การจัดการองค์ความรู้ KM

สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

การจัดการองค์ความรู้ KM - สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา

ศาสตร์ที่ว่าด้วยกลไก ของ Switch Keyboard กับการใช้งานที่เหมาะสม เพื่อสุขภาพข้อมือที่ดี

ShareShare on FacebookShare on Google+Print this pageEmail this to someone

        ในปัจจุบัน Keyboard มีหลากหลายรูปแบบให้เลือกใช้แต่แบบ Keyboard ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบันในวงการคอมผู้ใช้คอมพิวเตอร์ คงหนีไม่พ้น Mechanical Keyboard ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นสองรูปแบบใหญ่ๆ ด้วยกัน คือ คีย์บอร์ดแบบปุ่มเต็มหรือคีย์บอร์ดแบบสั้นโดยตัดโซนของปุ่ม Numpad ทิ้งไป ทำให้ตัวคีย์บอร์ดสั้นลงทำให้ประหยัดพื้นที่ใช้งานยิ่งขึ้น ซึ่งคีย์บอร์ดแบบสั้นที่ตอนนี้มีจำหน่ายอยู่ในประเทศไทยและได้รับความนิยมพอควรจะมี Razer Black Widow Tournament ที่เป็นคีย์บอร์ดแบบ Mechanical Keyboard พร้อมสวิตช์สีน้ำเงินและ Neolution E-Sport TITAN ที่ใช้สวิตช์สีแดง

10-6-2557 9-09-37

 

          ส่วนประเภทของคีย์บอร์ดที่เป็นส่วนต่อไปนั้น ผมจะอิงตามประเภทของคีย์บอร์ดที่ยังมีผลิตอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น โดยจะแบ่งออกเป็น 3 แบบหลักๆ ได้แก่ Rubber Dome, Scissor Switch, Mechanical Keyboard

1.Rubber Dome Keyboard

10-6-2557 9-13-30 4580_22_logitech_g105_made_for_call_of_duty_gaming_keyboard_review_full_thumb

      เป็นคีย์บอร์ดแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันเพราะราคาไม่แพงและหาซื้อได้ง่ายมาก ส่วนของโครงของคีย์บอร์ดทำจากพลาสติกทำให้มีราคาไม่แพงและมีเพียงปุ่มพื้นฐานทั่วไปติดตั้งเอาไว้และบางรุ่นจะมีปุ่ม Multimedia ติตตั้งเพิ่มเข้ามาให้ใช้เช่นเพิ่ม/ลดเสียง, เปิดเช็คอีเมล์ ฯลฯ เป็นต้น อายุการใช้งานของปุ่มจะอยู่ราว 1 ล้านครั้งด้วยกัน ซึ่งคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กจะเป็นคีย์บอร์ดแบบ Rubber Dome เช่นนี้ด้วย

2. Scissor Switch

scissor-switch-keyboards_thumb

         คีย์บอร์ดแบบที่ได้รับการพัฒนาต่อจาก Rubber Dome โดยตัวคีย์บอร์ดจะมีชิ้นส่วนที่เป็นพลาสติกไขว้กันเป็นเครื่องหมายกากบาทเหมือนกับกรรไกร (Scissor) จึงกลายเป็นที่มาของคีย์บอร์ดประเภทนี้โดยระยะกดจะสั้นกว่า Rubber Dome ระดับหนึ่ง โดยจุดเด่นของคีย์บอร์ดแบบนี้ได้รับความนิยมเพราะตัวปุ่มจะส่งเสียงเบาและไม่ต้องใช้แรงกดมาก ปัจจุบันจะมีคีย์บอร์ดจาก Rapoo ยังผลิตคีย์บอร์ดที่ใช้สวิตช์แบบ Scissor Switch อยู่

3. Mechanical Keyboard

IMG_0225_thumb

      เป็นคีย์บอร์ดอีกรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันสำหรับเกมเมอร์และคนที่ต้องการคีย์บอร์ดที่มีความแข็งแรงทนทานสูง โดยปุ่มแต่ละปุ่มจะถูกเรียกว่าสวิตช์ (Switch) ซึ่งผลิตโดยบริษัท Cherry Corp เพียงบริษัทเดียวในโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่งสวิตช์แต่ละสวิตช์จะมีจุดเด่นแตกต่างกันตามสีของสวิตช์ที่ทางบริษัทผลิตออกมาจำหน่ายโดยปัจจุบันจะมีอยู่ทั้งหมด 6 สีคือสีดำ, แดง, น้ำตาล, น้ำเงิน, ขาว, เทาและเขียว โดยสวิตช์แต่ละตัวจะมีอายุการกดใช้งานราว 50 ล้านครั้งต่อปุ่มและน้ำหนักรวมทั้งหมดของคีย์บอร์ดจะอยู่ราว 1.5 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งแต่ละปุ่มจะมีรายละเอียดปลีกย่อยแตกต่างกันพอสมควรและมีราคาจำหน่ายในหลักพันบาทขึ้นไป

