทำเอกสารและข้อเสนอโครงการ นั้น ได้สาระสำคัญโดยสรุป ดังนี้

การจัดทำเอกสารและข้อเสนอโครงการ

แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ 1. บริการวิชาการ 2. บริการงานวิจัย

1. การจัดทำข้อเสนอโครงการ

- ศึกษาข้อกำหนดและขอบเขตการจ้างให้ชัดเจน แล้วทำข้อเสนอให้ตรงตามความต้องการ

- เอกสารประกอบจะต้องมีความเกี่ยวข้อง เชื่อมโยงกับงานที่นำเสนอ

- การนำเสนองานจะต้องให้ผู้ว่าจ้างเห็นว่าคุ้มค่า คุ้มราคา

2. การจัดทำข้อเสนอโครงการให้เอกชน

- รับฟังปัญหาโดยกำหนดขอบเขตของปัญหาและเนื้องานให้ชัดเจน จากการพูดคุยนอกรอบ

- นำเสนอหลักการและเหตุผลให้สนับสนุนการแก้ปัญหา

- วัตถุประสงค์ต้องชัดเจน

- กระบวนการ เทคนิค จะต้องทำให้เข้าใจง่าย

- ข้อจำกัดต่างๆ จะต้องแจ้งให้ชัดเจนภายใต้ขอบเขต และงบประมาณ

- นำเสนอตัวอย่างงานที่เคยทำ

Continue reading

องค์ความรู้ที่ได้จากการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ

สำนักบริการวิชาการได้ดำเนินการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ ในหัวข้อ “กลยุทธ์การตลาด” และ หัวข้อ “เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน” รวม 5 ครั้ง นำประเด็นที่ได้จากการจัดกิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติมาสกัดเป็นองค์ความรู้ โดยคณะกรรมการจัดการความรู้สำนักบริการวิชาการ เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ได้องค์ความรู้ที่สามารถนำไปเป็นแนวทางการปฏิบัติงานของบุคลากรสำนักบริการวิชาการ ดังนี้
หัวข้อที่ 1 เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน

เทคนิคการสื่อสารที่ดี ควรยึดหลัก 2 คำสำคัญ ได้แก่ “ทำดี” กับ “พูดถูก”
ทำดี คือ การพยายามทำดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ โดยเลือกที่จะทำให้เกิดผลดีกับทุกฝ่ายมากที่สุด
พูดถูก คือ การพูดให้สถานการณ์นั้นๆ เป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่การพูดความจริงที่ถูกต้องทั้งหมดแต่เป็นการเลือกพูดให้ส่งผลที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย อาจเป็นการประนีประนอม เลือกพูดในสิ่งที่น่าฟัง ตามสถานการณ์ในขณะนั้น
หลักในการสร้างความประทับใจและการยอมรับ มี 6 คำสำคัญ ดังนี้
1. ยิ้ม คือ มีรอยยิ้มให้กับผู้ที่พบเจอเสมอ
2. ทักก่อน คือ เป็นผู้ทักทายก่อนเสมอ ไม่ว่าเจอใครก็ตาม
3. มืออ่อน คือ ไหว้ทักทาย สวัสดีเสมอ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน
4. ปากหวาน คือ พูดในสิ่งที่ดี เชิงบวก ให้ผู้ที่ฟังเกิดความรู้สึกดี สบายใจ
5. ทานให้ คือ การเอื้อเฟื้อ ให้ในสิ่งที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง สามารถทำให้ผู้อื่นได้โดยไม่เดือดร้อน
6. เป็นน้ำ คือ การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สามารถโอนอ่อนผ่อนตามเหตุการณ์ปัจจุบัน
การสื่อสารที่ดีจะทำให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติงาน
1. การศึกษาสภาพแวดล้อม มีการวิเคราะห์คู่สนทนาความเป็นมาของแต่ละคนทำให้ทราบถึงกระบวนการและวิธีการในการสื่อสารให้เหมาะสม รวมถึงความพร้อมทางด้านอารมณ์ ส่งผลให้การสนทนาประสบผลสำเร็จ
2. เตรียมความพร้อมในเรื่องที่จะพูดคุย เตรียมเอกสารให้พร้อม มองเป้าหมายความสำเร็จในการพูดคุย อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการสื่อสาร
3. การสื่อสารที่มีความจริงใจต่อกัน จะทำให้ผู้ที่รับสารสามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจและตอบกลับด้วยความจริงใจ ไม่ต้องอิงกับกรอบของสังคม มารยาท เป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติ เปิดใจยอมรับ
4. ใช้การพูดเชิงบวก พูดในสิ่งที่สมควรพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ไม่พูดให้เกิดความขัดแย้ง หรือเป็นผลเสียต่อบุคคลอื่นหรือองค์กร อธิบายให้เห็นถึงโอกาสในอนาคตที่สามารถพัฒนาได้
5. การปรับปรุงพัฒนาบุคลิกภาพโดยรวมอย่างสม่ำเสมอ
6. มีการทบทวนสรุปเนื้อหาและประเด็นในข้อตกลงที่สำคัญของการสนทนา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเป็นไปตามข้อตกลง

