งานเผยแพร่วิชาการสู่สังคม

นอกจากภารกิจด้านการฝึกอบรมและที่ปรึกษาแล้ว สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยบูรพา ยังมีภาระกิจหลักที่สำคัญอีกด้านหนึ่งคือ การเผยแพร่วิชาการสู่สังคม โดยเป็นความร่วมมือของหน่วยงานและคณะวิชาต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัยบูรพา ที่นำความรู้และประสบการณ์ทั้งจากการสอนและการทำวิจัยของคณาจารย์ นักวิชาการ แพทย์ พยาบาล และผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์สาขาต่างๆ ถ่ายทอดสู่สาธารณชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ด้วยสื่อต่างๆ อาทิ โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง เอกสารสิ่งพิมพ์ และ Internet ซึ่งสำนักบริการวิชาการได้มอบหมายภารกิจดังกล่าวข้างต้น ให้ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการ เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียง

โครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียงได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2522 เป็นต้นมา โดยเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2522 ดร.สมาน วันชูเพลา รองคณบดีคณะวิทยาศาสตร์ อ.ประมวล ศิริผันแก้ว อ.บุญชัย ตันไถง และผศ.วิชัย บุญเจือ เดินทางไปพบ ร.ท.เพิ่ม กรอบทอง ร.น.ผู้อำนวยการสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 พัทยา เพื่อปรึกษาเรื่องการจัดรายการวิทยุออกอากาศ จากนั้นมหาวิทยาลัยจึงแต่งตั้งกรรมการโครงการเผยแพร่วิชาการทางวิทยุกระจายเสียง โดยเริ่มบันทึกเสียงรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน ครั้งแรก ณ ตึกเคมี ห้อง 208 เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2522 และนำรายการวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. 5 พัทยา ครั้งแรก ในวันที่ 4 มีนาคม 2522 โดยออกอากาศเป็นประจำทุกวันอาทิตย์เวลา 11.45 – 12.00 น.
ภายหลังจากนั้นมหาวิทยาลัยจึงได้จัดรายการวิทยุออกอากาศเพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ รายการสารคดีเพื่อประชาชน รายการบางแสนสังคีต รายการ “ปริทรรศน์ดนตรีไทย” (แทนรายการบางแสนสังคีต) โดย อาจารย์ประดิษฐ์ อินทนิล อาจารย์พิชัย เทพนิมิตร และอาจารย์ไพพรรณ อินทนิล รายการ “ชีวิปริทัศน์” โดยกลุ่มนิสิตคาทอลิก มศว. บางแสน รายการ “เพื่อเด็กๆ” โดยคณะอาจารย์โรงเรียนสาธิต “พิบูลบำเพ็ญ” รายการ “วัฒนธรรมพื้นบ้าน” โดยอาจารย์ทัศนีย์ ทานตวณิช และอาจารย์ฉัฐมา อาษารัฐ
ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 2533 มหาวิทยาลัยได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพ จาก “มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ บางแสน” มาเป็น “มหาวิทยาลัยบูรพา” ซึ่งมหาวิทยาลัยมีนโยบายที่จะยกระดับงานบริการวิชาการแก่ชุมชน ซึ่งเดิมดำเนินงานในรูปแบบโครงการพิเศษเป็นการภายในให้เป็น “สำนักบริการวิชาการ” ซึ่งจะสามารถทำหน้าที่ในการบริการวิชาการแก่ชุมชนได้กว้างขวาง และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันสำนักบริการวิชาการ ผลิตรายการที่เป็นบทความด้านวิทยาศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียงในเครือข่าย 163 สถานีทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย รายการที่ออกอากาศมีจำนวน 9 รายการ ดังนี้
ที่ รายการ จำนวนสถานี
ที่ออกอากาศ
จำนวนบทความ
ที่ออกอากาศ/ปี
จำนวนครั้ง
ในการออกอากาศ/ปี
1. วิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน 96 52 4,992
2. มนุษย์กับสังคม 70 52 3,640
3. สุขภาพดีมีสุข 68 52 3,536
4. สุขภาพดี-ชีวีมีสุข 55 52 2,860
5. วิถีสุขภาพ 48 52 2,496
6. ก้าวไกลในโลกกว้าง 93 52 4,836
7. มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม 61 52 3,172
8. รอบรู้คู่บูรพา 6 104 1,008
รวม 530 604 28,916

โครงการเผยแพร่วิชาการทาง Internet

ภายหลังจากนำบทความทางวิชาการผลิตและส่งไปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแล้ว บทความจะถูกนำมาเผยแพร่ทาง Internet อีกช่องทางหนึ่ง ภายใต้เว็บ http://www.uniserv.buu.ac.th ทั้งในรูปแบบ ข้อความและเสียง เพื่อความสะดวกในการค้นหาและรับฟังในขณะทำงานอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ซึ่งมีสถิติการเข้าอ่านบทความและ download บทความไปใช้งานประมาณปีละ 500,000 ครั้ง
ที่ รายการ จำนวนบทความที่เผยแพร่
ข้อมูลปีงบประมาณ 2559
จำนวนผู้เข้ามาอ่าน /download
ข้อมูลปีงบประมาณ 2559
1. วิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน 729 131,139
2. มนุษย์กับสังคม 723 76,202
3. สุขภาพดีมีสุข 738 65,852
4. สุขภาพดี-ชีวีมีสุข 726 85,759
5. วิถีสุขภาพ 719 42,601
6. ก้าวไกลในโลกกว้าง 732 57,533
7. มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม 736 77,287
รวม 5,103 536,373

โครงการเผยแพร่วิชาการทางเอกสารสิ่งพิมพ์

เมื่อบทความทางวิชาการได้ผลิตและส่งไปออกอากาศทางสถานีวิทยุกระจายเสียงครบรอบ 1 ปีงบประมาณ (ต.ค. – ก.ย.) สำนักบริการวิชาการจะนำบทความที่ออกอากาศแล้วมาจัดทำเป็นรวมเล่มบทความ เพื่อจัดส่งคณะและหน่วยงานที่ร่วมมือในมหาวิทยาลัย สถานีวิทยุกระจายเสียงในเครือข่าย ห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศ หอสมุดแห่งชาติ ห้องสมุดประชาชน และห้องสมุดโรงเรียนในภาคตะวันออก รวมทั้งสิ้น 7 รายการ ยอดการพิมพ์ปีละ 2,100 เล่ม การเผยแพร่วิชาการในลักษณะเช่นนี้ นอกจากประชาชนจะได้รับความรู้ในแง่มุมต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ของรายการแล้ว เมื่อนำข้อคิดที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ยังจะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วย อีกทั้งเป็นเวทีของนักวิชาการที่จะบริการวิชาการแก่สังคมในระดับรากหญ้าอย่างกว้างขวางอีกด้วย