รูปแบบของ Mechanical Switch

10-6-2557 9-19-06

       ชื่อของสวิตช์จาก Cherry Corp ที่นิยมนำมาติดตั้งในคีย์บอร์ดนั้นจะถูกเรียกว่า Cherry MX ซึ่งรหัสตามว่า MX นั้นเป็นชื่อซีรี่ย์ของสวิตช์ที่ผู้ผลิตนิยมนำไปติดตั้งให้กับคีย์บอร์ดนั่นเอง

05

        ส่วนถ้าใครคิดว่า Mechanical Keyboard นั้นจะมีสวิตช์เพียงสีเดียวทั้งคีย์บอร์ดนั้นต้องเข้าใจว่าสวิตช์แต่ละตัวนั้นได้รับการออกแบบแยกเป็นชิ้นๆ แยกเป็นอิสระจากกันทั้งหมด ทำให้ Mechanical Keyboard บางรุ่นเลือกติดตั้งปุ่มมาให้หลากหลายสีด้วยกันเช่น Ducky Mechanical Keyboard Shine 2 “78 Version” อันนี้ที่ติดตั้งสวิตช์มาให้ทั้งสีดำ, แดง, น้ำตาล, เทา, น้ำเงินและสีเขียวติดตั้งเอาไว้ในคีย์บอร์ดเดียวกันเพื่อจุดประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกัน นอกจากนี้สวิตช์แต่ละตัวนั้นจะมีน้ำหนักสำหรับกดแตกต่างกันอีกด้วย

        นอกจากนี้ทาง Cherry Corp ยังแบ่งสวิตช์ออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆ ตามสัมผัสและอัตราการตอบสนองของสวิตช์ได้ 2 แบบใหญ่ๆ ซึ่งจะมี Linear Switch กับ Tactile Switch โดยทั้งสองแบบนี้จะมีความแตกต่างและประเภทของสวิตช์ดังนี้

       Linear Switch จะเป็นสวิตช์ที่มีแรงต้านคงที่ตลอดการกดใช้งานหรือจะเรียกว่ามีจังหวะการกดเพียงหนึ่งจังหวะก็ได้เช่นกัน โดยจะมี Cherry MX Black Switch (สีดำ) และ Cherry MX Red Switch (สีแดง) ที่ถูกรวมเอาไว้ในกลุ่มนี้

      Tactile Switch จะเป็นสวิตช์ที่ได้รับความนิยมพอสมควรในปัจจุบัน ซึ่งสวิตช์แบบนี้จะมีแรงต้านไม่คงที่โดยจะมีจังหวะการทำงานสองจังหวะคือจะมีช่วงต้านการกดและช่วงระยะที่ตัวปุ่มจะไม่ต้านการกด โดยกลุ่มนี้จะมี Cherry MX Brown Switch (สีน้ำตาล), Cherry MX Blue Switch (สีน้ำเงิน), Cherry MX White Switch (สีขาว) และ Cherry MX Green Switch (สีเขียว)

z0iCrh

1. Cherry MX Black Switch

img4ecd116588ebablackswitch_thumb

         สวิตช์สีดำของ Cherry MX โดยจะมีน้ำหนักการกดที่ 60 cN ซึ่งใช้แรงในการกดมากที่สุดในหมู่สวิตช์ที่นิยมนำมาติดตั้งใน Mechanical Keyboard ด้วยกัน โดยปุ่มจะเป็นแบบ Linear คือมีจังหวะการกดหนึ่งจังหวะซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นสวิตช์ที่ดีที่สุดสำหรับเล่นเกมโดยจะเหมาะกับผู้เล่นที่ชอบกดปุ่มผิดบ่อยๆ เพราะแรงต้านของปุ่มจะช่วยลดโอกาสกดผิดไปได้แต่จะไม่เหมาะสำหรับใช้พิมพ์งานแบบพิมพ์สัมผัสเพราะปุ่มกดแข็งเกินไป โดย Mechanical Keyboard ที่เลือกสวิตช์สีนี้ไปใช้งานจะมี SteelSeries 7G กับ Ducky บางรุ่น

2. Cherry MX White Switch

cheery_mx_clear_switch73f9ba7f197fc7f38b77c522f0eecf1c

      สวิตช์สีขาวของ Cherry MX โดยจะเป็นสวิตช์แบบ Tactile คือมีจังหวะกดสองจังหวะกับน้ำหนักในการกดที่ 60-70 cN ซึ่งสวิตช์นี้ไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไหร่แต่ Mechanical Keyboard บางรุ่นยังเลือกไปติดตั้งเอาไว้ซึ่งด้วยน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับสีดำทำให้หลายๆ คนที่สัมผัสในครั้งแรกๆ จะเข้าใจผิดสลับกับสีดำอยู่บ่อยๆ