หัวข้อที่ 2 กลยุทธ์การตลาด
1. ทำอย่างไรให้ลูกค้ารู้จักสำนักบริการวิชาการ
1.1 การประชาสัมพันธ์โดยเจาะเข้ากลุ่มเฉพาะ เช่น องค์กรภาครัฐ เอกชน ท้องถิ่น สมาคม มูลนิธิ ชมรมวิชาชีพต่างๆ โดยทำหนังสือเป็นทางการก่อนแล้วจึงต่อแบบไม่เป็นทางการ
1.2 เอกสารประชาสัมพันธ์มีความน่าสนใจทั้งรูปแบบและเนื้อหา
1.3 สร้างอัตลักษณ์เฉพาะขององค์กรเพื่อให้เกิดการจดจำของลูกค้า
1.4 จัดทำสื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์ เช่น ป้ายไฟหน้ามหาวิทยาลัย แยกพลับพลา แยกตาลล้อม ฯลฯ
1.5 สร้างระบบสารสนเทศเพื่อให้มีความหลากหลายในการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆ ของสำนักบริการวิชาการ เช่น การสร้าง Application และ QR code website/Facebook fan page ฯลฯ โดยขอความร่วมมือจากบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการต่างๆ ให้โพส แชร์และแท็ก ข้อมูลการจัดโครงการ ไปที่หน้า Facebook ส่วนตัว เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของสำนักบริการวิชาการอีกทางหนึ่ง เช่น กิจกรรมชิงรางวัลใน Fan page จัดทำของที่ระลึกเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สำนักบริการวิชาการในกิจกรรมต่างๆ
1.6 จัดทำ Icon เช่น “สำนักฯ อวดดี” ปรับปรุงข้อมูล กิจกรรมผู้บริหารและบุคลากร ในเว็บไซต์สำนักบริการวิชาการ เช่น การรับรางวัล กิจกรรม USR
1.7 เพื่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้กับบุคลากรทุกคน (โบรชัวร์ และนามบัตร) และหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาร่วมมือกับสำนักบริการวิชาการ เช่น บริษัททัวร์ แหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ฯลฯ
1.8 จัดสรรงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์และการตลาดของสำนักบริการวิชาการ
2. ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกใช้บริการสำนักบริการวิชาการ
2.1 พัฒนาหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า โดย ให้มีความสอดคล้องกับงบประมาณ ช่วงเวลา ระเบียบนโยบาย และกระแสความนิยมตามสถานการณ์ปัจจุบัน
2.2 ทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด (โปรโมชั่น) เช่น ลงทะเบียนในช่วงเวลาได้ลดราคา ลงทะเบียนหลายคนได้แถม เป็นต้น
2.3 ปรับปรุงใบสมัคร ให้เป็นไปตามขั้นตอนการสมัครอบรมที่มีความกระชับเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการเข้าร่วมโครงการ
3. ทำอย่างไรให้ลูกค้าประทับใจในบริการของสำนักบริการวิชาการ
การให้สินค้าและบริการที่เหนือความคาดหมายของลูกค้า
4. ทำอย่างไรให้ลูกค้าจะกลับมาใช้บริการสำนักบริการวิชาการซ้ำและบอกต่อ
- มีการสานความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เช่น การส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่า ทำไลน์กลุ่มหรือ Facebook กลุ่ม สำหรับผู้อบรมแต่ละรุ่น แต่ละโครงการ ฯลฯ

สรุปประเด็นจากการเล่าเรื่อง กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 3

กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2558 13.45 น.

มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 10 คน ดังนี้
1.นางสาวบุตรี ถิ่นกาญจน์
2.นางฑิตยา เหมือนรักษา
3.นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์
4.นางสาวมธุรส ฝากไธสง
5.นางสาวนันท์นภัส ทองระอา
6.นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง
7.นางสาวนฐพร ลัยรัตน์
8.นางสาวเวธนี เกิดผลงาม
9.นางสาวชุติมา สุวานิชย์
10.นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา

บุคลากรได้ร่วมกันนำเสนอประสบการณ์ ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ ดังนี้
ช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ ระดับหน่วยงาน
- การสร้าง Application และ QR code ที่ link ไปหน้าข้อมูล การฝึกอบรมสัมมนา
o โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้าง Application ของสำนักบริการวิชาการ เพื่อเพิ่มช่องทางส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ของสำนักบริการวิชาการ
- เสนอให้มี LOGO เฉพาะของสำนักบริการวิชาการ ควบคู่ไปกับตรามหาวิทยาลัย มีอุปกรณ์ที่มีโลโก้ของสำนักบริการวิชาการ เช่น สมุดฉีด กระดาษโน้ต ดินสอ ปากกา อาจมีการจัดโครงการประกวดออกแบบ LOGO สำนักบริการวิชาการ
- ของที่ระลึกในการไปศึกษาดูงาน เทศกาลต่างๆ ที่มีสัญลักษณ์ของสำนักบริการวิชาการ โดยมีการออกแบบให้สามารถใช้ได้ในหลายโอกาส
- แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เพื่อร่วมกันจัดโครงการบริการวิชาการ จะทำให้หลักสูตรน่าสนใจมากกว่าจัดหน่วยงานเดียว
- เสนอให้มีงบประมาณกลางสำหรับการประชาสัมพันธ์และการตลาด ของสำนักบริการวิชาการ เช่น การออกบูธประชาสัมพันธ์สำนักบริการวิชาการ
- เพิ่ม Banner กิจกรรมผู้บริหาร ในเว็บไซต์สำนักบริการวิชาการ และรางวัลที่สำนักบริการวิชาการหรือบุคลากรได้รับ เช่น โล่เกียรติยศ ใบประกาศ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และสร้างความน่าเชื่อถือ
- โพสต์กิจกรรมภายในของสำนักบริการวิชาการ ลงในทุกช่องทางสื่อที่สำนักบริการวิชาการมีอยู่ เช่น website/Facebook fan page
- มีการจัดการ Fan page Facebook ให้มีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยขอความร่วมมือจากบุคลากรผู้รับผิดชอบโครงการต่างๆ ให้โพส แชร์และแท็ก ข้อมูลการจัดโครงการ ไปทึ่หน้า Facebook ส่วนตัว เพื่อเป็นการช่วยประชาสัมพันธ์ผลงานของสำนักบริการวิชาการอีกทางหนึ่ง
- มีกิจกรรมชิงรางวัลใน Fan page สำนักบริการวิชาการ
- ทำโปรโมชั่น ค่าลงทะเบียนราคาพิเศษ เช่น สมัคร 1 คน ราคา 3000 บาท หากสมัคร 3 คนขึ้นไป เหลือคนละ 2800 บาท
- ระบุขั้นตอนในใบสมัคร หนังสือนำส่งและตัวโครงการให้ชัดเจน เช่น
ขั้นตอนการสมัครเข้าร่วมโครงการ
1. เขียนใบสมัคร ออนไลน์/โทรสาร/อีเมล์/สมัครด้วยตนเอง
2. รอการตอบกลับจากเจ้าหน้าที่โครงการ ให้ชำระเงินค่าลงทะเบียน
3. โอนเงินค่าลงทะเบียนและส่งหลักฐานการชำระเงินมาที่สำนักบริการวิชาการ
4. เจ้าหน้าที่ยืนยันสิทธิในการเข้าร่วมโครงการ
- ข้อเสนอแนะ ขั้นตอนการสมัคร ให้เพิ่มหน้ารายชื่อผู้มีสิทธิเข้าร่วมโครงการและสถานะ เช่น ส่งใบสมัครแล้ว รอการชำระเงิน ลงทะเบียนสมบูรณ์แล้ว
- เอกสารสื่อประชาสัมพันธ์ขอให้ใช้เป็นตัวเลขอารบิกเพื่อความเป็นสากล

ช่องทางการตลาดและประชาสัมพันธ์ระดับบุคคล
- ให้บุคลากรทุกคน มีนามบัตรที่มีรูป ติดตัวอยู่เสมอ
- ให้หมั่นเป็นคนช่างสังเกตและจดจำ เทคนิค วิธีการนำเสนอ แนวคิด ทางการตลาด ที่น่าสนใจ นำมาปรับใช้กับการทำงานของสำนักบริการวิชาการ

สรุปประเด็นจากการเล่าเรื่อง กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 2

กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 2
วันที่ 28 กรกฎาคม 2558 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องประชุม BU 204 สำนักบริการวิชาการ
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 11 คน ดังนี้
1. นางวันสม อานามนารถ
2. นายอุทัศน์ พิทักษ์สายชล
3. นางสาววรรณวิภา หรูสกุล
4. นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา
5. นางสาวมธุรส ฝากไธสง
6. นางสาวศิริอร ศักดิ์วิไลสกุล
7. นายธรรมศักดิ์ สงกา
8. นางเฉลิมขวัญ ศิริมงคล
9. นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง
10. นางกุลจิรา วงษ์สุนทร
11. นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์
บุคลากรแต่ละคนได้นำเสนอประสบการณ์ ด้านกลยุทธ์การตลาดได้ ดังนี้

นางวันสม อานามนารถ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ
– การออกไปข้างนอก เจอคนภายนอก จะทำตัวเป็นนักการตลาดเสมอ มีการแนะนำตัว แนะนำองค์กร ว่าสำนักบริการวิชาการมีหน้าที่ มีการบริการในด้านใดบ้าง มีฝ่ายฝึกอบรม มีฝ่ายวิจัย ให้บริการจัดฝึกอบรม จัดศึกษาดูงาน เป็นที่ปรึกษางานวิจัย เผื่อคนที่ไปเจอสามารถให้งานเรามาทำได้ หรือสามารถร่วมมือทำโครงการได้ รวมถึงการโฆษณา จังหวัดชลบุรี มีแหล่งท่องเที่ยว มีจุดเด่นอย่างไร มหาวิทยาลัยบูรพา มีการเปิดหลักสูตรใหม่ สาขาต่างๆ มากขึ้น ครอบคลุมหลายสาขาวิชา ช่วยประชาสัมพันธ์ทั้งองค์กร
- การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มเป้าหมายและอื่นๆ
- พัฒนาหลักสูตรจัดฝึกอบรมเพื่อประชาสัมพันธ์ ให้ทันช่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม เนื่องจากเป็นช่วงการจัดทำงบประมาณประจำปีของหน่วยงานต่างๆ

นายอุทัศน์ พิทักษ์สายชล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
– มีการนำ sale kit ไปใช้นำเสนอโครงการของ สพร. นำไปใช้จริงโดยการส่งให้สถานทูตกัมพูชา
- e-mail กลุ่มเป้าหมายเพื่อส่งประชาสัมพันธ์หลักสูตร มีการเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา
- เก็บรวบรวมแผ่นพับประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานเอกชนที่ส่งมาให้ เพื่อศึกษาข้อมูลหัวข้อที่อยู่ในกระแสปัจจุบัน
- การนำวีดิทัศน์มหาวิทยาลัยไปนำเสนอที่มหาวิทยาลัยในกัมพูชาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก
- นามบัตรที่มีตำแหน่งทางวิชาการ หรือตำแหน่งผู้บริหารมีความสำคัญ คนที่ไปพบจะให้ความสำคัญให้การต้อนรับเป็นอย่างดี เมื่อทราบว่าเป็นผู้บริหาร หรือนักวิชาการ สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเมื่อเข้าไปศึกษาดูงานต่างประเทศ
- เวลาออกไปนำเสนองานข้างนอก ควรนำวิดีโอมหาวิทยาลัยและสำนักบริการวิชาการในภาคภาษาอังกฤษ sale kit ไปด้วยเสมอ
- การฝึกภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญ เมื่อไปติดต่อต่างประเทศ ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก
- กำลังวางแผนจัดทำสื่อโครงการที่สำเร็จแล้วไปนำเสนอป้ายไฟหน้ามหาวิทยาลัย แยกพลับพลา แยกตาลล้อม
- ผลจากการที่ดูแลผู้เข้าอบรมเป็นอย่างดี มีผลสนองต่อการตลาดที่ดีมาก ได้รับการตอบรับที่ดีมาก มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ทำให้ทัศนคติที่ชาวกัมพูชามีต่อคนไทยเปลี่ยนไป
- ทำไลน์กลุ่มสำหรับผู้อบรมแต่ละรุ่น แต่ละโครงการ เพื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรใหม่ๆ

นางสาววรรณวิภา หรูสกุล นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- ส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่า
- นำแผ่นพับประชาสัมพันธ์ ติดตัวเมื่อออกไปปฏิบัติงานนอกสำนักบริการวิชาการด้วยเสมอ
- เพิ่มจุดสนใจในกำหนดการหลักสูตรเพื่อเป็นการดึงดูดผู้เข้าอบรม เช่น พาไปทัศนศึกษา

นางสาวภัควิภา นามจันทร์ทา นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- ส่ง e – mail ประชาสัมพันธ์โครงการใหม่ให้กับฐานข้อมูลผู้เข้าอบรมเก่าในฐานข้อมูลส่วนตัว
- ส่งประชาสัมพันธ์หลักสูตรการฝึกอบรมทางไลน์ สำหรับลูกค้าเก่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551
- ทำ Facebook สำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องกับ SMEs ทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเป็นเครือข่ายในการส่งข้อมูลข่าวสารต่างๆ
- การดูแลผู้เข้าร่วมอบรมเป็นอย่างดี นำไปสู่การประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก

นางสาวมธุรส ฝากไธสง นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- สานสัมพันธ์กับผู้เข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ขาดการติดต่อ เพื่อให้ได้งานต่อๆ ไป

นางเฉลิมขวัญ ศิริมงคล นักประชาสัมพันธ์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- สานสัมพันธ์กับแหล่งข่าว สื่อประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน เพื่อรักษามิตรภาพอยู่เสมอ