3.Cherry MX Red Switch
img4ecd11867081a_thumbFKBN104MRLEFB2_L13b_thumb

        สวิตช์ที่มีน้ำหนักกดรองจากสีดำและเป็นสวิตช์แบบ Linear คือมีจังหวะกดเพียงจังหวะเดียวเหมือนกัน ส่วนน้ำหนักกดอยู่ที่ 45 cN โดยจะเป็นสวิตช์อีกสีที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เป็นสวิตช์อีกสีที่จะนำไปเล่นเกมก็ได้หรือจะพิมพ์งานก็ดีเช่นกันด้วยน้ำหนักกดที่นุ่มกว่าสีดำ ซึ่งพอใช้งานนานๆ จะไม่เกิดอาการเกร็งระหว่างใช้งานและมีเสียงรบกวนน้อย สำหรับสวิตช์สีแดงนี้จะมีคีย์บอร์ดกลไกหลายรุ่นนิยมนำไปติดตั้ง ซึ่งจะมี Neolution E-Sport TITAN ที่เลือกใช้สวิตช์สีนี้

4.Cherry MX Brown Switch

img4ecd117194a3a_thumbbrownswitch_thumb

        สวิตช์อีกสีที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันกับสวิตช์สีอื่นๆ โดยจะเป็นสวิตช์แบบ Tactile คือมีจังหวะกดสองจังหวะเหมือนกับ Cherry MX Blue (สีน้ำเงิน) โดยจะมีน้ำหนักในการกดเริ่มต้นที่ 45 cN และเริ่มทำงานเมื่อน้ำหนักกดเพิ่มขึ้นถึง 55 cN ซึ่งแม้สีน้ำตาลจะเป็น Tactile คือกดสองจังหวะก็ตามแต่ได้รับการแก้ไขให้มีเสียงกดระหว่างใช้งานลดลงจากสีน้ำเงินระดับหนึ่ง โดยสวิตช์สีน้ำตาลจะมี Mechanical Keyboard รุ่น Razer Black Widow Stealth ที่เลือกใชื้สวิตช์สีนี้ทั้งที่ปกติจะเป็นสีน้ำเงิน

5. Cherry MX Blue Switch

img4ecd117b830fa_thumbblueswitch_thumb

     สวิตช์สียอดนิยมสำหรับ Mechanical Keyboard หลายๆ รุ่นในปัจจุบัน โดยเป็นสวิตช์แบบ Tactile คือมีสองจังหวะและมีเสียง “คลิ๊ก” เมื่อกดปุ่มไปถึงระยะที่คีย์ทำงานที่ผู้ใช้หลายๆ คนชื่นชอบนั่นเอง โดยตัวปุ่มจะต้องการแรงกดที่ 50 cN และจะเริ่มทำงานเมื่อแรงกดเพิ่มขึ้นถึง 60 cN ซึ่งสวิตช์สีนี้เหมาะกับการนำไปใช้พิมพ์สัมผัสมากที่สุดและจะนำไปใช้เล่นเกมก็ได้เช่นกัน แต่ถ้าเป็นเกมที่ต้องการการกดปุ่มที่รัวและถี่อาจจะตอบสนองได้ไม่ดีเท่าที่ควรเพราะจุดที่ปุ่มจะเริ่มทำงาน (Operating Point) กับจุดที่ปุ่มจะรีเซ็ตและรอรับคำสั่งใหม่ (Reset Point) จะห่างกันพอตัว และด้วยเสียงที่ดังชัดเจนนั้นอาจจะรบกวนผู้ใช้คนอื่นระหว่างใช้งานอีกด้วย ซึ่งสวิตช์สีน้ำเงินนี้จะมี Mechanical Keyboard หลายๆ รุ่นนิยมนำไปติดตั้งแต่รุ่นเด่นๆ นั้นจะมี Razer Black Widow ทั้งรุ่น Ultimate และ Tournament กับ Rosewill ก็จะมีสวิตช์สีน้ำเงินเช่นกัน

6.Cherry MX Green Switch

cherry_mx_greenrazer_green_0

          เป็นสวิตช์อีกสีที่ยังมีผลิตจำหน่ายแต่ยังมีคีย์บอร์ดไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่นำไปติดตั้งเพราะราคาของสวิตช์ต่อตัวจะสูงกว่าสวิตช์สีน้ำเงินหรือดำ โดยสวิตช์จะเป็นแบบ Tactile และมีเสียง “คลิ๊ก” เช่นเดียวกับสีน้ำเงิน แต่ว่าปุ่มกดจะค่อนข้างแข็งที่ 80 cN ด้วยกัน โดยปุ่มที่แข็งนี้เหมาะสำหรับเกมเมอร์ที่กดปุ่มค่อนข้างแรงและต้องการปุ่มที่ตอบสนองการเล่นเกมได้มากกว่าสีดำโดยจะมีแบรนด์ Ducky ที่ผลิต Mechanical Keyboard พร้อมสวิตช์สีนี้มาวางจำหน่าย