นางสาวขนิษฐา จิตต์เรืองรอง นักประชาสัมพันธ์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- เรียนรู้วิธีการพูด ในการไปออกสื่อประชาสัมพันธ์หลักสูตรด้วยตัวเอง เช่น ทางรายการเคเบิลทีวี รายการวิทยุ เตรียมตัวศึกษาข้อมูลหลักสูตรให้พร้อม
- เรียนรู้การตลาดในรูปแบบที่แตกต่างไปจากเดิม พลิกแพลงจากสายอาชีพอื่น เช่น นักการตลาด นักออกแบบ

สรุปประเด็นจากการเล่าเรื่อง กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน ครั้งที่ 2

กิจกรรมชุมนุมนักปฏิบัติ
เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน ครั้งที่ 2
วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558 เวลา 13.30 น.
ณ ห้องประชุม BU 204 สำนักบริการวิชาการ
มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 13 คน ดังนี้
1. นางวันสม อานามนารถ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ
2. นางสาวนันท์นภัส ทองระอา
3. นางสาวสุภาวดี ชฏิลาลัย
4. นางกุลจิรา วงษ์สุนทร
5. นางสาวชุติมา สุวานิชย์
6. นายศุภากร วนิชลานันท์
7. นางทศพร พรมมาก
8. นางนวินดา อัศวพรรณราย
9. นายเจษฎา ปุรินทรวรกุล
10. นางสาวพัชรวรินทร์ เอี่ยมสอาด
11. นางสาวณัฏฐนิช เรืองมลตรี
12. นางฑิตยา เหมือนรักษา
13. นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์

บุคลากรแต่ละคนได้นำเสนอประสบการณ์ เทคนิคในการสื่อสารในการทำงานได้ ดังนี้

นางวันสม อานามนารถ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ
- ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญ เลือกในสิ่งที่คนอื่นทำแล้วประสบความสำเร็จนำมาใช้ เลือกตัวอย่างที่ดีนำเอามาปฏิบัติตาม ขึ้นอยู่กับบริบทของสถานการณ์นั้นๆ
- อธิบายด้วยเหตุผล มีความชัดเจน พูดให้เห็นเจตนาที่ดี หวังดี เพื่อไม่ให้เสียเวลาต้องย้อนกลับมาแก้ไขอีก
- ใช้สถานภาพ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มาเอื้อประโยชน์ เช่น นักเรียนสถาบันเดียวกัน รุ่นการอบรม เพื่อนเก่า

นางสาวนันท์นภัส ทองระอา นักวิชาการศึกษา ฝ่ายฝึกอบรมและที่ปรึกษา
- การสื่อสารกับผู้เข้าอบรม อย่างเช่น กรณีการสอบเข้าเรียนมัคคุเทศก์ ผู้สมัครสอบไม่ผ่าน ต้องใช้การพูดเชิงบวก พูดในสิ่งที่สมควรพูด เอาใจเขามาใส่ใจเรา ถึงแม้บางอย่างจะเป็นความจริงแต่ไม่สามารถพูดได้ทั้งหมด ใช้เหตุผลอธิบายให้คำแนะนำให้เข้าใจ ไม่พูดให้เกิดความขัดแย้ง หรือเป็นผลเสียต่อบุคคลอื่นหรือองค์กร อธิบายให้เห็นถึงโอกาสในอนาคตที่สามารถพัฒนาได้
- การเจรจาต่อรองกับวิทยากร ส่วนใหญ่จะเป็นวิทยากรที่คุ้นเคยอยู่แล้ว อาศัยความคุ้นเคย สามารถปรับเปลี่ยนขอต่อรองลดราคาวิทยากรได้ วิทยากรมีความเข้าใจต้นทุนการดำเนินการ และเนื่องจากเป็นวิทยากรโครงการมานานหลายรุ่น วิทยากรอยากให้ความรู้กับผู้เข้าอบรมโดยไม่คิดถึงค่าตอบแทนเป็นหลัก

นางสาวสุภาวดี ชฏิลาลัย นักวิชาการพัสดุ สำนักงานผู้อำนวยการ
- เทคนิคในการทำงานด้านพัสดุ การต่อรองราคาเป็นไปตามมาตรฐานครุภัณฑ์ หากเป็นวัสดุพิเศษต้องใช้เทคนิคการสอบถามสืบราคาจากเครือข่าย เพื่อนในหน่วยงานต่างๆ นำมาประกอบเป็นข้อมูลในการเปรียบเทียบราคาได้ เพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพมากที่สุด

นางกุลจิรา วงษ์สุนทร นักวิชาการเงินและบัญชี สำนักงานผู้อำนวยการ
- การทำงานต้องมีสติ รอบคอบ ซื่อสัตย์ ในการติดต่อสื่อสารหากมีการกระทบกระทั่งก็ต้องอธิบายเหตุผลด้วยความชัดเจน ต้องใช้ความใจเย็น เล่าให้ฟังแบบไม่ใช้อารมณ์

นางสาวชุติมา สุวานิชย์ นักวิชาการคอมพิวเตอร์ ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ
- แก้ไขปัญหาคอมพิวเตอร์ ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ถามที่มาว่าอาการเป็นอย่างไร มีการทำอะไรกับคอมพิวเตอร์มาก่อนหน้านี้บ้าง หากไม่สามารถจัดการได้ ก็จะหาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์มากกว่า
เช่น สำนักคอมพิวเตอร์

นายศุภากร วนิชลานันท์ นักวิชาการศึกษา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี
- ต้องเตรียมความพร้อมในเรื่องที่จะคุย มีการวิเคราะห์คู่สนทนาว่าอยู่ในอารมณ์ที่พร้อมจะคุยให้ความร่วมมือหรือไม่ บุคลิกการวางตัวให้เหมาะสมกับคู่สนทนา มองเป้าหมายความสำเร็จในการพูดคุย อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเทคนิคการสื่อสาร

นางทศพร พรมมาก นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานผู้อำนวยการ
- งานแผน ต้องปรับอารมณ์ตัวเอง ตั้งสติก่อน คิดคำพูดก่อน คิดหาวิธีใหม่ในการติดตามงาน เนื่องจากแหล่งข้อมูลไม่ว่าง ไม่มีเวลาหาข้อมูลให้ เช่น ไปถามแต่ละคนแล้วนำมาคิดคำพูดเอง หรือให้ส่งเอกสารรายละเอียดที่เกี่ยวข้องมาประกอบให้ครบถ้วน ต้องใช้ความเข้าใจบริบทในการทำงานของผู้อื่น
- เลขานุการ แยกแยะอารมณ์ พูดให้ไพเราะกับคู่สนทนา

นางนวินดา อัศวพรรณราย เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานผุ้อำนวยการ
- งานการเงิน การยืมเงิน ต้องใช้ความเข้าใจ ยืดหยุ่น กับเจ้าหน้าที่โครงการ ต้องใช้การสื่อสารกับกองคลัง ใช้ความสนิทสนมคุ้นเคย ความมีน้ำใจ

นายเจษฎา ปุรินทรวรกุล นักวิชาการศึกษา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี
- ต้องใช้ความอ่อนน้อม เตรียมเอกสารให้พร้อม ถามทวนซ้ำให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้ผิดซ้ำซ้อน พกปากกาและกระดาษติดตัวเสมอ เพื่อจดบันทึกข้อมูล

นางสาวพัชรวรินทร์ เอี่ยมสอาด นักวิชาการศึกษา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี
- การประสานกับอาจารย์จะใช้ความคุ้ยเคยสนิทสนม ความเป็นลูกศิษย์อาจารย์ ขอความอนุเคราะห์ จะทำให้ง่ายขึ้นในการขอข้อมูล

นางสาวณัฏฐนิช เรืองมลตรี นักวิชาการศึกษา ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี
- ต้องทราบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงาน หากไม่ตรงกับงานหลักก็ต้องทราบข้อมูลเบื้องต้น มีความรู้รอบตัวสามารถให้ข้อมูลกับคนที่มาติดต่อได้ อ่านหนังสือ หาข้อมูลโครงการอยู่เสมอ ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมให้ทันสมัยอยู่ตลอด เนื่องจากจะมีโครงการใหม่ที่ไม่เคยทำเกิดขึ้นเสมอ

นางฑิตยา เหมือนรักษา เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สำนักงานผุ้อำนวยการ
- ศึกษาระเบียบข้อมูลล่วงหน้า เตรียมข้อมูลให้พร้อม เพื่อไม่ให้เสียเวลา
- เตรียมความพร้อมจดประเด็นหัวข้อสอบถามให้ครบถ้วน
- ใช้วิธีการพูดให้เหมาะสมกับคน การใช้น้ำเสียง ลักษณะท่าทาง
- การเขียนบอกสิ่งที่ต้องการ จดประเด็นให้ครบถ้วน

นางสาวอัญชิษฐา คชสิงห์ นักวิชาการศึกษา สำนักงานผุ้อำนวยการ
- ใช้ความอ่อนน้อม ความเป็นกันเองกับเจ้าหน้าที่แต่ละส่วนงาน ใช้ความพยายามให้การติดต่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ

สรุปประเด็นจาการเล่าเรื่อง กลยุทธ์การตลาด ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เส้นทางการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย แบ่งได้ ดังนี้
ส่วนราชการ – หนังสือประชาสัมพันธ์ โดยศึกษาระเบียบการจัดโครงการให้สอดคล้องกับหน่วยงานนั้นๆ หากมีคนรู้จักให้พาเข้าไปพบระดับหัวหน้าที่สามารถตัดสินใจได้ จะเป็นประโยชน์มาก ควรมีเอกสารประชาสัมพันธ์หลักสูตรติดตัวอยู่เสมอ
ท้องถิ่น (อบท.) – ต้อง keep connection เพื่อสามารถต่อยอดไปหาหน่วยงานในเครือข่ายได้ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการจัดโครงการที่มีคุณภาพให้แก่หน่วยงานได้
บุคคลทั่วไป – ประชาสัมพันธ์ในรูปแบบใหม่ Social media, Cable TV, สถานีวิทยุต่างๆ

เทคนิคในการเข้าถึงหน่วยงานต่างๆ
1. เจาะเข้ากลุ่มเฉพาะ เช่น สมาคม มูลนิธิ ชมรมวิชาชีพต่างๆ โดยทำหนังสือเป็นทางการก่อนแล้วจึงต่อแบบไม่เป็นทางการ
2. หน่วยงานเอกชนจะสนใจรายละเอียดมากกว่าหน่วยงานราชการ
3. กระแสปัจจุบันให้ทัน สินค้าที่มีอยู่ในมือกับคู่แข่งมีความแตกต่างกันอย่างไร หาจุดเด่นนำมาปรับใช้ให้เป็นที่ต้องการของตลาด ต้องคิดใหม่ ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา
4. หาตัวเทียบที่ดีที่สุดมาปรับพัฒนาให้ดีขึ้น คนที่เก่งที่สุดในสายงานนั้นๆ คือใคร อยู่ที่ไหน นำมาเปรียบเทียบพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา
5. ขยายช่องทางเครือข่ายรอบด้าน ต้องสามารถเข้าถึงได้ทุกสังคมเพื่อหาช่องทางติดต่อในเครือข่ายให้ได้
6. เสาะหาช่องทาง วิธีการ เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้ทุกพื้นที่ ประหยัดได้ทั้งงบประมาณและเวลา
7. ศึกษาข้อมูลของสำนักบริการวิชาการให้ครบถ้วน ชัดเจน สามารถบอกเล่าอธิบายให้กับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน
8. เจาะเข้าถึงหน่วยงานที่ทำอยู่ให้ลึกซึ้งและสร้างความเชื่อมั่นได้มากขึ้น
9. สร้างความสนิทสนมกับคนในหน่วยงานกลุ่มเป้าหมาย เพื่อต่อยอดสู่ผู้บริหารระดับสูงขึ้นไป ในระดับที่สามารถตัดสินใจได้
10. ศึกษาระเบียบ นโยบาย หรือร่วมมือกับองค์กรภายนอกจัดโครงการจะได้รับความสนใจมากกว่าจัดหน่วยงานเดียว
11. อุปกรณ์ต้องมีตราสัญลักษณ์หน่วยงานให้ชัดเจน
12. เอกสารประชาสัมพันธ์ต้องอ่านได้ ทำง่าย รู้เรื่อง
13. บุคลากรทุกคนต้องเป็นนักการตลาดทุกคน มีเอกสารประชาสัมพันธ์หลักสูตรติดตัวอย่างเสมอ
14. จัดค่าตอบแทนทางการตลาดให้แก่ผู้หางาน ตามมูลค่าโครงการ โดยใส่ชื่อไว้เป็นที่ปรึกษาโครงการ
15. มอบหลักสูตรและนามบัตรให้แก่บริษัททัวร์ให้ช่วยประชาสัมพันธ์เบื้องต้น หากกลุ่มเป้าหมายต้องการทราบรายละเอียดให้ติดต่อสำนักบริการวิชาการโดยตรง

สรุปประเด็นจาการเล่าเรื่อง เทคนิคการสื่อสารที่ส่งผลให้เกิดความสำเร็จของงาน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