         ประโยชน์จาก Key board ในแต่หละแบบ มีประโยชน์ที่แตกต่างกันไป หากเลือกใช้ Key board ที่เหมาะสมกับการใช้งานแล้ว ย่อยส่งผลดีต่องานที่ทำและเป็นการรักษาสุขภาพมือจากโรคร้ายที่มาจากการใช้งานข้อมือเป็นเวลานาน ผมคิดว่าบทความนี้อาจส่งผลให้ผู้อ่านนำไปเป็นความรู้เพื่อร่วมวิเคราะห์และพิจารณาในการเลือกใช้ Key board  ให้เหมาะสมกับการใช้งานในคราวต่อไป

ตัวอย่างการใช้งานKeyboard ในแบบต่าง

 

Cr.   / Youtube

 

  • อภิญญา หรูสกุล says:

    ดูวีดีโอไม่ได้อ่ะ

  • Thammasak says:

    ตอนนี้คีย์บอร์ดผมมีปัญหาบางปุ่มกดไม่ค่อยติด ถ้าต้องการเปลี่ยน รุ่นไหนเหมาะสมและเพียงพอกับระบบการทำงานวิจัยมากที่สุดครับ ภายใต้งบประมาณโครงการ แนะนำหน่อยครับ

    • SKUL SIRIKIT says:

      จากประสบการณ์การใช้งาน การเลือกใช้ Mechanical Keyboard
      ควรเลือกจากการลักษณะการนำไปใช้และความถนัดรายบุคคล น้ำหนักการกดของแต่หละคนจะไม่เท่ากัน ทำให้มีการใช้แรงในการกดที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นเวลาเราใช้งานข้อมือเป็นเวลานาน อาจส่งผลทำงาน ปวดข้อมือ

      สำหรับ พิมพ์งาน ความไวหรือน้ำหนักในการกดมีผลเพราะถ้าเลือกใช่ Mechanical Keyboard ที่มีความไวหรือน้ำหนักกดที่น้อย จะส่งผลทำให้เวลาพิมพ์อาจพิมพ์คำผิดได้มากกว่าคำถูก เพราะเพียงสัมผัสเบาๆMechanical Keyboard ก็ทำงาน หากเราเลือกใช้Mechanical Keyboard ที่มีน้ำหนักในการกดมาก อาจะทำให้มีความถูกต้องมากขึ้น แต่เราเองก็อาจจะใช้แรงกดเพิ่มขึ้น แต่ข้อมือเราจะออกแรงน้อยลง Cherry MX Black Switch ของ

      ปกติเวลาทำงานวิจัยผมเลือกใช้ Mechanical Keyboard แบบ Cherry ของรุ่น SteelSeries 7G ใช้แรงกดไม่มาก ให้ความรู้สึกเหมือนกด คีย์ของเปียโน และมีการส่งข้อมูลไวที่สุดในโลกเนื่องจาก สายภายในเป็นทองคำ 18 K เหมาะกับการใช่งานในลักษณะงานปริมาณมากๆ และเหมาะสมสำหรับการใช่งาน Keyboard เป็นเวลานาน ปัจจุบันราคาของ SteelSeries 7G อยู่ที่ 6690 บาท หาซื้อได้ ตามห้างหรือศูนย์คอมพิวเตอร์ชั้นนำทั่วไปครับ

      สามารถดูคลิปอธิบาย จากทีมงาน MITH ได้ตามคลิปที่อยู่ข้างล่างครับ
      http://youtu.be/BRyK9S4A2Ks

  • SKUL SIRIKIT says:

    ดูได้แล้วจ้าาาาา

  • SKUL SIRIKIT says:

    ยังงงอยู่เหมือนกัน

    ว่าเป็นไร…………

    ^________________^

  • Kriangsak PR. says:

    ok

  • NuNui ThiCha says:

    ^^ ขอบคุณข้อมูลค่ะ

  • NuNui ThiCha says:

    ^^ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะ

  • win says:

    คือตอนนี้ผมใช้ blue sw. แล้วมีปุ่มนึงที่ผมก็แล้วมันแปลกๆอะคับ เหมือนมันเปลี่ยนไปเหมือน brown sw. อะคับ มีวิธีแก้ไหมคับ หรือมันเป็นอยู่แล้ว

Your email address will not be published. Required fields are marked *

*