- สิ่งแวดล้อม ความเป็นมาของแต่ละคนเปรียบเสมือนเบ้าหลอมในการเจริญเติบโต ส่งผลให้การปฏิบัติตัวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
- คนจากหลากหลายที่มาและประสบการณ์ต่างกันมาอยู่ร่วมกันเป็นสังคม ผู้ที่มีเบ้าหลอม เติบโตมาจากสิ่งแวดล้อมคล้ายๆ กัน มักจะสนิทสนมกันเป็นเพื่อนกันได้ง่าย
- การสื่อสารที่ประสบผลสำเร็จ คือ การสิ่อสารที่จริงใจต่อกัน ทำอย่างไรให้ผู้ที่สื่อสารด้วยตอบกลับมาด้วยความจริงใจมากที่สุด ไม่ต้องอิงกับกรอบของสังคม มารยาท เป็นตัวของตัวเอง เป็นธรรมชาติ เปิดใจยอมรับ
- การเจรจาหากใช้เพศตรงข้ามกันมักจะประสบผลสำเร็จมากกว่าเพศเดียวกัน
- เทคนิคการสื่อสารของ ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ พราหมณพันธุ์ มี 2 คำสำคัญ ได้แก่ “ทำดี” กับ “พูดถูก”
ทำดี คือ การพยายามทำดีที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ ไม่ใช่การทำความดีซะทีเดียว แต่เป็นการเลือกที่จะทำให้เกิดผลดีกับทุกฝ่ายมากที่สุด
พูดถูก คือ การพูดให้สถานการณ์นั้นๆ เป็นไปในทิศทางที่ดี ไม่ใช่การพูดความจริงที่ถูกต้องทั้งหมดแต่เป็นการเลือกพูดให้ส่งผลที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย อาจเป็นการประนีประนอม เลือกพูดในสิ่งที่น่าฟัง แล้วแต่สถานการณ์ในขณะนั้น
- เทคนิคการสื่อสารของ ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ พราหมณพันธุ์ ในการใช้ชีวิตประจำวัน มี 6 คำ ดังนี้
1. ยิ้ม คือ มีรอยยิ้มให้กับผู้ที่พบเจอเสมอ
2. ทักก่อน คือ เป็นผู้ทักทายก่อนเสมอ ไม่ว่าเจอใครก็ตาม
3. มืออ่อน คือ ไหว้ทักทาย สวัสดีเสมอ แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน
4. ปากหวาน คือ พูดในสิ่งที่ดี เชิงบวก ให้ผู้ที่ฟังเกิดความรู้สึกดี สบายใจ
5. ทานให้ คือ การเอื้อเฟื้อ ให้ในสิ่งที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง สามารถทำให้ผู้อื่นได้โดยไม่เดือดร้อน
6. เป็นน้ำ คือ การปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ สามารถโอนอ่อนผ่อนตามเหตุการณ์ปัจจุบัน
- การปกครองที่ยากที่สุด คือ ร่วมกันปกครอง เป็นรูปแบบการปกครองที่ ดีที่สุด
- การปกครองที่ง่ายที่สุด คือ แตกแยกแล้วปกครอง
- รักษาสัมพันธ์ สานสัมพันธ์ในกลุ่มเพื่อนเสมอ ไม่ให้ขาดการติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนในกลุ่มสังคมรุ่นใดก็ตาม
- คิดบวกอยู่เสมอ
- คำพูดคำสัญญา ถือเป็นข้อผูกมัด ก่อนทำต้องดูความพร้อม อุปสรรค หนทางในการแก้ปัญหา แผนสำรอง ต้องทำตามให้ได้ตามคำพูด
- การนัดหมายเวลา ต้องไปถึงก่อนเวลา เผื่อเวลาเสมอ เป็นเครดิตของตัวเอง
- การเจรจาต่อรอง ต้องศึกษาและสังเกตบุคลิกของคู่สนทนา และวางแผนเตรียมข้อมูล พูดแนะนำถึงประโยชน์ที่คู่สนทนาจะได้รับ

กระบวนการจัดการความรู้ ๗ ขั้นตอน

knowledgem

กระบวนการ จัดการความรู้ (Knowledge Management) ภายในองค์กร มีทั้งหมด ๗ ขั้นตอน คือ

๑. การบ่งชี้ความรู้ เป็นการพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธกิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เราจำเป็นต้องใช้อะไร ขณะนี้เรามีความรู้อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบใด อยู่ที่ใคร

๒. การสร้างและแสวงหาความรู้ เช่นการสร้างความรู้ใหม่ แสวงหาความรู้จากภายนอก รักษาความรู้เก่า กำจัดความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้ว

๓. การจัดความรู้ให้เป็นระบบ เป็นการวางโครงสร้างความรู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเก็บความรู้อย่างเป็นระบบในอนาคต

๔. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เช่น ปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกัน ปรับปรุงเนื้อหาให้สมบูรณ์

๕. การเข้าถึงความรู้ เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Web board บอร์ดประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

๖. การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ ทำได้หลายวิธีการ โดยกรณีเป็น Explicit Knowledge อาจจัดทำเป็นเอกสาร ฐานความรู้ เทคโนโลยีสารสนเทศ หรือกรณีเป็น Tacit Knowledge จัดทำเป็นระบบ ทีมข้ามสายงาน กิจกรรมกลุ่มคุณภาพและนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง การสับเปลี่ยนงาน การยืมตัว เวทีแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น

๗. การเรียนรู้ ควรทำให้การเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่นเกิดระบบการเรียนรู้จากสร้างองค์ความรู้ การนำความรู้ในไปใช้ เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง